Tagged By เสียงก้าวเดิน

ความหลอนในห้องพัก

ความหลอนในห้องพัก ณ.อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

, , No Comment

ความหลอนในห้องพัก

ความหลอนในห้องพัก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ 

ความหลอนในห้องพัก เคยไปอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิช่วงหน้าหนาวไหมค่ะ ?

ตอนนั้นพวกเราไปกับเพื่อนฝูงผู้หญิงอีกหนึ่งคนโดยเจตนาจะไปสัมผัสอากาศหนาวตรงนั้นและถ่ายรูปประกอบทิวทัศน์ด้วย เนื่องจากว่าบรรยากาศตอนนั้นจะงามเป็นพิเศษ

เวลานั้นกว่าจะไปถึง ก็บ่ายสามโมงเข้าไปแล้วจ้ะ ภายหลังที่พวกเราเข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่ ก็เลยได้หอพักซึ่งลักษณะเป็นบ้านบนต้นไม้ข้างหลังเล็กๆเป็นห้องเล็กนิดหนึ่งเอง
ข้างหน้าห้องมีระเบียงเล็กๆเอาไว้พอให้ได้ดูวิว เรียกว่าบรรยากาศที่พวกเราไปในวันนั้นมัน เงียบสงบ ดีจริงๆไม่มีแขกจากห้องอื่นๆมานอนเลย จนถึงบางครั้งบางคราวก็อดที่จะวังเวงไม่ได้เหมือนกัน

ภายหลังที่พวกเรากับสหายต่างนั่งพูดคุยกัน พร้อมดูวิวกันไปครู่หนึ่ง..ช่วงเวลานั้นก็เริ่มจะเย็น ก็เลยตกลงใจเดินลงไปล็อคทางขึ้นกระท่อมข้างล่าง แล้วพากันเข้าห้องนอน
อธิบายสภาพภายในน่ะค่ะ เป็นห้องมีขนาดเล็กนอนได้ไม่เกินสองคน โดยเตียงเป็นลักษณะแบบเบาะที่ปูกับพื้น เว้นระยะห่างจากประตูห้องไม่เกินเมตรเท่านั้นเอง กล่าวได้ว่าเพียงแค่ยืดแขนนี่ก็แทบถึงแล้วหล่ะ
เวลานั้นเจ้าเพื่อนฝูงพวกเรามันไม่ยอมอาบน้ำ มันบอกว่าหนาวแถมฝนตอนนั้นยังตกพรำๆมาอีกตังถ้าหาก แต่พวกเราถ้าหากไม่อาบน้ำจะนอนไม่หลับก็เลยรีบเข้าไปอาบ
เพียงพออาบเสร็จก็มานั่งคุยกันเบาๆบนเตียงอีกครู่หนึ่ง
แล้วจู่ๆระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงราวกับมีคนเหยียบพื้นบันไดทางขึ้นกระต๊อบ ราวกับจะเดินขึ้นมา มันฟังชัดมากโดยที่เสียงก้าวเดินดังแบบตลอด ก่อนที่จะมาหยุดเอาตรงที่ประตูทางขึ้นกระท่อม..!!

ตอนนั้นเราจ้องหน้าเพื่อน ส่วนเพื่อนก็มองกลับมาในทำนองว่า ก็ได้ยินเหมือนๆกันน่ะ แต่ก็ไม่มีเสียงอะไรหลังจากนั้น ซึ่งจะออกไปดูก็ไม่กล้าเพราะเกิดเป็นคนร้ายหรือคนที่คิดไม่ดีเดินขึ้นมาพวกเราคงจะอันตรายแน่ๆ..

เอ..หรือว่าจะเป็นพวกเจ้าหน้าที่ ที่มาเดินดูตรวจความเรียบร้อยรึเปล่า แต่ทำไมมีแต่เสียงเดินขึ้น แต่กลับไม่มีเสียงเดินลง หรือเสียงอะไรอีกเลยหล่ะ
ช่างเถอะ..เช็คประตูหน้าต่างว่าล็อคให้เรียบร้อยแล้วก็คงพอ จากนั้นเราก็ตัดสินใจปิดไฟนอน โดยกะว่าวันรุ่งขึ้นจะตื่นเช้าๆเพื่อไปสูดอากาศและจะได้หาวิวสวยๆถ่ายรูปกันด้วย

ซึ่งตอนนั้นเรานอนด้านติดห้องน้ำ ส่วนเพื่อนนอนด้านขวามือเรา
พอเราหลับไปได้สักพัก ไม่ทราบว่านานเท่าไหร่..แล้วอยู่ๆเราก็เกิดรู้สึกตัวและลืมตาขึ้นมาเอง พอมองฝ่าความมืดไปที่หน้าห้องน้ำก็เห็นคล้ายมีเงาลางๆนั่งอยู่..!!
เท่าที่สังเกตเขาน่าจะเป็นผู้หญิงผมยาว รูปร่างสูงโปร่ง ใส่ชุดผ้ายืดนุ่มๆแต่ไม่รัดรูปน่ะ สีขาวแขนยาวรัดข้อมือ และกางเกงยืดพอดีตัว

ตอนนั้นมันงัวเงียไม่ได้คิดว่าเป็นผีหรอก คิดว่าเป็นเพื่อนเราที่คงจะลุกไปเข้าห้องน้ำมั๊ง เพราะสักพักก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำเข้าไป แถมมีเสียงเปิดก๊อกน้ำด้วย จึงหลับตากะจะนอนต่อ
แต่พอเราตะแครงตัวมาอีกฝั่ง ตรงที่เพื่อนมันนอน ปรากฎว่า เฮ้ย..!! เพื่อนเราก็ยังนอนอยู่กับที่นี่หว่า ไม่ได้ลุกไปเข้าห้องน้ำ เอ้า..แล้วใครหล่ะ..!!

พูดแล้วขนลุก ตอนแรกคิดว่าจะปลุกเพื่อนแต่มาทบทวนอีกทีว่าอย่าดีกว่า
ซึ่งที่มันหลอนเพราะระหว่างนั้นหูเราก็ยังได้ยินเหมือนเสียงคนใช้ห้องน้ำอยู่ ดังมาเป็นระยะ
ยอมรับว่าทั้งกลัวและทั้งสับสน อดคิดแบบเล่นๆไม่ได้ว่า นี่หรือเค้าจะออกจากห้องน้ำมาร่วมนอนกับเราด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้
เลยตัดสินใจรีบๆนอนไปดีกว่า พอถึงตอนเช้าแล้วค่อยว่ากัน จากนั้นสักพักก็หลับไปเลย..

พอตื่นเช้ามาจึงนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เราก็รีบถามเพื่อนเลยว่าเมื่อคืนนี้มันได้เจออะไรแบบเรารึเปล่า ปรากฏว่าเพื่อนบอกว่ามันก็ได้ยินเสียงเหมือนๆกับเราเช่นกันแต่มันไม่ได้เห็นเป็นตัวแบบเรา..!!
แต่มันกลับฝันถึงผู้หญิง ซึ่งจากที่เล่าผู้หญิงในฝันกับที่เราเจอนั้นลักษณะเดียวกันเลย
คือเพื่อนบอกว่าฝันเห็นเขามายืนอยู่ที่ปลายเตียง ด้วยสีหน้าแบบไม่ค่อยประสงค์ดีเท่าไร ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูวังเวง ภายในห้องที่ใหญ่และดูดีกว่าห้องที่เราอยู่..
โดยในฝันเพื่อนบอกว่าในห้องมีรูปหลวงปู่ครูบาอาจารย์ที่พวกเรานับถือติดอยู่ที่ผนังด้วย พอเพื่อนเห็นวิญญาณผู้หญิงคนนั้นตรงเข้ามาเหมือนจะทำร้าย เพื่อนเลยกระโดดคว้ารูปครูบาอาจารย์มาถือไว้ ผู้หญิงคนนั้นก็หายไป..!!

จากนั้นเราก็คุยกับเพื่อน โดยสันนิษฐานว่าที่เห็นเมื่อคืนเขาน่าจะเป็นวิญญาณของคนที่เคยตายในห้องนี้รึเปล่าน่ะ ถึงยังคงวนเวียนอยู่ และมาปรากฎให้รับรู้ในลักษณะที่น่ากลัวแบบนั้น
พอคิดดังนั้นพวกเราก็เลยรีบออกจากที่พักโดยด่วน ขับรถไปในเมืองแล้วรีบทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เขาไปเลยค่ะ

พอขากลับเข้ามาที่บ้านพักเพื่อมาเก็บของออก ก่อนกลับเรากับเพื่อนตัดสินใจว่าจะลองแวะไปถามเจ้าหน้าที่ดู ว่าบ้านหลังที่เราพักเมื่อคืนนี้เคยมีประวัติอะไรมาก่อนรึเปล่า..ถ้าเขาเล่าก็ดีแต่ถ้าเขาไม่บอกเราก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร

พอไปถามเจ้าหน้าที่เขาก็บอกว่าไม่มีอะไรน่ะค่ะ แต่เราสองคนก็ไม่ได้เล่าสิ่งที่เจอกันเมื่อคืนให้เขาฟังหรอก เขาบอกไม่มีก็ไม่มี หรืออาจจะกลัวว่าถ้าขืนเล่าให้พวกเราฟังไปแล้วจะทำให้บ้านพักเขาเสียชื่อรึเปล่าไม่รู้ อันนั้นเราก็ไม่ทราบเหมือนกันน่ะ

และนี่เป็นประสบการณ์ตรงครั้งแรก กับการพบเจอวิญญาณที่ถือว่าน่าจะชัดเจนที่สุดและ เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเจออะไรที่น่ากลัวแบบนี้มาก่อนเลย แถมเจอแบบทั้งคู่กับเพื่อนสองคนด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเราคงไม่ได้หลอนไปเองคนเดียวแน่นอน.…

Read Post →