Recent Posts

เรื่องหลอนวัยเรียน

เรื่องหลอนวัยเรียน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

เรื่องหลอนวัยเรียน

เรื่องหลอนวัยเรียน 

เรื่องหลอนวัยเรียน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เห็นช่วงนี้มีคนมาแชร์ประสบการณ์น่ากลัวเลยอยากแชร์เรื่องที่เคยประสบมาบ้างครับ ไม่เคยเขียนซักทีถ้าภาษา วรรค และคำบางคำผิดพลาดก็ขออภัยนะครับ

เรื่องมีอยู่ว่า ตัวผมเป็นเด็กต่างจังหวัดแถบชายแดนเขมร แถวบ้านก็จะมีความเชื่อเรื่องนี้อยู่บ้างและเคยพบเจอเรื่องราวที่อธิบายไม่ได้มาพอสมควร (คือมีเซ้นต์ในระดับนึงน่ะครับ)

เข้าเรื่องกันเลยผมได้มีโอกาสเข้าเรียนมหาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่งเป็นวิศวะน่ะครับการเรียนก็พอถูไถเกรดไม่ดีมากเทอม 2 เลยไปลงวิชาเลือกต่างคณะอัฟเกรดกลัวโดนไล่ออกเป็นวิชาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวครับเรียนกะสาวๆ ครู (ฟินสุดๆ ครับงานนี้) โดยเมื่อใกล้จะสอบทางอาจารย์ได้ชวนนักศึกษาไปออกทริปทะเลใต้ครับ พังงา กระบี่ ตรัง ก็เลยไปกันเกือบ 40 คน กลุ่มผมเด็กวิศวะปี 1 มี 4 คนครับกะลังห้าวเลยเห็นสาวๆ ครุไปกันเยอะก็รีบสมัครทันทีครับโดยไม่รู้ว่าจะเจออะไรที่ทำให้จำถึงทุกวันนี้

เราออกเดินทางกัน 6 โมงเช้าเลยครับเพราะต้องเดินทางไกล นั่งรถทัวร์นำเทียวเหมาปรับอากาศสบายครับตามประสาวัยรุ่นเบาะหลังแน่นอน
ตัดมาที่จุดหมายแรกเลยนะครับ จังหวัดพังงา ตลอดทางก็เดินทางตลอกแวะพักบางที่แต่จุดหมายแรกของที่นี่คือที่พักครับคือถึงประมาณ 2 ทุ่มเศษพวกผมมากันง่ายๆ ครับเลยไม่ได้ถามรายละเอียดเห็นค่าใช้จ่ายน้อย (7 วัน 5000 ครับ) พอเจอที่พักแรกก็อึ้งกันสิครับ วัดถ้ำเสือครับ ฟังไม่ผิดครับวัดจริงๆ แถมเป็นวัดที่อยู่บนเขาด้วยครับแล้วถึงเวลากลางคืนทางอาจารย์ได้ขอห้องทางพระไว้ 2 ห้องครับ แต่ผู้หญิงมี 31 นอนห้องเดียวไม่หมดพวกผมกะมาหล่ออยู่แล้วก็โชว์แมนสิครับ ยกให้ 555 (ไม่ได้คิดถึงตัวเองเลย) พวกผมเลยต้องไปนอนที่กุฎิเก่าๆ ของพระครับเด็กวัดหาให้

นึกภาพตามนะครับ กุฎิไม้เก่าๆ ในห้องมีคราบเทียนเสื่อปูพอนอนผ้าเหลืองเก่าๆ โยงไปมาประตุล็อกไม่ได้พวกผมก็ไม่มีทางเลือกครับเพราะพระก็จำวัดหมดแล้วก็ต้องนอน อ้อ ลืมบอกอาจารย์ผู้ชายนอนห้องผู้หญิงนะครับ (แมนมากจารย์)

พอจะนอนก็ต้องอาบน้ำแปรงฟันพอเรามาดึกมืดๆ นอนกุฎิมันก็ไม่มีห้องน้ำสิครับจึงต้องเดินหา เรื่องมันเริ่มตรงนี้ล่ะครับ พวกเรากะลังห้าวก็แยกย้ายกันไปทีละ2-3คนห้องน้ำก็ไม่สกปรกมากครับแต่…. ไฟเสียครับ มีเฉพาะหน้าห้องครับตอนนั้นกะ3ทุ่มกว่าล่ะมี 4 ห้องพอดีพวกผม 4 คนครับผมไม่รอช้าครับวิ่งแย่งเข้าก่อนโดยไม่ดูอะไรมีไฟหน้าห้องนะครับแต่เข้าไปแล้วจุดเทียนกันก็มืดน่ากลัวครับเลยอาบไปคุยกันไปร้องเพลงคุยไปคุยมาคุยกันอยู่3คนครับห้องริมฝั่งขวาเงียบมากมีแต่เสียงอาบน้ำพวกผมก็ไม่ได้สนใจคือคนนี้จะเป็นลูกไล่ในกลุ่มน่ะครับแต่ได้ยินเสียงตักน้ำรดตัวนะครับ…

Read Post →

แขกที่ไม่ได้รับเชิญ

แขกที่ไม่ได้รับเชิญ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

แขกที่ไม่ได้รับเชิญ

แขกที่ไม่ได้รับเชิญ

แขกที่ไม่ได้รับเชิญ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

หลังจากบวชได้ 7 วัน ในหมู่บ้านก็มีชายคนหนึ่งเสียชีวิต และแน่นอนว่าจะต้องมาเผาที่วัดที่ผมจำพรรษา ผมก็แอบกลัวเพราะมันไม่ชิน (ขึ้นชื่อว่าวัดก็ไม่น่าจะชินแล้ว) คืนแรกผมได้รับหน้าที่ไป สวดอภิธรรม ในหมู่บ้านก็ไม่มีอะไร ผ่านไป3คืนถึงวันเผา…บรรยากาศในวัดก็เงียบๆ มีเพียงแสงจันทร์ ตกดึกเวลาน่าจะราวประมาณตี 1 หรือตี 2 ได้ หมาก็หอนน่ากลัว (โหยหวนซะ) กุฏิที่ผมจำวัดเป็นประตูกระจกมองทะลุออกไปข้างนอกได้ ผมเห็นเงาผู้ชายสีดำมายืนหน้ากุฏิ จากนั้นชายผู้นั้นได้ถามเราว่า ‘ทางออกจากวัดไปทางไหน’ เราก็ตอบสั้นๆว่าประตูวัดนั่นไง ชายผู้นั้นเงียบและหายไป เรารู้ทันทีว่าไม่ใช่คนแน่ๆ…. ถึงเวลาตี 4 เป็นเวลาทำวัตรเช้าหลวงพี่ท่านหนึ่งพูดขึ้นมาว่า

“โหตั้งแต่อยู่วัดมาไม่เคยกลัวขนาดนี้…. หมาเล่นหอนตอนตี 2 กว่า ยาวไปถึงหน้าประตูวัด”

หลวงพี่ท่านนอนหน้ากุฏิ ข้างนอก ผมตอบหลวงพี่ไปว่า… ช่วงตี2 ผมเห็นผู้ชายมาถามทางออกจากวัดเป็นเงาดำๆไม่เห็นหน้า จากนั้นหลวงพี่ท่านว่า… คนที่ตายแน่ๆ เขาตัวดำๆ น่ะ หลวงพี่รู้จักเค้า ถึงว่าหมาวิ่งหอนไปตามทางแต่ไม่มีใครเดินอยู่ กลัวก็กลัว….นี่เป็นครั้งแรกของการบวชที่เจอเรื่องแปลกๆ…

Read Post →

เพราะคำสัญญา

เพราะคำสัญญา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

เพราะคำสัญญา
เพราะคำสัญญา 

เพราะคำสัญญา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อราวๆปี 52 ในขณะนั้น นัทกำลังเรียนอยู่ระดับปริญญาตรี ซึ่งนิสิตทุกคน จำเป็นที่จะต้องฝึกงานก่อนจบ นัทได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เข้างาน 8 นาฬิกาครึ่ง เลิกงาน 6 โมงทุกวัน จันทร์ ถึง ศุกร์ ซึ่งบ้านนัทอยู่ไกลกับที่ฝึกงานมากมายกกก ก็เลยจะต้องตื่นแต่เช้า กลับถึงบ้านก็ 4 ทุ่มกว่าทุกเมื่อเชื่อวัน (คนภายในกรุงเทพ คงรู้เรื่องเนอะ ว่าเพราะเหตุใด ใช่เวลาเดินทางนานจัง)

ในช่วงเวลาที่นัทเข้าไปฝึกงาน ทีแรกๆก็ไม่รู้จักหรอกจ้ะ ว่ามีพี่ในบริษัทแอบยินดี  กระทั่งฝึกไปได้ระยะนึง พี่โจ้ ก็มาบอกกับนัแต่ทว่า “ลองคบกันปะ ถ้าเกิดไม่ใช่ ก็เป็นญาติกัน” หลายคนบางทีอาจงงเต็กว่า เพราะอะไรขอคบง่ายจัง แล้วก็เพราะเหตุไรนัทถึงตกลงที่จะคบกับพี่เค้าแบบง่ายๆด้วย เป็นเอาง่ายๆนะคะ นัทค่อยข้างเป็นคนตลกๆเวลาหัวเราะก็หัวพวกเราสุดๆง่วง..ก็บ่นว่าง่วง ไม่ค่อยมีความเป็นกุลสตรีเลยจ้ะ ส่วนพี่โจ้ เป็นพนักงานใหม่ ที่พึ่งจะเรียนจบมาได้ 2 ปี สาวๆในบริษัท ยินดีนางมากมาย

กก เพราะเป็นสเปคของ ผญ ทั่วๆไป 555  สรุปว่า สรุปเลยแล้วกัน ว่าในที่สุด พวกเรา 2 คนก็ได้เป็นแฟนกันจ้ะ พอนัทสำเร็จการศึกษา นัทก็ได้ดำเนินการที่นั้นต่อเลย ทุกคนรู้ดีว่านัทกับพี่โจ้เป็นแฟนกัน นัทกับพี่ๆทุกคนได้ดี แล้วพี่ๆทุกคนก็ค่อนข้างจะติดนัท 55 ด้วยเหตุว่าทุกสัปดาห์ พวกเราจะมีงานเลี้ยงแฮงค์เอ้าท์กันตลอด จนกระทั่งมีอยู่วันนึง วันนั้นนัทเมามากกก เมาประเภทที่ นอนจมกองอาเจียน ตื่นมาอีกครั้ง ก็อยู่บนที่พักผ่อน ในห้องของพี่โจ้แล้ว บ่ายวันนั้นนึกออกว่า ตื่นมาพี่โจ้เขียนโน้ตไว้ ว่ามีอาหารอยู่ในตู้ และก็ยาพาราหัววางอยู่ที่โน้ต ครู่หนึ่ง พี่โจ้ก็กลับมา แต่ดูแล้ว ราวกับพี่โจ้จะงอนแน่นอนเลย เพราะมะคืนพวกเราเหลวมากๆ

และก็ตามประสาของคนเป็นแฟนกันเนอะ คนนึงงอนอีกคนก็จำต้องง้อ นัทก็ขอคืนดีพี่โจ้ โน่นนี่นั้น พี่โจ้ไม่คุยกับนัทเลยสักคำเดียว นัทเลยใช้ไม้ตายโดยการ “ร้องไห้” เลยจ๊า ด้วยเหตุว่าพี่โจ้เคยบอกกับนัแต่ว่า เค้าจะไม่ทำให้นัทร้องไห้โดยเด็กขาด เสมือนพี่เค้าสะดุ้ง แล้วก็เข้ามากอดพวกเรา แล้วเค้าก็บอกว่า “พี่ไม่ต้องการให้นัทกอนสุราขนาดนี้ เมาเหลวขนาดนี้ ถ้าเกิดพี่ไม่อยู่ แล้วใครจะดูแลนัท แต่ละคนก็เมากันหมด บลาๆๆ” พี่โจ้พูดยาว พร้อมทั้งน้ำตาไหล นัทอึ้งเลยอะ จากที่ร้องๆไห้อยู่ นัทหยุดเงียบโดยทันที แล้วนัทก็กล่าวกลับไปว่า “โอ๋ๆๆๆไม่ร้องนะคะ น้องนัทของพี่โจ้ จะไม่ทำให้พี่โจ้เศร้าใจ จะไม่กินจนเละขนาดนี้” แต่พี่โจ้ก็ยังคงร้องไห้อยู่ (บอกเลย รู้สึกไม่ถูกมากมายๆไม่คิดว่า จะมีบุคคลที่เปนห่วงพวกเราขนาดนี้) ครู่หนึ่ง พี่โจ้ก็เช็ดน้ำตา แล้วมองหน้านัทพร้อมทั้งบอกว่า “คำสัญญาได้ไหม ว่าจะไม่ทำให้พี่เป็นห่วงอีก”
“คำสัญญาจ้ะ” “แล้วคำสัญญาได้มั้ย ว่าจะรักพี่ผู้เดียวตลอดไป พี่มองเห็นนะ ว่าเวลาไปเที่ยวอะ มีคนแอบดูนัทมาก พี่กลัวนัทจะไปถูกใจเค้า” “โอ้ยจะไปถูกใจได้อย่างไร นัทมีพี่โจ้ทั้งคน” แต่นัทขอยอมรับนะคะ ว่าบางที ก็มีไปถูกใจคนอื่นๆบ้าง ที่

หล่อกว่า มีเสน่กว่า เพราะว่านัทคบกับพี่โจ้มา มีความคิดว่า ความมีเสน่ห์ ของพี่โจ้มันต่ำลง เพราะว่าเค้าดีกับพวกเราเยอะเกินไป “แล้วนัทจะข้อตกลงได้ป่าวประกาศหละ ว่าจะรักพี่ มีพี่ผู้เดียวตลอดไป” “อะๆสัญญาๆถ้าหากไม่รักพี่โจ้ แล้วนัทจะไปรักใคร” ซึ่งอารมณ์ในช่วงเวลานั้นที่ตอบพี่โจ้ไป ส่วนนึงด้วยเหตุว่าอยากให้เค้าเลิกงอแง และก็อีกส่วนก็คือยังไม่คิดมีคนใดกันจริงๆแล้วหลังจากนั้น นัทก็ยังคงใช้ชีวิตดังเดิมตรงเวลา 2 ปีเต็ม และไม่ได้ดูเลยว่า พี่โจ้มองผอมลง มองโทรมๆราวกับผู้ป่วย จนพี่ใน

แผนกมาถามนัท “อีนัท โจ้มันเป็นไรป่าวว่ะเมิง ข้ามองเห็นมันชำรุดทรุดโทรมๆนะ” “อ้าวหรอพี่ หนูมองไม่ออกเลย นี่สามีหนูนะเนี่ย 555” นัทก็ตอบกลับไปแบบขำๆเพราะเราไม่รู้สึกจริงๆอาจเป็นเพราะพวกเราอยู่ร่วมกัน พบกันทุกๆวันด้วยมั้งจ้ะ

จนกระทั่งสุดท้าย มารู้ในวันที่นัทกำลังไปท่องเที่ยวฮ่องกง กับเพื่อนพ้องๆตอนมหาลัยว่า “พี่โจ้เสียแล้ว” !!! นัทช็อคมากมายกก เพราะเหตุว่าก่อนที่จะมา พี่โจ้ยังมาส่งอยู่เลย รวมทั้งที่ช็อคไปกว่านั้น หลังจากที่นัทบินกลับถึงไทยเป็นแม่พี่โจ้กล่าวว่า “โจ้

กินยาเกินขนาด แม่มารู้อีกที่ หมอบอกว่า โจ้ตายได้ 2 วันแล้ว”  ซึ่งถ้าเกิดนับมอง นั่นก็คือวันเดียวกับที่นัทกำลังจะบินไปประเทศฮ่องกงเลยจ๊ะ จากนั้นราวๆ 6 เดือน ก็มีคู่รักคนเดี๋ยวนี้ของนัท มาจีบนัทจ้ะ  ตอนที่เค้ามาจีบ เค้าก็มิได้บอกอะไรนัทหรอกจ้ะ

เค้าบอกเค้ากลัว มารู้อีกครั้ง เป็นตอนสมรสไปแล้ว แฟนนัทเค้ากล่าวว่า ตอนที่จีบนัทใหม่ๆเค้าจะฝันเหนนัทกับ ผช คนนึง ยืนอยู่ร่วมกัน แล้ว ผช คนนั้น ก็จะแขนพิงคอนัท  เพียงพอเค้าเล่าแบบงี้ นัทก็นิ่งไป ด้วยเหตุว่าขณะที่นัทคบกับพี่โจ้ ไม่ว่าจะไป

ไหน อยู่ที่แห่งไหน จะยืนอยู่หรือนั่ง พี่โจ้ก็จะถูกใจเอาแขนมาพิงคอนัทตลอด เค้ากล่าวว่า ฝันแบบงี้ อยู่เสมอๆจนถึงมีอยู่วันนีงที่พวกเราทะเลาะกันหนแรก เค้าพูดว่า เค้าฝันเหน ผช เดินมาบีบคอเขา แล้วกล่าวว่า “หากเมิงคิดจะทำชั่วๆเมิงไปทำกับ ผญ ผู้อื่น” เค้าพูดว่า เค้ากลัวเลยอะ แล้วไม่ได้อยากคุยกับนัทแล้วเวลานี้ ส่วนนัท นัทคิดออกว่า มีอยู่ครั้งนึงที่นัทก็ยังไปปาร์ตี้เช่นเคย แล้วคืนนั้นรับประทานหนัก จนเพื่อนพ้องต้องหามกลับมาส่งที่ห้อง เวลาที่นอนอยู่ที่เตียง ครึ่งหลับครึ่งหนึ่งตื่น ก็เสมือนมี

คนเดินมานั้งที่เตียง ในใจคิดว่าเป็นพี่โจ้แน่เลย นัทเลยตกลงใจ หลับเลยจ้ะ แต่ว่าพี่โจ้มาเข้าฝัน กล่าวว่า “ไหนคำสัญญากับพี่แล้วยังไง ว่าจะไม่กินหนักอย่างงี้ ถ้ายังกอนมากมายแบบนี้อีก พี่จะเอานัทมาอยู่กับพี่ด้วย”

แค่นั่นล่ะจ้ะ สะดุ้งตื่นเลย แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เคยดื่มเหล้าหนักขนาดนั้นอีก แม้กระนั้นเรื่องที่พีคที่สุดเป็นวันที่นัทกำลังจะสมรส นัทก็นอนธรรมดา แต่วันนี้รู้สึกแปลกๆราวกับมีผู้ใดอยู่ภายในห้องด้วย กระทั่งนัทตัดสินใจกินยาแก้แพ้ เพื่อหลับเรว แต่ว่าพี่โจ้ มาเข้าฝันอีกแล้ว โอกาสนี้พี่โจ้มาแบบหล่อมากมาย หล่อราวกับวันแรกที่เราพบพี่เค้าที่บริษัท เค้าเดินมาหานัท ตอนนั้นในฝันไม่รุ้สึกกลัวเสมือนครั้งที่แล้ว แม้กระนั้นมันหวนคิดถึงรวมทั้งรักพี่เค้าอยู่อย่างเดิม พี่เค้าเดิมมา และก็มากมายอดพวกเรา “พี่

ยังนึกออกนะ ว่านัทเคยคำสัญญากับพี่ไว้ ว่านัทจะรักพี่ จะไม่มีผู้ใดเว้นเสียแต่พี่ แต่ว่าพี่รู้เรื่อง ว่าในเวลานี้มันควไม่มีทางเป็นไปได้ พี่ต้องการเอาแหวนที่พวกเราเคยใส่เช่นเดียวกัน มาให้นัทเก็บไว้ ต้องการให้นัทจำเอาไว้ว่าพี่จะอยู่กับนัทเสมอ” ในฝัน

พวกเราคิดออกเลยว่า พวกเราเห็นใจพี่เค้ามากมาย เค้าบอกเสมือนแสดงความบริสุทธิ์ใจแม้กระนั้นมันมองเสียใจๆเพียงพอพวกเราตื่นยามเช้ามา แหวน!!! ของพี่โจ้ วางอยู่ที่ศีรษะเตียงจ้ะ ซึ่งนัทนึกออกว่า นัทเป็นคนบอกแม่พี่โจ้เอง ว่าไม่ต้องถอด ขณะ

ที่จัดงานศพ นัทได้แต่อึ้ง แล้วก็ ช็อคมากๆแม้กระนั้นภาพในฝันเมื่อคืนนี้ มันเหมือนจริงมากมายๆตอนนี้ นัทเอาแหวนของพี่โจ้มาแขวนคอนะค่ะ แขวนอยู่เสมอ เพราะว่าเวลาไปไหน กลับไปอยู่ที่บ้านดึกดื่นๆราวกับพี่โจ้จะอยู่ด้านข้างนัท ดูแลนัทเสมอ แม้ว่าพวกเราจะมิได้อยู่ร่วมกันแต่ว่าก็มิได้มีความหมายว่า “พวกเราจะไม่รัก”…

Read Post →

รุ่นพี่สอนรำ

รุ่นพี่สอนรำ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

รุ่นพี่สอนรำ
รุ่นพี่สอนรำ 

รุ่นพี่สอนรำ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ย้อนไปเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ผมได้เข้าเรียน ม.1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งทาง ภาคเหนือ ช่วงนั้นพี่ๆ ม.5 ได้จัดกิจกรรมเข้าค่ายที่โรงเรียนเป็นเวลา 3 วัน 2 คืนครับ ทุกอย่างราบรื่นดี กระทั่งมาเกิดเรื่องขึ้นในคืนที่ 2 นี่เอง คืนนั้นมีกิจกรรมปิดตาเดินตามเชือก โดยเชือกจะถูกผูกโยงไปทั่วโรงเรียน รุ่นน้องที่เข้าค่ายต้องถูกผ้าปิดตาไว้ แล้วปลดปล่อยออกไปจากห้องประชุมครั้งละคนๆ..จนท้ายที่สุดก็ถึงตาของผมขอรับ ผมจับเชือกไว้ไม่ปลดปล่อยเลย กลางทางจะมีพี่ๆสตาฟรอกระซิบอยู่เสมอว่า ‘อย่าแอบมองนะ ให้เดินตามเชือกไปเรื่อย..’ ผมก็รู้สึกโอเคที่ยังมีพี่ๆอยู่สนิทสนม
กิจกรรมนี้จะแบ่งเป็นฐาน 5 ฐาน แต่ว่าฐานที่ผมนึกออกขึ้นใจไม่มีทางลืมเลย เป็นฐานที่ 5 ‘รำแก้บน’ ขอรับ พี่เขาจะเล่าให้ฟังว่า ‘ที่สถานศึกษาพวกเรามีรุ่นพี่นางรำคนหนึ่งเสียชีวิตอยู่นี้ และพี่เขาจะพารุ่นน้องที่รำไม่สวยไปอยู่ด้วย..’ จากความรู้สึกของผมที่เดินมา ตรงจุดนี้น่าจะเป็นลานกว้างที่ข้างตึกนาฏศิลป์ พอเพียงรุ่นพี่สตาฟมากระซิบว่า ‘เริ่มรำได้’ เสียงดนตรีไทยเดิมก็เบาๆดังขึ้นๆแล้วผมก็เริ่มรำขอรับ เป็นตอนนั้นมิได้คิดอะไร ก็รำให้สวยไว้ก่อนเท่าที่จะทำเป็น เพราะผมกลัวมากมาย เพียงพอรำไป

ครู่หนึ่ง ราวนาทีกว่าๆเสียงรอบตัวก็เงียบลง เหลือแต่เสียงดนตรีไทยเดิมกับเสียงลมหายใจของผมเพียงแค่นั้น ผมก็เริ่มกลัวละ แต่ก็มิได้หยุดรำครับผม ก็ยังรำต่อไป (ตอนนั้นผ้าปิดตาอยู่ครับผม) ระหว่างที่รำๆอยู่ ผมก็ได้ยินเสียง ‘กริ๊งๆ’ เหมือนเสียงกระดิ่งเบาๆและก็เบาๆดังขึ้นๆในหัวผมคิดภาพคนสวมชุดไทยขึ้นมาเลย ตอนนั้นขนเริ่มยืนขึ้นมาจากข้างหลังละครับ แล้วต่อจากนั้นก็มีเสียงมากมายระซิบว่า ‘แขนเหยียดตรง หน้าเชิด งอเข่าสิ..’ ผมได้ยินประโยคนี้ราว 3 ครั้ง ก่อนที่จะมีมือมาจับที่มือของผม ผมนี่สะดุ้งเลย แต่ว่าก็ยังรำถัดไป เพราะว่ามือที่มาจับมันราวกับมือมนุษย์เราปกติ อุ่นๆนุ่มๆพร้อมเสียงพูดอีกว่า ‘แขนเหยียดตรง หน้าเชิด งอเข่าสิ..’ มือก็ประสานมือผมอีกทั้ง 2 ข้างราวกับจะจัดท่าให้ ปากก็บอกประโยคเดิมบ่อยๆไปเรื่อยๆ ประกอบกับ

ดนตรีไทยเดิม กับเสียงกระดิ่ง ทำเอาผมจิตใจไม่ค่อยดีเลย..
ผมตัดสินใจพูดถามพี่สตาฟเบาๆว่า ‘ยังไม่พอหรอนะครับพี่?’ ทันทีนั้นมือด้ามจับผมอยู่ก็ปล่อย เสียงกระดิ่งก็เงียบไป และก็ดนตรีไทยเดิมก็ดับไป ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเงียบหมดราวกับผมอยู่ตามลำพังนั่น ผมก็เรียกพี่สตาฟด้วยเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยราวๆแทบนาทีได้ แต่ว่าก็ไม่มีผู้ใดตอบ จะเปิดตาก็ไม่กล้า กลัวมองเห็นอะไรที่ไม่ได้อยากจะมองเห็นเข้า ปากก็ตะโกนร้องเรียกอยู่แบบงั้น ผมยืนสั่นเทิ้มอยู่ราว 3 นาทีภายหลังเพลงดับไป มันเป็น 3 นาทีนานมากสำหรับผม.. ครู่หนึ่งหนึ่งก็มีเสียงพี่ๆสตาฟหลายๆคนเลย ตะคอกอยู่ไกลๆว่า ‘เห้ยๆน้องคนนั้นไปทำไรที่ตรงนั้น?’ แล้วพี่ๆก็วิ่งเข้ามาหาผม จับผมและหลังจากนั้นก็ค่อยๆพาผมไปที่ห้องประชุม ระยะทางจากที่ที่ผมอยู่กับห้องประชุมก็ห่างกันพอเหมาะพอควร.. พอเพียงถึงห้องประชุม เสียงคนคุยกันก็ดังขึ้นดังเดิม ผมนี่เบาใจเลย พี่ๆสตาฟก็เตรียมการให้ทุกคนนั่งในห้องประชุมเป็นแนวๆพอเพียงครบแล้วหลังจากนั้นก็บอกให้เปิดตาได้ ผมก็เปิดผ้าออก พี่ๆสตาฟก็บอกกันไปโดยที่ไม่มีใครพอใจเรื่องของผมเลย ผมมองเห็นทุกคนมองธรรมดาดี ก็เริ่มสบายใจ มีความคิดว่าอาจจะเป็นแผนแกล้งของพวกพี่ๆเขานั่นแหละ.. พอเลิกจากกิจกรรม ผมกำลังจะเดินกลับหอพักกับเพื่อนฝูงๆพอดีไปพบกับพี่ผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดไทยสีเขียว ประดับด้วยเครื่องเพชรพลอยเต็มยศ อีกทั้งกำไลแขน สร้อยข้อเท้า แต่บนหัวมิได้ใส่อะไร ในใจผมก็มีความคิดว่าพี่คนนี้แหละที่มาประสานมือสอนผมเมื่อกี้นี้ ผมก็เลยเดินเข้าไปถามพี่เขาว่า ‘พี่ใช่ไหมที่คุมฐาน 5’ พี่เขาก็ยิ้มๆแล้วบอกเพียงแค่ว่า ‘แขนดูหมิ่นเหยียดหยามไม่ตรงนะ..’ จังหวะนั้นพวกสหายๆผมก็ร้องเรียกผมขึ้นอาคารพอดิบพอดี ผมก็เลยวิ่งไปตามเพื่อนฝูงๆไป เป็นคืนนั้นผมได้พบพี่คนนั้นก็เบาใจแล้ว นอนสบายเลย
แต่ว่าเรื่องมันไม่จบเท่านี้น่ะสิขอรับ..
ตอนเช้าวันถัดมาระหว่างที่กินข้าวกัน มีพี่สตาฟเพศชายคนหนึ่งมานั่งกินข้าวกับกรุ๊ปของพวกเรา พี่เขาถามผมว่า ‘เอ้อ เมื่อคืนน้องไปทำอะไรตรงลานข้างห้องนาฏกรรม?’ ผมก็ตอบไปว่า ‘อ่าวพี่ ก็ไปรำแก้บนฐาน 5 ยังไงนะครับ มีดนตรี มีคนสอนพร้อม ดีเลิศเลย..’ แม้กระนั้นพี่สตาฟกลับทำหน้าเหวอใส่ แล้วบอกผมว่า ‘น้องครับผม.. ฐานที่ 5 เป็นฐานรำแก้บนจริง แม้กระนั้นทุกคนจะต้องไปรำพร้อมที่หอประชุมนะ และไม่มีผู้ใดอยู่ที่ตรงนั้นกับน้องในเวลาที่พี่ไปพบครับผม..’ ผมนี่เงิบเลย แม้กระนั้นผมก็หัวเราะนะ เพราะว่ามีความรู้สึกว่าพี่เขาแกล้ง ผมก็บอกกับพี่เขาไปว่า ‘พี่อย่ามาหลอกผมเลย เมื่อคืนนี้ผมก็ได้คุยกับพี่เพศหญิงที่แม้กระนั้นชุดนางรำแล้ว เพื่อนฝูงๆผมก็มองเห็น’ บอกจบ สหายๆที่นั่งทานข้าวกันอยู่ก็หันมามองดูผมอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน แล้วกล่าวว่า ‘มองเห็นอะไรวะ?’ ผมก็บอก ‘ก็พี่เพศหญิงที่สวมชุดไทยเมื่อคืนนี้ ก่อนไปนอนยังไง’ เพื่อนฝูงด้านข้างผมหันมาแล้วบอกว่า ‘เมื่อคืนแกเดินไปพร่ำบ่นอะไรผู้เดียวที่กำแพงก็ไม่รู้เรื่อง พวกฉันเลยเรียกแกไปนอนยังไง..’ ผมนี่เงิบครั้งที่ 2 สินะครับ.. ในตอนนั้นผมจิตใจเริ่มไม่ดีแล้ว พี่สตาฟเลยให้ผมเล่าให้ฟังตั้งแต่ตอนแรก ว่ามันกำเนิดอะไรขึ้น? ผมก็เล่าทั้งปวงไปจากที่ผมพบนั่นแหละนะครับ..
พอเพียงเล่าจบ พี่สตาฟก็มองหน้าซีดอย่างชัดเจนเลย รวมทั้งบอกกับผมว่า ‘พี่จะเล่าอะไรให้ฟังนะ เรื่องที่มีรุ่นพี่นางรำเสียชีวิตที่ลานข้างห้องนาฏกรรมน่ะ ไม่มีผู้ใดเอามาพูดเล่นๆหรอกน้อง เนื่องจากว่าเขาเป็นเพื่อนในชั้นพี่เอง วันที่สถานศึกษามีงานแข่งขันความสามารถ สหายพี่คนนี้ได้รับหน้าที่ให้ถือป้ายสถานที่เรียน เขาไปเปลี่ยนแปลงชุดไทยบนห้องนาฏกรรม แต่งเป็นระเบียบ กำลังจะสวมชฎาอยู่ตรงขอบหน้าต่าง แล้วจู่ๆกำเนิดหน้ามืดตกหน้าต่างลงมาที่ลานกว้างเสียชีวิต..’ ผมได้ยินแล้วถึงกับสั่นเทิ้มน้ำตาคลอเบ้า เพราะเหตุว่าในระหว่างที่คุยกับพี่เขาเมื่อคืนนี้ บนหัวพี่เขาก็ไม่มีชฎาจริงๆในขณะที่ผมก็มิได้บอกคนใดเรื่องชฎา.. พี่ๆบุคคลอื่นมองเห็นผมจะร้องไห้เลยวิ่งมาดู แล้วก็ช่วยเหลือกันปลอบประโลมว่า ไม่มีอะไร พี่เขาบางครั้งอาจจะเพียงแค่อยากได้ผู้แทนมารำให้เค้า บอกผมว่าอย่ากลัวเลย ผมนึกในใจ ‘โอ้โห.. พบขนาดนี้ไม่ให้กลัวได้ยังไงวะ?’ ..ภายหลังทานข้าวเสร็จก็แยกย้ายไปเก็บสิ่งของกัน ก่อนที่จะกลับ พี่ๆสตาฟก็ได้พาผมไปไหว้รูปของรุ่นพี่นางรำคนนั้นในห้องการฟ้อนรำด้วย พอเพียงผมมองเห็นรูปเพียงแค่นั้นล่ะ ขนลุกซู่เลยครับผม น้ำตาเบาๆไหลออกมาอีกที เป็นเป็นหน้าของพี่เพศหญิงผู้ที่ผมมองเห็นเมื่อคืนนี้ ผมจำได้แม่นเลย ถึงในรูปจะเป็นเครื่องแบบนักเรียนก็ตาม.. ผมก็อธิษฐานให้พี่เขาไปสู่สวรรค์ อย่ามาหลอกมาหลอนกันอีกเลย
เพียงพอยามเช้าวันเปิดภาคเรียน เรื่องของผมเป็นที่เอ่ยถึงกันมากมาย แล้วก็หัวข้อนี้ทำให้ทางสถานศึกษาได้ทำบุญทำกุศลครั้งใหญ่ ห้องการฟ้อนรำนั้นก็ถูกกลายเป็นห้องสอนศาสนาแทน รูปของรุ่นพี่ในห้องนาฏกรรมก็ถูกนำไปตั้งไว้กับศาลเจ้าที่ รวมทั้งตั้งแต่วันนั้น ก็ไม่มีผู้ใดเผชิญรุ่นพี่คนนี้อีกเลย..…

Read Post →

ผีคลองแสนแสบ

ผีคลองแสนแสบ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

ผีคลองแสนแสบ

ผีคลองแสนแสบ

ผีคลองแสนแสบ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ยุคเด็กผมอยู่แถวคลองแสนแสบ ไม่ว่ามีนบุรี หนองจอก หัวตะเข้ ลาดกระบัง คลองหลวงแพ่ง สมัยเก่ายังเป็นเรือกสวนไร่ ค่อนข้างเปล่าเปลี่ยว…ผมพบเรื่องขนหัวลุกเข้าที่เข้าทางคลองแสนแสบนี่เอง!

เวลาเย็นๆผู้ใดนั่งเรือผ่านไปมาจะรู้สึกใจเย็นวังเวงจิตใจชอบกล ต้นไม้ใหญ่ๆยืนทะมึนอยู่สองฟากฝั่ง กอไผ่โน้มลงมาเรี่ยผิวน้ำ ไทรที่มีจีวรผ้าแดงเก่าๆขาดลุ่ยพันอยู่โคนต้น แขวนลงมาตามกิ่งก้านสาขาร่มครึ้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งรากห้อยระย้าลงมาแทบถึงพื้น ไกวไปๆมาๆตามสายลมที่หวีดหวิวครวญไม่หยุดหย่อน

มองดูเผินๆเสมือนมีคนไหนกำลังจ้องดูมาจากข้างหลังม่านไทรย้อยก็ไม่ทราบ

ยิ่งยามเวลาค่ำ ฟ้าสีหมากสงสะท้อนเงาอยู่ในสายน้ำ หันไปมองดูด้านข้างก็มองเห็นดงอ๋อพงหญ้าออกจะสูงครึ้มฟ้าครึ้มฝน ไหนจะมีศาลเพียงตาโย้เย้ เอียงกะเท่เร่จะล้มไม่ล้มแหล่…มาลัยแห้งๆหลุดล่อนเกือบจะหมดทุกพวง แถมศาลที่ว่านี่ยังค่อนข้างจะมากมายอีกต่างหาก

เขาว่ามีคนเสียชีวิตโหงก็ตั้งศาลเพียงตาครั้ง ให้วิญญาณอยู่ตรงนั้นซีครับ! แค่นี้ไม่พอผ่านไปอีกหน่อยยิ่งน่าวังเวงหัวใจสุดๆด้วยเหตุว่าจะถึงป่าช้าเก่าที่ทิ้งร้างมาหลายสิบปีแล้ว

พวกคนแก่หลายคนเล่าว่าเคยถูกผีหลอกตอนพายเรือลดเลี้ยวไปตามคลอง หากเป็นหน้าน้ำบางพื้นที่จะแลเห็นรวงข้าวเหลืองแพรวพราวไปสุดสายตา แต่ว่าเย็นๆค่ำๆอย่าได้ริไปพายเรือเล่นตากลมเข้าเชียว มีหวังโดนผีหลอกไม่รู้ตัว

ตามุดอายุเกือบจะหกสิบเล่าว่าเคยโดนผีหลอกร้ายแรง ไม่รู้ว่ารอดชีวิตมาได้อย่างไร?

เย็นนั้นส่วนปลายปี ตามุดรู้ข่าวว่าบุตรสาวปวดท้องจะคลอดลูก อารามดีใจที่กำลังจะได้หลานก็ลงเรืออีติดพายอ้าวไปโดยทันที…ปรากฏว่าได้หลานชายน่ารักน่าชัง ตามุดก็เชยชมหลานเอ็งกระทั่งเลยเย็นถึงได้พายเรือ กลับไปอยู่บ้าน

ในเวลาที่ผ่านป่าช้าเก่านั่นเอง เรื่องสยดสยองก็เกิดทันที!

ทุกสิ่งตกอยู่ในความเงียบเงียบ ท่ามกลางสายหมอกจางนอกจากเสียงสายลมพัดทางไปตามพุ่มไม้กับเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ก็คือเสียงพายกระทบน้ำดังจ๋อมๆแม้กระนั้นตามุดชักเฉลียวใจในระหว่างที่มึงนำพายขึ้นมาแล้ว แม้กระนั้นยังไม่ทันตีลงไปก็มีเสียง จ๋อมๆมากมายระทบหู

มีบางอย่างที่จูงใจอยู่ด้านหลัง ชายเฒ่าหันไปดูก็มองเห็นเรือลำหนึ่งพายตามมา ร่างขาวๆที่ท้ายเรือดูเหมือนจะรีบตีพายเร็วขึ้น ในตอนที่ตามุดถือพายราน้ำอย่างลืมตัว

เรือลำนั้นพายขึ้นมาตีคู่ ห่างกันไม่ถึงสองวา…แต่ว่ามันไม่ใช่เรือปกติ

สิ่งนั้นเป็นโลงศพผีชัดๆร่างขาวๆที่อยู่ท้ายเรือก็คือกระดูกล้วนๆหัวกะโหลกเจ้ากรรมโน่นหันมายิ้มกว้างกับมึง…มาแข่งเรือกันมั้ยวะ?

ตามุดเย็นวาบไปทั้งตัว สักครู่หนาวสักครู่ร้อนราวกับจะเป็นไข้ ใกล้จะสติแตกกระโดดลงน้ำอยู่รอมร่อ แต่สะสมความกล้าหาญตีพายลงน้ำไม่คิดชีวิต หีบศพจัญไรโน่นก็แล่นอ้าวจนกระทั่งน้ำบานตีคู่ไปกับมึง พร้อมกับแผดเสียงฮ้าไฮ้ๆๆๆอย่างสนุกสนาน

“ถ้าหากเรือล่มเราคงขาดใจตายไปแล้ว” ตามุดเล่าในวันพรุ่งนี้ “โอย…ผีอะไรมันจะดุฉิบหายวายวอดขนาดนี้ก็ไม่ทราบ”

ราษฎรเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แม้กระนั้นที่แน่นอนเป็นตามุดไม่ยินยอมไปไหนมาไหนค่ำๆมืดๆอีกเลย…จนกว่าวันดีคืนดีผมกับบิดาก็ไปตกปลากันสองคน มองเห็นเรือเพื่อนบ้านหลายลำหยุดเรียงรายกันไปเรื่อยพวกเราพายหลบไปแถวป่าช้าเก่าเพราะว่าตรงนั้นไม่มีคนดี

ทุกสิ่งเงียบสนิทปกติ เสียแต่ว่าเหยื่อตัวอ้วนๆไม่ทราบว่าหายไปไหนหมด นานๆจะวัดขึ้นมาได้ซักคราว แถมหลุดลงน้ำไปอีกครึ่งต่อครึ่ง…จนกว่าค่ำเมื่อไรไม่รู้ตัว

บิดาเก็บเบ็ด เหลียวซ้ายแลขวาพลางงึมงำว่า…เอาละวะ แค่นี้ก็พอเพียงหม้อแกงแล้ว!

เที่ยวกลับอากาศค่อนข้างจะใจเย็น ดาวสะพรั่งฟ้า สายลมพัดหวีดหวิวไม่หยุดหย่อนมีหมอกบางๆลอยเรี่ยผิวน้ำ ทำให้ผมคิดถึงเรื่องที่ตามุดเล่า…ในตอนนั้นเอง เสียงพายดื่มน้ำดังจ๋อมๆค่อนข้างหนักหน่วงก็ดังมาจากเบื้องหลัง

ผมเหลียวมองไม่หยุดหย่อน ใจเต้นปึงปังจนถึงแน่ใจว่าสิ่งที่ตามหลังพวกเรามาเป็นเรือจริงๆไม่ใช่โลงศพผีอย่างที่ตามุดเคยพบ…จนมันพุ่งขึ้นมาตีคู่กับพวกเรา

นรกเป็นพยาน! เรือบดน้ำนั้นสีดำสนิท เท่ากับร่างที่นั่งอยู่กลางลำเรือ เค้าหน้าที่หันมามองดูดำเมื่อม ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคลุ้ง…ท่ามกลางเสียงสุนัขหอนโหยหวนมาจากสองฟากฝั่ง บิดาร้องขึ้นว่า…รีบจ้ำโว้ย!

ผมพายหัว บิดาพายท้าย พวกเราฟันกันน้ำบานไม่คิดชีวิต เสียงภูตนรกหัวเราะเย้ยหยันเขย่าขวัญกระทั่งผมแทบขาดใจตายในพริบตานั้นเอง

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถ้าพวกเราจะออกไปตกปลาก็มักรวมทั้งหัวเรือเข้าไปในพงหญ้าไม่ห่างจากบ้านนัก ถึงจะได้ปลาน้อยก็ยังดีกว่าขนหัวลุกละครับ!

ขอขอบคุณแหล่งที่มา facebook

Read Post →

เจ้าที่ไม่ชอบ

เจ้าที่ไม่ชอบ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

เจ้าที่ไม่ชอบ

เจ้าที่ไม่ชอบ

เจ้าที่ไม่ชอบ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องนี้ส่งมาจากคุณยุ้ยครับ คุณยุ้ยเล่าว่า.. ย้อนไปตอนเรายังเรียนอยู่ ม.ต้นนะคะ เป็นพ่อตามใจพวกเรามาตั้งแต่เด็ก ตามใจมาก อยากได้อะไรเป็นจำเป็นต้องได้ ในตอนนั้นที่สถานศึกษาเค้าฮิตมีรถเครื่องขี่กันค่ะ คนไหนมีคือจะเด่นมาก พ่อก็ออกรถรถมอเตอร์ไซค์ให้พวกเรา แต่รถมันไม่ได้เดิมๆน่ะสิค่ะ อย่างเคยเปลี่ยนท่อมา แบบว่าดังสนั่นไปไกลสามบ้านแปดบ้าน

เย็นวันหนึ่ง พวกเรามีไปกินเลี้ยงวันเกิดที่บ้านเพื่อนกัน กว่าจะกินกันเสร็จก็ 4 ทุ่มแล้ว ส่งสหายๆเสร็จกว่าตนเองจะได้กลับก็เกือบ 5 ทุ่มค่ะ กลางทางกลับบ้าน พวกเราขี่ไปได้ครู่หนึ่ง คืนนั้นแสงจันทร์รวมทั้งแสงตามทางส่องสว่าง ส่องให้มองเห็นเงารถยนต์พวกเราที่ทอดไปตามพื้นถนน พวกเรามองเห็นในเงามีผู้หญิงใส่ชุด นางรำใส่ชฎา ครบชุดนั่งหันข้างนั่งซ้อนท้ายพวกเราอยู่!!! แค่ช่วงเวลาแว่บเดียวแค่นั้น ก่อนรถยนต์จะพ้นแสงทางมืดไป พวกเราตกใจมากมายกกก แต่ว่าดูกระจกหลังก็มองไม่เห็นมีผู้ใดกันแน่ นึกในใจน่าจะตาฟาดไปเอง เพราะมันเร็วมากแค่แว่บเดียว

พอเพียงใกล้จะถึงบ้าน ทางก่อนเข้าบ้านพวกเราจะเป็นพงหญ้ารกๆจะมีศาลไม้เก่าๆอยู่ซ้ายมือ ธรรมดาเราเข้าออกจะไหว้ทุกหน แม้กระนั้นวันนั้นดันลืมจ้ะ ด้วยเหตุว่ารีบ ด้วยความง่วงหงาวหาวนอน ขี่เลยศาลนั้นไปแค่นิดเดียว ได้ยินเสียงตะเบ็งดังลั่น ‘ขี่รถเบาๆมิได้หรอยังไงวะ!!!’ มันแปลกตรงที่แถวนั้นไม่มีบ้านคนเลย เป็นดงหญ้าเกลื่อนกลาดๆแล้วยิ่งตอนดึกขนาดนั้น คนไหนกันจะมาอยู่แถวนั้น? ด้วยความข้องใจ พวกเราเลยหยุดรถ แล้วก็หันกลับไปจะขออภัยเค้า ..แต่ว่าสิ่งที่มองเห็นเป็น นางรำที่กำลังยืนรำอยู่หน้าศาลไม้! แล้วสายตาเพ่งมองพวกเราแบบไม่กระพริบ! โอ้ยยยยยยย!!!! ในเวลานั้นฉี่แทบจะแตก ตาค้าง ตกอยู่ในภวังค์นานขนาดไหนไม่เคยรู้ มารู้สึกตัวอีกครั้งเป็นเสียงโทรศัพท์มือถือเข้า พอสติมา พวกเรารีบบิดรถเข้าบ้านเลยจ้าาา~ ไม่อาบน้ำ ขึ้นห้องแล้วนอนโดยทันที

รุ่งอรุณเลยเล่าให้คุณย่าฟัง ย่าบอกว่า เค้าอาจจะรำคาญที่ท่อรถเสียงดัง แล้วก็กลับไปอยู่ที่บ้านมืดค่ำๆดื่นๆภายหลังตอนนั้น เราไม่กล้าขี่รถยนต์เสียงดังเวลาดึกดื่นๆอีกเลยจ้ะ เวลาจะเข้าบ้านมืดค่ำๆก็ให้บิดาออกไปรับตลอด ไม่กลับเข้าบ้านคนเดียวอีกเลย หลาบจำแล้วเจ้าค่ะ!…

Read Post →

ขอขมาจอมปลวก

ขอขมาจอมปลวก เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

ขอขมาจอมปลวก
ขอขมาจอมปลวก 

ขอขมาจอมปลวก เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ พ่อผมไปตัดต้นมะม่วง และในลำต้นมะม่วงต้นใหญ่นั้น มี จอมปลวก อยุ๋ ซึ่งพ่อผมไม่รู้และไม่ได้สังเกตุ เลยถีบเข้าไปอย่างจัง ตอนกำลังตัด หลังจากนั้น 2วัน พ่อผมเริ่มมีอาการ ไม่มีเรี่ยวแรว ขยับขาและมือไม่ได้ จนต้องส่ง โรงพยาบาล

เสียงหมาหอนทุกคนในวันที่พ่อผมนอน พ่อนึกได้ว่าไปถีบต้นมะม่วงที่มีจอมปลวกเข้าให้ เลยไปจุดธุปขอขมา วันนั้นแหละ ประมาน ตี 1 ตี2 ผมเห็น ผู้ ญ แก่ๆ ห่มชุดขาว ซึ่งตอนนั้นผม รู้สึกตัวอยุ๋แต่เหมือนว่าผมหลับ เขามาเป่า ที่ขาพ่อ และเอามือ ลูปลงมา เสียงหมาหอน รับกันอย่างระนาว ผมละขนลุกซู่ จนเช้า จึงเล่าให้พ่อฟัง พ่อก็เห็นเหมือนกัน คล้ายๆว่าฝันอยู่ แต่พอเช้าปุป พ่อกลับลุกขึ้นได้อย่าง น่าอัศจรรย์ ทั้้งๆที่2-3วันนั้น ไม่มีเรี่ยวแรวเลย ประสบการณ นี้เป็นเพียงแค่ ประสบการณ์ ส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ผมพบกับตัวเอง…

Read Post →

โจรผวา

โจรผวา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

โจรผวา
โจรผวา 

โจรผวา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

สมัยที่กองอำนวยการต่างๆยังอยู่บนอาคารหลังยาว ในเย็นวันหนึ่ง โจรร้ายได้ลอบไต่ขึ้นมาลักขโมยของบนอาคารยาว บังเอิญพอไต่ขึ้นมาในห้องพบคุณลุงแก่ๆคนหนึ่งอยู่ในเงามืดของห้องก็เลยพูดว่า “ลุงช่วยผมหน่อยสิ ถ้าหากลุงช่วยผมจะแบ่งให้คุณ

ลุงอย่างสวยเลย ไม่มีผู้ใดทราบหรอก” ว่าแล้วขโมยก็เดินถือสิ่งที่มีค่าในห้องเรื่อยแล้วโยนให้เพื่อนโจรที่รอรับของด้านล่าง พอดีโจรจะถือเครื่องพิมพ์ดีดข้างหลังลุงแก่ ขโมย เลยพูดว่า “ลุงถือพิมพ์ดีดข้างหลังคุณลุงให้หน่อย” ลุงแกเลยหมุนคอไปข้างหลังจับพิมพ์ดีดแล้วส่งให้โดยไม่ต้องเดิน เพราะคุณลุงอาศัย “ยืดแขน” ส่งมาให้ ทันทีนั้นมิจฉาชีพร้ายก็รู้แล้ว่าเจอกับอะไร ไม่ทันที่จะปีนป่ายหนี เพื่อนพ้องมิจฉาชีพที่อยู่ด้านล่างก็มองเห็นมือยักษ์ จับกุมเพื่อนปล่อยลงมาจากตึก โดยไม่รอช้า ทั้งคู่รีบหนีไม่คิดชีวิตลืมของที่จะขโมย เช้าตรู่วันถัดมาทั้งคู่เข้ามอบตัว แล้วก็คืนของมีค่าชิ้นเล็ดชิ้นน้อยที่ติดตัวไว้จนหมดสิ้น…

Read Post →

เวรดึก

เวรดึก เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

เวรดึก

เวรดึก

เวรดึก เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ประการแรกขอบอกไว้ก่อนนะคะว่า แม่ของมีนเป็นคนมี สัมผัสที่ 6 ก็เลยออกจะที่จะรับรู้เรื่องลึกลับได้เสมอๆแต่ว่าแม่ก็ไม่ค่อยจะกลัวเรื่องเหล่านี้สักเยอะแค่ไหน หรือจะพบจนเกิดความเคยชินแล้วหลังจากนั้นก็ไม่รู้จักนะคะ เรื่องมีอยู่ว่า.. ย้อนกลับไปเมื่อราว 10 ปีที่ผ่านมา ยุคนั้นแม่ของมีน ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ศูนย์กลางเมือง จังหวัดนครสวรรค์จ้ะ แม่มีนปฏิบัติงานตรงนี้ ตั้งแต่ยุคผู้หญิงที่เพิ่งจะจบการศึกษาชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงใหม่ๆ ทำตำแหน่งข้าราชการการคลัง ซึ่งก็ควรจะมีการขึ้นเวร ลงเวรอยู่เป็นประจำ.. แม่มีนขณะนั้น ฐานะออกจะลำบาก จะต้องทำงานมากเพื่อแบกรับหน้าที่ ที่จำเป็นต้องเลี้ยงลูกเพียงคนเดียว ทั้งยังค่าเช่าบ้าน ค่าเทอม ทำให้แม่จะต้องทำโอที แล้วก็รับจ้างขึ้นเวรแทน วันหยุดเทศกาลต่างๆก็ไม่เคยหยุด เพื่อจะได้เงินเพิ่ม ไว้ใช้จ่ายในครอบครัว ทำให้ในทุกๆวันของแม่ แทบอยู่โรงหมอเกือบจะ 24 ชั่วโมง

ครั้งหนึ่ง แม่จำเป็นต้องอยู่เวรอยู่คนเดียว ซึ่งห้องทำงานของแม่ จะอยู่ใกล้กับห้องจ่ายยา ซึ่งจะมีกระจกซึ่งสามารถเปิดปิดหากันได้.. เวลาตอนนั้นราวๆตี 3 คนเจ็บที่มาใช้บริการไม่มีเลย และก็เนื่องจากว่าแม่อดนอนมาหลายคืน ทำให้เริ่มง่วงหงาวหาวนอน ก็เลยบอกกับสหายที่อยู่ห้องยาว่า ‘ถ้าเกิดมีผู้ป่วยก็ช่วยปลุกทีนะ ของีบหน่อย รู้สึกไม่ค่อยสบาย’ เพื่อนแม่ก็ตบปากรับคำ.. แม่เลยไปเอาเก้าอี้ ซึ่งสามารถกางเป็นเตียงได้ออกมานอน

นอนไปได้ครู่หนึ่ง แม่เริ่มรู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก กับได้ยินเสียงหัวเราะ ‘หึๆๆๆ..’ อยู่ด้านข้างหู แต่ว่าไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้เลย ในเวลานั้น แม่รู้ทันครั้งเลยว่ากำลังพบกับอะไร ก็ได้แต่ว่าสวดมนต์ไหว้พระ แล้วก็กรวดน้ำในใจ.. ครู่หนึ่งพอเพียงเริ่มขยับตัวได้ แม่ก็ยืนขึ้นมานั่ง ดูไปบริเวณเหงื่อออกท่วมตัว.. เพื่อนฝูงแม่ที่นั่งอยู่ข้างในห้องยา มองเห็นแม่ยืนขึ้นมาก็ถามคำถามว่า ‘อ้าว? ไม่นอนแล้วหรอ ตี 3 ครึ่งเอง..’ แม่ก็กล่าวว่า เครื่องปรับอากาศมันร้อนน่ะ จะลุกมาปรับเครื่องปรับอากาศสักหน่อย แล้วต่อจากนั้นแม่ก็ล้มตัวนอนต่อ.. เพียงพอหลับไปได้สักพักใหญ่ๆอาการเดิมเริ่มกลับมาอีกรอบ เหมือนหวิวๆเหมือนเวลานั่งรถลงเนินเร็วๆแต่ว่าครั้งนี้ รู้สึกราวกับมีอะไรบางอย่างมาเขี่ยๆที่ปลายตีนด้วย แม่เลยลืมตาขึ้นมา และจำต้องตกอกตกใจเต็มที่ ภาพที่เห็นที่ระหว่างปลายตีนแม่เป็น หัวผู้ที่เบาๆโผล่ขึ้นมาจากขอบเตียง และก็เบาๆลอยขึ้นๆเป็นหญิงกลางคน สวมชุดคนป่วย ใบหน้าของคุณนั้นขาวซีด ดวงตาแดงก่ำปูดโปนออกมา จ้องมองมาทางแม่ ร่างคุณเบาๆลอยขึ้นไปทางแอร์บนเพดาน รวมทั้งเริ่มหายเข้าไปในช่องเครื่องปรับอากาศ โดยภาวะลำตัว หายไปในช่องแอร์กึ่งหนึ่ง และก็แขวนโตงเตงอยู่ด้านล่างอีกครึ่งหนึ่ง พร้อมๆกับเสียงหัวเราะ ที่ดังก้องอยู่ในหูของแม่

ภายหลังจากช็อคกับสิ่งที่มองเห็น แม่มีนตั้งรู้สึกตัวได้ ก็บากบั่นเรียกเพื่อนพ้อง ที่อยู่ห้องด้านข้างกลับไม่มีเสียงพูดออกมา แม่อุตสาหะดิ้นให้หลุด แต่ว่าก็ไม่เป็นผล.. ตอนนั้นแม่เริ่มรู้สึกขุ่นเคือง ก็เลยบอก (ในใจ) ออกไปว่า ‘ทางคนใดกันแน่ก็ทางมันอย่ามายุ่ง มารบกวนกันเลย อยากได้อะไรก็บอกกันดีๆจะทำบุญไปให้ หากยังไม่หยุดจะแช่ง! ให้มิได้ไปผุดไปกำเนิด..’ สิ้นคำร้องของแม่ ทุกอย่างกลับมาปกติ แม่ขยับตัวได้ ก็ยืนขึ้นมาจากเตียงอย่างรวดเร็ว สหายแม่หันมามองเห็น รวมทั้งถามคำถามว่า ‘อ้าว? ไม่นอนแล้วหรอ ตี 3 ครึ่งเอง..’ แม่ได้ยินก็แบบนั้นก็แปลกใจ เพราะมันราวกับ ที่เคยทราบมาแล้วครั้งหนึ่ง.. ทีนี้ แม่ไม่กล้านอนเลย เพราะกลัวว่า นอนแล้วจะย้อนไปพบแบบเดิมอีก! แม่ก็เลยมิได้ตอบอะไร พับเตียงเก็บเข้าที่เดิม และนั่งทำงานต่อจนถึงเช้าเลย..

หลังจากแม่เล่าจบ แม่ก็บอกอีกว่า ดวงวิญญาณเร่ร่อนเหล่านี้ หากได้พบ ถ้าพวกเราสวดมนต์ก็แล้ว กรวดน้ำไปให้ก็แล้ว ยังไม่หยุด ให้แช่งออกไปแทนเลย เพราะเหตุว่าวิญญาณเหล่านี้ จะกลัวคำสาปแช่งของคน.. ซึ่งตัวมีนเอง ก็ไม่ทราบว่าจะจริงหรือไม่จริงนะคะ แต่ว่าก็ไม่ขอพบเลยดีที่สุด…

Read Post →

หัวหายไปไหน

หัวหายไปไหน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

หัวหายไปไหน

หัวหายไปไหน

หัวหายไปไหน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

มีอยู่วันหนึ่ง ผมไปงานกินเลี้ยงของทางกรม ที่จังหวัดกรุงเทพ รวมทั้งเดินทางกลับไปอยู่บ้านที่จังหวัด ชลบุรี ในคืนนั้นเลย.. สารภาพนะครับว่า ดื่มไปพอควร แม้กระนั้นก็ยังมีสติขับขี่รถได้สบาย.. ประมาณตี 1 กว่าๆเพียงพอไปถึงตอนศรีราชา ถนน

หนทางค่อนข้างมืดยุคนั้น จู่ๆก็มีสายเข้ามาที่มือถือ และก็จังหวะที่ผมละสายตา ก้มถือโทรศัพท์เคลื่อนที่ ออกมาจากกระเป๋ากางเกง เพียงแค่อึดใจเดียว ‘กึ่กรัม. กึ่กรัม. กึ่กๆๆ..’ เสียงมาจากใต้รถปิคอัพผม ราวกับไปเหยียบทับอะไรเข้า กระทั่งรถยนต์สั่นสะเทือนค่อนข้างแรง ผมตกอกตกใจมาก จึงหยุดรถยนต์มองดูกระจกหลัง ก็มองเห็นเป็นร่างคนนอนอยู่ 2 คน และก็มีมอเตอร์ไซค์ล้มอยู่ไกลๆ

ผมตกลงใจลงไปดู ปรากฏว่าเป็นร่างวัยรุ่นชาย หญิงคู่หนึ่ง นอนนิ่งแน่อยู่ เลือดท่วมไปหมด โดยที่ศพเพศชายไม่มีส่วนหัว ภาพนั้นขนพองสยองเกล้า ติดตามากครับ ผมทายใจว่า คงถูกชนแล้วหนี แล้วก็เมื่อกี้ผมอาจจะไปทับซ้ำเข้าอีก.. ผมรีบขึ้นรถขับกลับบ้าน รวมทั้งกลางทาง ก็ได้โทรบอกเหตุกับตำรวจไว้ด้วย

พอเพียงผมกลับมาถึงบ้าน เอารถยนต์เข้ามาในบ้าน ขณะนั้นน่าจะเป็นเวลาตี 2 ได้ ไอ้ถั่ว หมาบ้านผมก็เห่าเสียงดัง บอกให้หยุดก็ไม่ยินยอมหยุด ในขณะที่ธรรมดา มันก็ไม่เคยจะเห่า แต่ว่าผมก็มิได้ฉงนใจ ขึ้นห้องน้ำนอน.. รวมทั้งคืนนั้น ผมก็นอนไม่ค่อยหลับ เพราะเหตุว่าไอ้ถั่วมันไม่เห่า แต่ว่าครั้งนี้มันหอนแทน เสียงดังทั้งคืนเลย จนถึงท้ายที่สุดผมก็หลับไป.. รวมทั้งเสมือนจะครึ่งหนึ่งหลับ ครึ่งหนึ่งตื่น ไม่รู้เรื่องฝันหรือจริง ผมดูไปที่ปลายเตียง เห็นเป็นเงาดำๆที่เพียงพอมองดูสีเสื้อออก ว่าเป็นเด็กชายไม่มีหัว ที่พบกลางทาง ยืนอยู่อย่างงั้น ไม่ไปไหน ผมนี่ขนลุกวาบ รีบหลับตา แม้กระนั้นพอเพียงเริ่มมีสติสัมปชัญญะ ทดลองลืมตามองดูอีกรอบ ก็ยังคงไม่ไปไหน จนถึงผมได้แม้กระนั้นคลุมโปง สวดมนต์ แล้วแล้วหลังจากนั้นไม่เคยรู้อย่างไร มารู้ตัวอีกครั้งก็ตื่นมาเช้าตรู่แล้ว..

รุ่งเช้าวันนั้น ผมจำต้องตื่น เพราะเหตุว่าได้ยินเสียงร้องของแม่ผม ดังมาจากด้านล่างหน้าบ้าน ผมรีบลงไปดูว่ากำเนิดอะไรขึ้น.. พอลงไปก็มองเห็นแม่ผม รวมทั้งไอ้ถั่ว ยืนมองดูอะไรอยู่ ที่ฝั่งซ้ายของรถปิคอัพผม เพียงพอผมไปดูเพียงแค่นั้นล่ะ.. ภาพที่มองเห็นเป็น ท่อนหัวของเด็กวันรุ่นเพศชาย เลือดเยอะไปหมด ค้างอยู่ซุ้มล้อหน้าของรถยนต์ฝั่งคนนั่ง ในภาวะหันออกมา บริเวณใบหน้ามีแผลเหวอะหวะ และก็ตาโพลงขึ้นจวนเจียนจะมองไม่เห็นตาดำ ผมและก็ แม่เกือบเป็นลมเป็นแล้งไปทั้งสอง กระทั่งมีสติได้ ผมก็เลยรีบโทรแจ้งหน่วยกู้ภัย มาดำเนินการต่อ.. หน่วยกู้ภัยประเมินว่า น่าจะเป็นจังหวะที่ ผมขับขี่รถไปทับร่างซ้ำ แล้วหัวกำเนิดกระเด็นหลุด ใกล้กับรถยนต์มาตั้งแต่เมื่อคืนนี้ เพราะว่าเมื่อคืนนี้หน่วยกู้ภัย หาท่อนหัวในจุดเกิดเหตุอย่างไร ก็หาไม่พบ..…

Read Post →