Posts By Charline

ลวดผี

ลวดผี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

ลวดผี

ลวดผี

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ลวดผี 

ขออนุญาติเล่าแทน ตามคำบอกของนายชั่งตอนยังไม่เจ็บป่วย…..ขอเริ่มเลยนะคะ ลวดผีมีที่มาเป็น ตอนสมัยนายช่าง วัยรุ่นนี้ ราว 10กว่าปีกลาย ในเวลานั้นยังวัยรุ่น มอไชขับบิดหูดับตับใหม้ เป็นเกือบทุกบ้านตอนนั้น

โนวาแดช กำลังมาแรงเลย ลูกผู้ชายบ้านใหนไม่มีถือว่าไม่เข้ากลุ่ม สาวไม่ชอบ นายช่างก็แบบเดียวกันบอกให้แม่ขายอ้อยที่ปลูก แล้วเอาเงินไปซื้อให้ นี่ละ กรรมเวร ที่มันจะตามทัน โดยข่มขู่แม่(ไม่ดีบาปมากอย่าทำตาม)ว่าจะไม่ไปเรียน….จนได้แม่ตามใจเพราะเหตุว่าคำว่าลูก…กระทั่งมาวันหนึ่ง รวมกลุ่มกัน มีนายช่าง 1 มีเพื่อนอีก2 เป็นรถ 3 คัน เตรียมตัวในการไปดูหมอลำ หมู่บ้านข้างๆ บ้านพวกเราห่าง จากที่มีหมอลำ ราว 15 กิโล ทางไปนี่ สมัยก่อน มีแต่ต้นไม้ มืดมาก คนรุ่นนั้นต่างจังหวัด อาจคิดภาพออก..สองริมถนนทึบน่าสยดสยอง..แต่ว่ากลุ่มพวกเราก็จะไป ด้วยเหตุว่าจะไป…เต้นหน้าฮ้าน…ในช่วงเวลานั้นกินมื้อเย็นเสร็จ นัดหมายกับสหาย แล้วก็แฟนเพื่อน มันขอไปด้วย นัดกัน ที่ศาลากลางบ้าน เวลา 2 ทุ่มตรง เพียงพอพวกเรามาเจอะกันเตรียม ออกรถเลย เป็น นายช่าง ขี่โนวาแดช ผู้เดียว เพื่อน นายช่างอีก เป็นไอ้ป้อง มีสาวนั่งซ้อนท้ายเป็น สาวเปรี้ยวบ้านเดียวกัน แต่รถไอ้ป้อง มันเป็นยี่ห้อ n.s.r โปรอาร์ม ช่วงนั้นคนมีตังจริงจริง จะได้เอามาชมเชย (มันรวย) สาวเปรี้ยวนั่งซ้อนท้าย เบาะหลัง หน้ารับลมเต็ม เต็ม เเละมีเพื่อนอีกคน และอีกคัน คือไอ้ต้อย เรา ออกรถไปก่อน ส่วนไอ้ป้อง และสาวเปรี้ยว ตามหลังสุด เรา4 คนมุ่งหน้าไปบ้านมีหมอลำ นี่คือจุดหมาย…พอขี่ได้ประมาณนึง เราเริ่มถ้าทายกันว่าใครจะถึงก่อน นั้นละจุดต้นเหตุ เราทำเเบบ เสือหมอบ นอนทาบลงรถ…แล้วขับแบบซุปเปอร์แมน วัยรุ่นคงนึกภาพออก แต่อีกคัน ไอ้ป้องหมอบมาเหมือนกัน แต่นั่งหมอบ สาวเปรี้ยว นั่งตัวตรง อย่างเดียวหน้าบานใส่ ลมเลย ใกล้ถึงนายช่างนี่ นำอยู่ หันไปมองไอ้ ต้อย ไอ้ ป้อง ปกติดี ขับ มาตามหลัง แต่สะดุดที่….สาวเปรี้ยวนั่งตัวตรงเหมือนเดิม…แต่ไม่มีหัว….ชิบหายแล้วนายช่างนี่ขยี้ตา แล้วหันไปดูอีกเผื่อตาลาย…แล้วตะโกนบอกให้ไอ้ป้อง หยุด แวะปั้ม ดูว่าตรงสว่าง จะเห็นสาวเปรี้ยวมีหัวเราะเปล่า ไอ้ป้อง ก็จอดแวะปั้ม ……. และด่าทอ นายช่างว่า กำลังบิดมันเลย มึงบอกให้กูหยุด ทำไม นายช่างและไอ้ต้อย ตะโกนพร้อมกัน และเด็กจะมาเติมน้ำมัน ต่างพูดเสียงเดียว ว่า ผีหัวขาด เด็กปั้ม วิ่งแตกกระเจิงไปคนละทาง นายช่างและไอ้ต้อย นี่กอดกันกรม แล้วชี้ให้ไอ้ป้อง หันไปดู สาวเปรี้ยวแฟนมัน มันนี้ร้อง กรี้ด ออกมายังกับตุ๊ดเลย แล้วมันรีบจะลงรถมาหาพวกนายช่างแต่แกะมือไม่ออก ยังกอดไอ้ป้องแน่น มาก มันกลัวจนสลบไปคารถมัน….เรางง ทำไมสาวเปรี้ยวไม่มีหัว แล้วทำไม ไอ้ป้องไม่รู้เรื่องว่าสาวเปรี้ยวหัวขาด …กระทั่งพวกนายช่างกับเพื่อน…ได้เรียกคนใกล้เคียง มาช่วยเหลือกันแกะไอ้ป้อง และก็สาวเปรี้ยว ออกจากกัน ส่งไอ้ป้องไปโรงบาล ส่วนสาวเปรี้ยว คอยให้ตำรวจมาชันสูจน์ศพมอง…ไม่ถึง30 นาทีตำรวจ บอกเราว่า โดนของมีคมตัด หัว ออกไป แล้วก็ตำรวจก็มาย้อนถามคำถามว่า ตอนขับมาเก็น ลวดขึงหรือ สังเกตุ มองเห็นอะไรกีดขวางใหม..พวกเราพูดว่าไม่…แต่ว่าผมเฉลียวใจว่า..ตอนพวกเราหมอบขับรถแน่เลยอาจมีคนเอาลวดมาขึงไว้ แต่มีคนเดียวที่ไม่หมอบ เป็นสาวเปรี้ยว ที่โดนคนเดียว เพราะเหตุว่านั่งเบาะหลังสูง…ชัว1000000% แน่ผมว่านะ..เนื่องจากว่าตำรวจว่าทางนี่เจอบ่อยมาก..วัยรุ่นมันถูกใจเอาขึงไว้เผื่อขโมยรถ คนที่ล้มตรงที่มันขึงลวด…..เรื่องนี้คิดว่าแค่เสียใจ และก็เป็นอุธาหรย์ สอนคนรุ่นใหม่ แต่ว่าหลัง จากประกอบพิธี ทางศาสนาเสร็จ ไม่เกิน 3 วัน ความสยองขวัญมันเกิดขึ้นนี่สิ…

Read Post →

แท็กซี่สยอง

แท็กซี่สยอง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

แท็กซี่สยอง

แท็กซี่สยอง

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน แท็กซี่สยอง

เรื่องมีอยู่ว่า…..

วัน นั้นฉันไปจ่ายตลาดที่ห้างแถวลาดพร้าวกับบุตรสาวอายุ 15 ชื่อน้องกุ้ง เอ็งเป็นเด็กหน้าตาน่ารัก พูดเก่งช่างพูด รวมทั้งใกล้ชิดกับฉันราวกับเป็นเพื่อนกันมากยิ่งกว่าเป็นแม่ลูกกันเสียอีก แต่ละวันหยุดพวกเราจะมีเวลาให้กันเต็มกำลัง เมื่อจ่ายตลาดเสร็จพวกเราก็เดินไปพบ รถแท็กซี่ กลับไปอยู่บ้าน!ฉัน นึกออกว่าแท็กซี่คันนั้นเป็นสีชมพูสด สภาพใหม่มาก นั่งสบายแล้วก็เครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบ ทั้งๆที่อากาศภายนอกออกจะอบอ้าวเสมือนลมพายุจะมา ผู้ขับเป็นชายวัยกลางคน ท่าทางสุภาพอ่อนโยน รูปร่างผอมโซ ขับขี่รถนุ่มนวลกระทั่งฉันคิดชั่วโมง..ที่จริงแล้วกำลังมีความรู้สึกว่าเย็นนี้จะทำอะไรกินกันดี ด้วยเหตุว่าซื้อไส้กรอกมามากมาย บางครั้งอาจจะยำหรือไม่ก็ผัดใบกะเพรา รับประทานกับไข่ทอดโปะข้าวสุกร้อนๆ…ถ้างั้นจะต้องมีแกงจืดอีกสักนิดสักหน่อย จะเอาไก่ต้มกะหล่ำหรือแกงจืดวุ้นเส้นดีหนอ… ฉัน หันมาถามลูกผู้นั่งขอบหน้าต่างเบาะหลัง ทางด้านซ้ายของผู้ขับ ตนเองนั่งกึ่งกลางเบาะหลังเป๊ะ เพื่อรับไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศหน้ารถยนต์ได้สุดกำลัง ไม่มีอะไรขวางทางเมื่อหันมาก็ สังเกตว่าลูกมีสีหน้าท่าทางพิลึก แบบบูดบึ้ง! คุณหน้าบึ้ง ปิดปากแน่น ฉันเลยถามคำถามว่าเป็นอะไร มึงส่ายศีรษะ อุบอิบๆว่าเมารถ ซึ่งไม่น่าเป็นได้เลย…น้องกุ้งไม่เคยเมารถนี่ท้องนา ! อีก อย่างหนึ่ง พอลูกบอกว่าเมารถ ฉันก็คิดในใจว่ายังดีนะที่รถยนต์คันนี้ไม่มีกลิ่นอะไรเลย หน้าคอนโซลของรถยนต์มีท่านเล็กองค์น้อยวางเรียงเป็นแนวราวกับโต๊ะบูชาก็จริง แม้กระนั้นมองสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีพวงดอกไม้หรือการบูร…ไม่มีแม้กระทั้งช่อใบเตย ที่แท็กซี่ถูกใจสุมไว้ข้างหลังให้ส่งกลิ่นหอม พอเพียงรถยนต์แล่นผ่านโรงหมอใกล้บ้าน ฉันก็ถามลูกว่าจะแวะหาแพทย์ไหม เอ็งยกมือโบกเป็นเชิงไม่ยอมรับ…อีก เพียงแต่ห้านาทีหลังจากนั้น รถยนต์ก็มาหยุดหน้าบ้าน ลูกพรวดพราดลงจากรถยนต์ มือก็ฉกเอาข้าวของเครื่องใช้ต่างๆที่ซื้อมาออกไปด้วยเป็นพวงใหญ่ ฉันจ่ายค่าเดินทางและลงตาม นึกว่าลูกป่วยแล้วยังอุตส่าห์ไม่ลืมเลือนช่วยแม่หิ้วของอีก… พอกลับเข้าบ้าน น้องกุ้งรีบไปที่ส้วม ล้างหน้าล้างตา บ้วนปากเป็น การใหญ่ เสร็จแล้วคุณก็กลับกลายคนเดิมอย่างน่าประหลาดใจ! แม่มิได้กลิ่นอะไรที่อยู่ในรถแท็กซี่โน่นหรอ คุณถามอย่างงงเต็ก ฉันมึนงงกว่าลูกอีก…กลิ่นอะไรกัน กุ้ง พูดว่า เมื่อคุณตามฉันเข้าไปนั่งในรถยนต์ ก็ได้กลิ่นยาสูบฉุนจัด…ฉุนขนาดว่า มันคลุ้งไปทั้งยังรถยนต์จนกระทั่งหายใจเกือบจะไม่ออก! วินาทีนั้น คุณมั่นใจว่าผู้ขับกำลังอัดบุหรี่อย่างบ้าคลั่ง คุณโมโหอย่างมาก…แต่ว่าเพียงพอมองดูไปเขาก็มิได้ดูด ที่ร้ายกว่านั้นเป็นมองเห็นฉันนั่งเฉยสบายดี…ดูเสียอีกว่ารถยนต์เครื่องปรับอากาศเย็น ดีล้นเกิน แม่ไม่เคยทนกลิ่นอะไรได้ โดยเฉพาะกลิ่นยาสูบ! ถ้าเกิดหนูได้กลิ่นขนาดนี้ แม่ควรได้กลิ่นมันเป็นคนแรก กุ้งวิจารณ์เป็นการใหญ่คุณเล่าต่ออีกว่า จากนั้นกลิ่นยาสูบก็เปลี่ยนเป็นกลิ่นเหม็นอย่างร้ายกาจ…เหม็นราวกับตัวอะไรตายอยู่ในรถยนต์! เหม็นจนกระทั่งคุณหายใจไม่ออก รวมทั้งเมื่อฉันหันไปถามคำถามว่าเย็นนี้จะรับประทานแกงอะไรดี คุณก็แทบอ้วก! ที่แปลกที่สุดเป็น ตลอดระยะเวลาที่นั่งในรถแท็กซี่นั้น ฉันกลับคิดว่าด้านในรถยนต์ช่างสะอาดชื่นบานแล้วก็เย็นเฉียบเอ้อ…จริงสินะ มันเย็นแปลกๆเสมือนเข้าถ้ำ ไม่ใช่เย็นแบบเครื่องปรับอากาศในรถยนต์ธรรมดา! รถยนต์คันนั้นจะต้องมีอะไรแล้วละแม่ กุ้งสรุป ผีแน่นอนเลย! ไม่อย่างนั้นหนูคงมิได้กลิ่นเน่า กลิ่นยาสูบอยู่ตามลำพังหรอก ในทันที ที่กุ้งบอกจบ หูดิฉันก็ได้ยินเสียงเพศชายแก่ๆหัวเราะดังฮ่าๆๆจนกระทั่งจำเป็นต้องหันวับเพราะเหตุว่าเสียงมันชัดมากมาย เสมือนเขาคนนั้นยืนอยู่ด้านในห้องเดียวกับฉันนี่เอง! ได้ยินเสียงโน่นมั้ย ตอนนี้ฉันโดนผู้เดียว…มันเห็นภาพแจ่มแจ้งเสมือนพวกเราพึ่งผ่านสถานะการณ์นั้นมาหยกๆฉัน เห็นภาพผีชายแก่ไอโขลกๆตัวงอเพราะเหตุว่าเป็นถุงลมโป่งพองตาย! ปอดดำจริงๆ ไอแต่ละคราวก็พ่นเอาควันที่เกิดจากบุหรี่เหม็นฟุ้งออกมาจากปากเน่าๆมึงตายในรถยนต์คันนี้ ตรงที่กุ้งนั่งมานั่นล่ะ…นอกเหนือจากคนติดยาแล้วยังขี้หลีด้วยสิ! มึงชอบใจในความแจ่มใสของบุตรสาวฉัน พึงใจจนกระทั่งตามลงมาจากรถยนต์แน่ะ คิดได้แบบงั้นฉันก็โกรธจนถึงหายกลัว ตะคอกลั่นว่าออกไปนะ! กุ้งยังสะดุ้งนึกว่าไล่คุณ แม้กระนั้นพอเพียงชี้แจงกันแล้วคุณก็หัวเราะกิ๊กใช่ จ้ะ! ฉันเป็นเจ้าของบ้านนี่ค่ะ ตะคอกแว้ดเดียวผีเผ่นไปเลย รู้สึกได้จริงๆจ้ะว่า ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเตียนใสอย่างเดิม…แต่ว่าก็สารภาพล่ะจ้ะว่าประเด็นนี้น่าสยองจนกระทั่งขนหัว ลุก!…

Read Post →

เรื่องเล่าเรื่องหลอน

เรื่องเล่าเรื่องหลอน

, , No Comment

เรื่องเล่าเรื่องหลอน

เรื่องเล่าเรื่องหลอน

เรื่องเล่าเรื่องหลอน สวัสดีนะครับท่านคนอ่านทุกคน นานๆจะพบกันซักครั้ง วันนี้สถานี เรื่องนี้มีผีให้รีวิว มีเรื่องสั้นจาก ลูกเพจของพวกเรานี่เอง เจ้าของเรื่องใช้ชื่อว่า เคซี คุณเคซีเล่าให้ฟังว่ามันเป็นประสบการณ์หนแรกในชีวิตของคุณเลย ที่ได้ได้โอกาสเผชิญพบเห็นกับ เหตุที่หาคำชี้แจงมิได้แบบงี้ แม้กระนั้นฝังอยู่ในความจำของธอมาตลอด กับประสบการณ์หลอนเรื่อง
ฉัน..นอนกับคนไหน…

ย้อนไปเมื่อ 20 ปี ที่แล้ว พวกเราชอบท่องเที่ยวบ้านป้าสะใภ้ที่จังหวัด เพชรบูรณ์ ในตอนโรงเรียนปิดวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะเหตุว่าชอบไปเที่ยวหาลูกพี่ลูกน้องพวกเรา มึงชื่อพี่อ๋อ วัยไล่เลี่ยกัน รวมทั้งพวกเรามีหลานชายคนหนึ่งอายุอ่อนกว่าพวกเราไม่มากมาย ในขณะนั้นหลานเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น หลานคนนี้ชื่อเฟียส สนิทกันพอควร หลานชายคนนี้อยู่อีกหมู่บ้านนึงซึ่งออกจะไกลจากบ้านป้าพวกเรา พอเพียงเจ้าเฟียสรู้ข่าวว่าพวกเรามาหาป้า มันปั่นจักรยานแวะมาหาด้วยความต้องการพบปะสนทนากันประสาลูกพี่ลูกน้องที่ไม่ค่อยได้เจอะกันบ่อยครั้งนัก และก็วันนั้นมันเป็นเย็นของวันอาทิตย์ เฟียสคุยติดลมอยู่จนกระทั่งมืดค่ำ เลยกล่าวว่าขอนอนที่บ้านป้าละกัน เช้าตรู่มืดค่อยกลับ เนื่องจากว่าจะต้องรีบไปบ้านเปลี่ยนแปลงชุดเพื่อไปเรียน รวมทั้งตัวเราก็จำเป็นต้องกลับไปเรียนที่เมืองนครสวรรค์ด้วยเหมือนกัน
…พวกเราคุยกันไปดูโทรทัศน์ไปด้วยที่โถงนอกห้องนอน กระทั่งพวกเราเริ่มง่วงนอนเลยบอกเฟียสว่า “พี่ไปนอนก่อนนะ มึงจะนอนก็เข้าไปนอนที่มุ้งเดียวกับพี่นะ พี่นอนกับพี่อ๋อ เตียงกว้างพอสำหรับ 3 คน ประเดี๋ยวเตรียมหมอนไว้ให้” เฟียสก็กล่าวว่า “ยังหรอกครับสักพักผมค่อยนอน ดูหนังเรื่องนี้จบก่อน” หน้าโทรทัศน์ยังมีป้าพวกเราอีกผู้ที่นอนดูหนังอยู่กับเฟียส พวกเราก็เลยไม่ห่วงอะไร ขอตัวนอนก่อน
…ช่วงดึก พวกเราสะลึมสะลือ..คิดว่ามีคนนอนทับหัวไหล่ทางขวามือ (พวกเรานอนหงาย) เลยหรี่ตาดูไปด้านขวานิดหน่อย มองเห็นเงาดำๆลักษณะแบบนอนตะแคงหันหลังให้พวกเรา แต่นอนทับไหล่พวกเราแล้วก็แทรกพวกเราอยู่ พวกเราก็รู้สึกว่าเออ ..อาจเป็นเฟียส เลยเอามือลูบคลำๆขึ้นไปทางศีรษะจะเช็คว่าเขาหนุนหมอนไหม แต่ว่าลูบคลำไปพบเส้นผม แข็งๆมันๆแบบวัยรุ่นสมัยก่อนชอบเอาเจลมาใส่ผม กลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆหอมแบบโบราณลอยมาเตะจมูกเมื่อมือพวกเราสัมผัส พวกเราก็คิดในใจว่าไอ้หลานพวกเรานี่มันสำอางนะ นอนยังเซ็ทผม
ทันทีปลายตีนก็เขี่ยเอาผ้าที่มีไว้เพื่อห่มมาคลุมให้หลานกลัวเขาจะหนาว ตาพวกเราก็จะปิดด้วยเหตุว่าความง่วงซึม..
…แต่ว่าเจ้ากรรม..มันหลับไม่สุข เนื่องจากไอ้หลานคนนี้มันเบียดเรามากขึ้น จนถึงพวกเราอึดอัด พวกเราเลยขยับไปด้านซ้ายกระทั่งตัวเราชิดกับพี่อ๋อ แทรกพี่อ๋อกระทั่งพี่อ๋อมึงเบื่อหน่าย มึงขยับเขยื้อนตัวหนีพวกเรา พวกเราก็ขยับตามเพื่อไม่ต้องแทรกกับเฟียส ดวงใจก็อารมณ์เสีย ตาปรือๆมองดูไปทางเฟียสมองเห็นเป็นเงาดำนอนแทรกพวกเราอยู่ ตลอดคืนหลับไม่เต็มที่เลย ครึ่งหลับครึ่งตื่นตลอด..
..เมื่อเช้ามืดมาถึง ฟ้าสลัวประมาณ เกือบ 6 โมงเช้า พวกเราตื่นมาไม่พบคนไหนกันแน่ ออกไปหน้าห้องนอนพบว่า..ป้าพวกเรากำลังเก็บเสื่อที่พักผ่อน และก็หมอน 2 ใบ อยู่เลยถามป้าว่า “เฟียสกลับไปแต่ว่าเมื่อใดป้า หนูนอนป่วยตัวเลยเมื่อยมาก”
ป้าพวกเราตอบว่า “กลับไปครู่หนึ่งแล้ว เมื่อคืนนี้มันก็นอนหน้าโทรทัศน์กับป้าข้างนอกนี่แหละ พึ่งลุกออกไป บอกป้าว่าผมกลับก่อนประเดี๋ยวแม่ตี”
พวกเราอ้าปากหวอถามป้าว่า “จริงอ้ะ!!!” แบบสั่นๆป้าถามเป็นอะไร ก็เล่าให้ป้าฟังอย่างนั้น ป้าพูดว่า อาจจะเป็นคุณลุงเธอที่ตายไปมานอนด้วย สมัยแกมีชีวิตอยู่ อาชีพเสริมแกเป็น หมอทำขวัญนาค เวลาจะออกไปทำขวัญ แกชอบเอาพวกเจลแล้วก็น้ำมันแต่งผมมาใส่ผมมึง..
..พวกเรายังแคลงใจ รู้สึกว่าป้าบางทีอาจหลงลืมไหม หลังจากนั้น 1 อาทิตย์ถัดมาพวกเราโทรไปถามหลานว่า คืนนั้นนอนที่แห่งไหน โดยไม่เล่าอะไรให้เขาฟังทั้งหมด หลานบอก
“ผมก็นอนกับป้าด้านนอกนะฮะ มิได้ไปนอนภายใน เพราะเหตุใดหรอฮะ?”
..โน่นเป็นครั้งแรกของคนเล่าเรื่องเองที่ถูกผีหลอกแบบจำพวกที่ว่าเปิดซิงถูกหลอกเลย #ส่วนตัวมั่นใจว่า ผี มีจริง 100% หลังจากครั้งนั้น ก็มีครั้งอื่นๆตามมาเนืองๆเลยจ้ะ

 …

Read Post →

ตำนานผีนางรำ

ตำนานผีนางรำ ม.พะยา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

ตำนานผีนางรำ

ตำนานผีนางรำ ม.พะยา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ตำนานผีนางรำ ม.พะยา

คือเรื่องของ นักศึกษา ในหอพักชาย ที่ประสบกับเหตุสยองขวัญ สั่นประสาท เรื่องผี ประเด็นนี้ ผ่านข้อจำกัดของการเจอเพียงผู้เดียว พูดได้ว่า หลอนกันเป็นหมู่คณะ

สยองขวัญ สั่นประสาท ไปกับตำนาน เรื่องเล่า เรื่องสยองขวัญ ที่ส่งตรงมาจาก นักศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล แต่เดิม เคยเป็นวิทยาเขตในสังกัด มหาวิทยาลัยนเรศวร มาก่อน มีพื้นที่ราวๆ 5,700 ไร่ (กว้างมากกก) ไม่น่าเชื่อว่า มหาวิทยาลัยที่นี้ จะมีเรื่องมีราว ที่เล่าต่อๆกันมา หลายตอน หลายรุ่น มากมายไปหมด อย่างไรก็ดี สำหรับคนที่เชื่อก็ดี ไม่เชื่อก็ดี ฟังไว้เฉยๆอย่าไปดูหมิ่นเป็นพอเนาะ…

Read Post →

ผีพราย

ผีพราย เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

ผีพราย

ผีพราย

ผีพราย ถูกเชื่อกันว่าเป็นจิตวิญญาณชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กมากสุด ส่วนใหญ่มัก อาศัยอยู่ในน้ำ มากกว่าบนบก พรายโดยส่วนใหญ่มักมีที่มาแหล่งกำเนิดมาจากซากพืชหรือซากสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆที่หมักหมมรวมกัน ดวงจิตวิญญาณนี้มักจะแสดงตนในลักษณะของดวงไฟเรืองแสง เพื่อหาที่อยู่โดยการสิงเข้าสู่บางส่วนของร่างกายมนุษย์หรือสัตว์ ซึ่งถือว่าดีกว่าการสิงสู่ด้วยการหลอกล่อให้ลุ่มหลงเหมือนที่เคยเป็นมา

มักจะเห็นได้ว่า ผีพรายโดยส่วนใหญ่จะปรากฏกายเป็นผู้หญิง หรือในบางทีนางไม้ก็จัดเข้าพวกผีพรายได้เช่นกัน เช่น พรายตะเคียน พรายตานี เป็นต้น นอกจากนี้ ผีทะเลหรือผีน้ำก็จัดเป็นพรายด้วยเช่นกัน เช่น พรายทะเล พรายน้ำ เพียงแต่ว่าพรายน้ำที่มีลักษณะเป็นฟองผุดๆขึ้นมาจากน้ำนั้นถือเป็นพรายคนละอย่างกัน

ในวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ได้ปรากฏผีพรายที่เป็นโหงพรายเป็นหนึ่งในตัวละครในเรื่องขุนช้างขุนแผนด้วย ซึ่งคาดว่าผีพรายตนนี้น่าจะเป็นผีผู้ชายมากกว่า

 …

Read Post →

ห้องพักสุดหลอน

ห้องพักสุดหลอน ผีในโรงแรมที่เมืองกาญ

, , No Comment

ห้องพักสุดหลอน

ห้องพักสุดหลอน

ห้องพักสุดหลอน เรื่องนี้เกิดขึ้นเดือน ต.ค.ปี 61 เรากับแฟนวางแผนกันไว้ว่าจะไปเที่ยวที่กาญฯ
วันอาทิตย์และหาโรงแรมนอนค้างที่นั่น เพราะแฟนมีธุระที่กาญฯวันจันทร์พอดี
พอเที่ยวเสร็จประมาณ 4โมงเย็นเราก็เปิดกูเกิ้ลดูว่ามีโรงแรมไหนใกล้กับที่แฟน
เราจะไปทำธุระในวันพรุ่งนี้บ้าง และในที่สุดเราก็เจอโรงแรมนั้นดูใหญ่
ห้องดูน่านอน เราเลยตกลงกันว่าไปโรงแรมนี้แหละ

พอไปถึงโรงแรมนั้นรู้สึกว่าเหมือนจะเป็น โรงแรมเก่า แต่เค้ามีการปรับปรุงใหม่
ทาสีใหม่เลยดูโอเค โรงแรมถือว่าใหญ่และดูดีเลยแหละ
เราก็เดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อจะเปิดห้อง

พนง : “สวัสดีค่ะ ได้จองไว้หรือยังคะ”
แฟน : “ไม่ได้จองครับ”
พนง : “ตอนนี้ห้องพักเราเหลือชั้น1 กับชั้น2 นะคะ คุณลูกค้าต้องการชั้นไหนคะ”
แฟน : “ต้องการชั้น 1 ครับ ขอเป็นเตียงเดี่ยวครับ”
(พนักงานที่คุยกับแฟนเราหันไปมองหน้าเพื่อนพนักงานอีกคนพร้อมกัน และทำสีหน้าแปลกๆ)
พนง : “ชั้น 1 เป็นเตียงคู่ได้ไหมคะ เตียงเดี่ยวเต็มแล้วค่ะ”
(เรา 2 คนมองหน้ากันเหมือนรู้ใจว่ายังไงก็อยากจะนอนเตียงเดี่ยว
และตัวเราเองชอบชั้น 1 มากกว่าเพราะมันใกล้กับทุกๆอย่าง)
แฟน : “ไม่มีเลยหรอครับ คือผมต้องการห้องเตียงเดี่ยวชั้น 1”
พนง : “งั้นรอสักครู่นะคะ”
(พนักงานเดินห่างออกไปจากเคาน์เตอร์โทรหาใครสักคน สักพักก็เดินกลับมาที่เดิม)
พนง : “ได้ค่ะ เหลือห้องเดียวพอดี”

เรารู้สึกดีใจมาก ไม่คิดว่าจะได้ห้องที่เป็นห้องในที่สุดพอดิบพอดี
เพียงพอพวกเราเดินเข้าไปในห้อง ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างธรรมดาห้องกว้างขวางสะอาดดูดีเป็นน่านอนมาก
บรรยากาศไม่น่ากลัวเลย แล้วก็พอตกดึกพวกเราก็นอนกันไวมากมายด้วยความเหนื่อย
จากการเที่ยวตลอดวันตั้งแต่เช้าตรู่ และแฟนก็จะต้องไปทำธุระในวันพรุ่งแต่เช้าด้วย
แล้วก็แล้วเรื่องที่ไม่คาดคิดว่ามันจะมีอยู่ในห้องนี้ก็เกิดขึ้น
เรารู้สึกว่าเราหนักตัวมาก อยากจะลุกก็ลุกไม่ขึ้นขยับตัวไม่ได้
อยากจะตะโกนว่าช่วยด้วยแต่เสียงมันไม่ออกมา
เรานอนตะแคงทางซ้าย(เพราะแฟนนอนซ้ายมือเรา) เรารู้สึกกึ่งหลับกึ่งตื่น
ลืมตาได้ครึ่งเดียวก็เห็นว่าแฟนไม่อยู่ที่ห้องแล้ว น่าจะออกไปทำธุระแล้ว
เรากลัวมากเพราะมันขยับไม่ได้เลย เราดิ้นๆๆจนเหนื่อยสักพักก็ขยับตัวได้
ตัวเบาลง แต่มันเหนื่อยมากและยังรู้สึกง่วงมาก เราเลยเผลอหลับไปอีกรอบ

แต่มันยังไม่จบแค่นั้นค่ะ เรารู้สึกเหมือนเดจาวูอีกรอบ ตัวมันหนักแขนหนักอีกแล้ว
เราดิ้นสู้ จะตะโกนก็ไม่มีเสียงออกมา เราเลยฝืนลืมตาทั้งๆที่ลืมไม่ค่อยขึ้น
พอลืมตาเท่านั้นแหละค่ะ เห็นหน้าฝรั่งเป็นผู้ชายวัยรุ่นตาสีฟ้า
ผมสีบอร์นทองทรงสกินเฮด ดวงตาแข็งมากมองมาที่เรา คือจ้องหน้าเราเลย
ตอนนั้นเรากลัวมาก อยากจะร้องไห้ก็ร้องไม่ออกขยับตัวก็ไม่ได้
เราเลยหลับตาปี๋สักพักได้ยินเสียงคนแก่ผู้หญิงพูดข้างๆหูเรา
เสียงแบบแหบแห้งมากเป็นภาษาอีสาน “ส่ำนี่..กะบ่ไหวแล้วบ่”

เราได้ยินคือแบบอยากจะกรี๊ดมาก แต่คือมันกรี๊ดไม่ออก ขยับตัวไม่ได้
มีอย่างเดียวที่ลุกได้ตอนนี้คือขนหัวลุกค่ะ
เรานึกได้ในใจก็เลยสวดมนต์ทุกบทเท่าที่นึกได้ แล้วมันก็ได้ผลค่ะ
พอขยับตัวได้ลุกขึ้นได้เรารีบวิ่งไปเปิดไฟและวิ่งไปล้างหน้าแปรงฟันที่ห้องน้ำ
ขนเราลุกอยู่ตลอดเวลา ไม่กล้าหันไปมองที่เตียงเลย
พอล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเรารีบวิ่งออกจากห้องพร้อมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาด้วย

เราไปนั่งสงบสติอารมณ์อยู่ที่ล๊อบบี้แล้วก็โทรศัพท์หาแฟนแต่ว่าโทรไม่ติด
เพราะว่าแฟนคงจะติดงานอยู่ เราเลยโทรไปเล่าให้พี่สาวฟัง พี่สาวก็ได้แต่ว่าปลอบโยน
แล้วก็บอกให้นั่งคอยแฟนที่ล๊อบบี้จนกว่าแฟนจะกลับมานะ
พวกเรานั่งคอยแฟนเป็นเวลานานมากจนถึงเที่ยงตรงมันถึงเวลาเช็คเอาท์แล้ว
พวกเราเลยกลั้นหายใจกลับไปที่ห้องเนื่องจากยังมิได้เก็บของเลย
กลับไปที่ห้อง บรรยากาศมันรู้สึกหลอนไม่เหมือนในระหว่างที่พวกเรายังไม่พบผี
ขนาดเปิดไฟทุกดวงแล้วยังคิดว่ามันก็ยังน่าสยองอยู่
พวกเรากลั้นใจเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ในขณะพวกเราก้มหน้าก้มตาเก็บเสื้อผ้าอยู่
พวกเรารู้สึกได้ถึงลมเบาๆวูบผ่านหน้าไป แม้ว่าห้องนั้นมิได้เปิดหน้าต่าง
เครื่องปรับอากาศก็ปิดไปแล้วเพราะมันหนาวมากมาย แล้วลมมาจากไหน ?
ในช่วงเวลานั้นสติไม่อยู่ที่ตัวแล้ว เพราะหน้าฝรั่งที่พวกเรามองเห็นมันติดตาพวกเราตลอดระยะเวลา
เสียงยายแก่ๆก็ยังก้องที่หูอยู่ พวกเราเลยวิ่งออกมาจากห้องอีกครั้ง
และก็คอยให้แฟนมาเก็บของที่เหลือ
ต่อจากนั้นพอกลับจาก กทม พวกเราก็ทำบุญทำทานอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้…

Read Post →

หัวหายไปไหน

วิญญาณรวมทั้ง “ความผูกผัน” ของคนที่จากไป เรื่องสยองขวัญ

, , No Comment

วิญญาณรวมทั้ง

วิญญาณรวมทั้ง “ความผูกผัน” ของคนที่จากไป เรื่องสยองขวัญ

เรื่องที่ผมจะเอามาเล่าในวันนี้ไม่เชิงเรื้องสยองขวัญ วิญญาณรวมทั้ง บางทีอาจจะเป็นการบอกต่อให้ผู้ที่มีความคิดว่าเรื่องทำบุญสุนทานเกิดเรื่องนิดหน่อย สำคัญทำเพียงแค่วันพระก็พอเพียง ปะเข้าเนื้อหากันเถอะ

ย้อนไปสัก15ปีเห็นจะได้ ผมเสียบิดาผมไปด้วยพิษจากการดื่มสุรา ภายหลังจากเอ็งเสียไปจนกระทั่งวันชาปณธุระ ต่อจากนั้นผู้ใหญ่ ผู้เฒ่าผู้แก่ชอบกล่าวว่า อีก3-7วันผู้เสียชีวิตจะรู้สึกตัวแล้วก็กลับไปอยู่ที่บ้าน ซึ่งไม่จริงเลยบิดาผมเอ็งกลับมาตั้งแต่วันแรก แม้กระนั้นคงจะด้วยเหตุผลบางสิ่งบางอย่างเอ็งเลยเข้าบ้านมิได้ ในขณะนั้นผมเห็นด้วยว่าผมเป็น คนกลัวผี แล้วก็ได้ไปนอนรวมกับแม่รวมทั้งน้อง(กลัวผีบิดาตนเอง) คราวแรกที่แกมาจะมีเสียงลมพัดเอาใบต้นกล้วยลอยละลิ่วเสียดสีกัน จะต้องบอกไว้ก่อนบิดาผมปลูกต้นกล้วยไว้มากมายทั้งยังรับประทาน แจก และก็ขาย ทุกคนบางทีอาจจะมีความคิดว่าผมมะโนแต่ว่าบอกเลยหากเป็นเพียงแค่คืนเดียวผมอาจจะไม่ฉงนใจ เป็นอย่างงี้อยู่2-3คืน เพราะว่าต้นกล้วยอยู่ตรงหัวนอนผม แถมข้างบ้านยังปลูกต้นมะม่วงไว้ต้นเบ้อเร้อผมมิได้ยินเสียงลมที่พัดต้นมะม่วงเลย รวมทั้งจนถึงมีเหตุให้ผมจำต้องตกอกตกใจผวาเนื่องจากว่าในคืนนึงนั้นเอง ผมก็นอนรวมกับแม่แล้วก็น้องธรรมดา แต่ว่าที่แตกต่างจากปกติเป็นผมตื่นมายามค่ำคืนแล้วก็จะแปลงท่านอนและไม่ได้ขยับเขยื้อนตัวเร็วมาก ผมมองเห็นบิดาของผมมานั่งอยู่ที่ปลายเตียง

ด้วยความหวาดกลัวในตอนอายุเท่านั้น ภายหลังจากกลับมาท่านอนตะแคงผมนี่คุมโปงเลยคับ สะดุ้งแล้วก็กลัวในช่วงเวลานั้นโดยลืมไปว่านั้นเป็นบิดา ผมเก็บหัวข้อนี้ไว้ไม่บอกแม่แล้วก็น้องด้วยเหตุว่าบางทีอาจรู้สึกว่าผมเพียงแค่ทึ่มนอน กระทั่งกระอีกทั้งผมทำใจได้และก็ได้แยกกลับมานอนผู้เดียวที่ตรงนี้ล่ะจุดพีคเลยราวกับมึงคอยจังหวะนี้อยู่เลย ในคืนนั้นเองเวลาเท่าใดจำไม่ได้ ผมตื่นมากมายลางดึกดื่นเพราะเหตุว่าเสียงของลมและไม่ทราบว่าอะไรดนหัวใจให้ดูไปที่ประตู ในช่วงเวลานั้นผมถูกใจปิดประตูห้องโดยการเอาผ้ายัดไว้ตรงขอบประตู

ประตูเปิดออกอย่างช้าๆทำให้ผมได้มองเห็นร่างของชายที่ได้ตายจากโลกนี่ไปแล้ว ชายที่ผมเรียกว่าบิดา ผมเห็นด้วยว่าเวลานี้ผมยังช็อคกับภาพที่มองเห็นแม้กระนั้นไม่นานผมก็มีสติได้แล้วก็เริ่มแผดเสียงเรียกบิดา เพียงแค่คำเดียวแต่ว่าดูเหมือนกับว่าโลกของคนเสียชีวิตกับคนเป็นจะไม่สามารถที่จะติดต่อกันได้ไหมต้องการให้ผมช็อคตายตามไปอีกคน มึงไม่บอกอะไรและก็เบาๆหายไปแล้วหลังจากนั้นสติผมก็หลุดตื่นมาอีกครั้งก็ตอนเช้า แล้วก็จากนั้นผมก็เล่าให้แม่แล้วก็น้องฟังที่พีคกว่านั้นเป็นแม่กับน้องพบก่อนผมอีก แม้กระนั้น2คนนั้นไม่เจเป็นตัวเป็นตนแบบผม อีกทั้ง2คนจะได้ยินเพียงแค่เสียง แม่ได้ยินเสียงคนหาอะไรรับประทาน ส่วนน้องได้ยินเสียงคนอาบน้ำ แม่กับน้องผมในช่วงเวลานั้นยังนอนห้องเดียวกัน ภายหลังจากวันนั้นผมก็ไม่เคยบิดาผมอีกเลย ไม่เคยรู้ว่ามึงหมดห่วงไปแล้วหรือมึงจำต้องไปที่ของมึงและไม่รู้เรื่อง
.ถัดมาคือเรื่องของคุณยายผมที่ท่านพึ่งเสียไปเมื่อปี61ก่อนหน้าที่ผ่านมา นับเป็นการสูญเสียพ่อแม่ที่อุปถัมภ์ผมมาตั้งแต่เด็กอีกคนท่านเป็นผู้ที่แข็งแรงมากมาย แม้กระนั้นบทจะล้มป่วยจนกระทั่งเสียชีวิตก็เป็นเพียงแค่ขณะสั้นๆไม่ถึงนึงเดือนภายหลังท่านมายอดเยี่ยมผมรวมทั้งกลับไปบ้านที่ชนบทพวกเราบุตรหลานต่างเวียนกันไปเยี่ยมไปเฝ้าดูและเอ็งตลอดตอนที่อยู่โรงหมอแต่ว่าจะมีแม่ผมที่เอ็งเดินทางไปอยู่เฝ้าคุณยายเลยซึ่งปัจจุบันนี้ผมกับน้องก็อายุ23-25กันแล้วเลยบอกมึงไปเหอะเดียวหยุดงานจะตามไปและก็รับกลับ จนกระทั่งวันที่หยุดงานผมกับน้องก็พากันกลับไปเยี่ยมคุณยายที่บ้านนอกภาพแรกที่ผมไปถึงโรงหมอรวมทั้งได้มองเห็นเป็นคุณยายนอนป่วยอยู่กับเตียงพอเพียงตื่นมาก็จำหลานทั้งยัง2คนมิได้ ผมมาได้ทราบจากแม่ไม่ใช่แค่พวกเรามึงจำคนใดกันแน่มิได้เลยไม่ว่าจะบุตรหลานผู้ใด รวมทั้งแกมักจะกล่าวถึงแต่ว่าเรื่องเก่า เก่ามากมายขนาดที่เอ๋ยถึงทวดผมที่ตายไปแล้วรวมถึงผู้อื่นที่มิได้อยู่บนโลกนี่แล้ว มันเท่าเอาผมจุกกระทั่งต้องการจะร้องไห้แม้กระนั้นตั้งแต่บิดาผมตายผมมีความรู้สึกว่าผมร้องไห้ไปหมดแล้วในวันนั้น ขนาดตาผมเพศชายอกสามซอกยังมายืนจับแขนคุณยายอยู่ข้างเตียงมีน้ำตาซึมๆเนื่องจากว่าเอ็งอาจสำนึกผิดตอนที่คุณยายยังสบายดีหรือย้อนกลับไปหลายๆปีมึงทำร้ายจิตใจคุณยายด้วยการมีผู้ใหญ่บ้านคนอื่นๆแม้กระนั้นคุณยายไม่เคยพร่ำบ่นสักคำถึงขั้นพามาอยู่ด้วยก็ไม่พร่ำบ่น แต่ว่าแกมาคิดได้ในวันที่คุณยายจะตาย ผมอยู่ดูและคุณยายที่โรงหมอต่ออีก2-3วันและพาแม่กลับไปอยู่ที่บ้าน แม้กระนั้นพอเพียงมาถึงบ้านเวลาราว2ทุ่มผมก็เข้าห้องเปิดคอนนั่งมองโน่นเล่นนี่ตามธรรมดา แต่ว่ามันเปลี่ยนไปจากปกติตรงที่ว่าจู่ๆที่เตียงของผมก็มีความรู้สึกยุบลงราวกับมีคนมานั่งลงด้านข้างในขณะนั้นเองจิตใจของผมมันก็โฮ่ร้องอยู่อกว่ามีเรื่องมีราวเกิดขึ้นกับคุณยายแน่นอนเวลาเที่ยงคืนแม่ผมได้รับข่าวไม่ดีน้าๆโทรมากล่าวว่าคุณยายเสียแล้ว ความรู้สึกจุกมันกลับมาชนอีกที ผมลางานรุ่งเช้าวันนั้นเพื่อกลับไปร่วมจัดงานสวดพระอภิธรรมและก็จัดแจงบรรพชาให้ยายเป็นสิ่งท้ายที่สุดที่ผมจะก่อให้คุณยายได้ แม้กระทั้งในวันเผา บุตรหลานทุกคนต่างมีน้ำตาแม้กระนั้นผมกลับทำเป็นแต่ว่ารู้สึกเศร้าอยู่ด้านในไม่มีร้องไห้ออกมาอาบหน้าแบบผู้อื่นอาจเกิดขึ้นเนื่องจากอยู่ในผ้ากาสาวพัสตร์หรือผมความรู้ยด้านไปแล้วหลังจากนั้นก็ไม่รู้จัก แม้กระนั้นแต่ภายหลังจากงานฌาปนกิจศพล่วงเลยไป ผมก็ไม่มีจังหวะได้พบเจอหรือได้พบกับวิญญาณของคุณยายเลย อาจจะเกิดขึ้นเนื่องมาจากบุญผมมันน้อยหรือคลื่นวิญญาณขัดแย้งอย่างคำพระท่านที่บอก ขณะนี้ผมก็แปลงเป็นคนไม่กลัวผีไปแล้วตั้งแต่มองเห็นบิดาผม ตอนนี้คนสำคัญของคุณถ้าเกิดพวกเขายังมีชีวิตอยู่ ดูแลเขาให้ดี เอาใจใส่เขาให้มากมาย อย่าได้จำต้องมาเศร้าใจหน้าหีบศพในวันที่เขาไม่อยู่แล้ว เพราะเหตุว่าผู้ตายเขาไม่รับทราบอะไรอีกแล้ว
และก็ท้ายที่สุดผมขอขอบพระคุณทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านจะอ่านจบหรือเปล่า ผมก็ขอฝากหัวข้อรวมทั้งข้อเตือนสติ ให้ทุกๆคนได้เอาไปคิด เอาไปทำ จะได้ไม่ต้องมานั่งเศร้าใจ ในวันที่ไม่มีเขาแล้ว
ผีหรือวิญญาณเป็นกายธาตุที่ไม่มีตัวตน ไม่อาจจะแตะต้อง หรือเห็นด้วยตาเปล่าได้นอกจากบุญพวกเราจะมีมากมายหรือมีคลื่นวิญญาณที่ตรงกันแล้วก็เขาอยากให้มองเห็น คุณก็จะได้มองเห็นและก็เมื่อมองเห็น ควรมีสติสัมปชัญญะอย่าได้ไร้สติจนถึงเสียความเป็นตัวเอง เนื่องจากที่เขามาให้พวกเรามองเห็นด้วยเหตุว่าปรารถนาติดต่ออะไรบ้างอย่าง หากมีความองอาจต้องเก็บสติรวมทั้งช่วยเหลือเขาสะ เพราะเหตุว่าความประพฤติเหล่านี่ ได้บุญมากเท่าไรนักแล……

Read Post →

ประสบการณ์สยอง

ประสบการณ์สยอง ผีบอก “ขอโทษที่ให้รอ”

, , No Comment

ประสบการณ์สยอง

ประสบการณ์สยอง ผีบอก “ขอโทษที่ให้รอ”

 “ขอโทษที่ให้รอ” ประสบการณ์สยอง

เรื่องมีอยู่ว่ายุคตอนเรียนมหาวิทยาลัย พวกเราอยู่หอพักใกล้ม. หอก็ไม่เก่ามากนะ แต่วันแรกที่ไปอยู่ พาเพื่อนฝูงไปนั่งพักผ่อน 3 คน ก็นั่งคุยกันไปเพื่อนพวกเราคนนึง เผลอหลับ จู่ๆมันก็ร้องอื้อๆๆแล้วมันก็เด้งขึ้นมา บอกไม่ปลุกพวกเราล่ะ ผีอำ พวกเราก็อ่าว ไม่รู้อะ
ถัดมาพวกเราหาเพื่อนฝูงมาเป็นรูมมันข้น อยู่กันมาได้ครู่หนึ่ง คืนนึงพวกเราฝันว่าเพื่อนฝูงเดินมาปิดไฟห้อง พวกเรานอนอยู่ด้านล่าง ตามองไปใต้เตียง พวกเราก็มองเห็นมือแห้งๆดำๆเบาๆเอื้อมออกมาจากใต้เตียง พวกเราสะดุ้งมากทำอะไรไม่ถูก เลยกลั้นใจประสานมือนั้นไว้แล้วดึงมือแห้งๆออกมา พวกเรายื้อกันอยู่จนกระทั่งพวกเราตื่น ก็ไม่ได้คิดอะไรเนื่องจากความง่วงชนะทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง
คือพวกเราจะบอกว่าพวกเราสวดมนต์ไหว้พระรวมทั้งแผ่ส่วนบุญทุกคืน แผ่ให้ผี่ที่ห้องด้วย เพื่อนๆที่เข้ามานั่งที่ห้องขอบพูดว่าห้องพวกเรามีผีๆฟังจนเกิดความเคยชิน รูมเมทพวกเราเอาพระมาตั้งที่ห้องบนตู้ที่มีไว้เก็บเสื้อผ้า วันนึงสหายเอาสาหร่ายเถ่าแก่น้อยมาไหว้พระ ในขณะนั้นพวกเราเข้าห้องน้ำอยู่ ได้ยินเสียง กรุบๆๆเสียงเคี้ยวดังมากมาย ในใจมีความรู้สึกว่าเพราะเหตุไรเพื่อนพ้องลาของมากินเร็วจังรับประทานหน้าประตูส้วมเลยหรอ เป็นเสียงใกล้มากมายๆพอเพียงพวกเราเปิดทางออกมา บอกสหายว่าเพราะเหตุไรรับประทานเสียวดังจัง ตามองไปที่หิ้งพระ อ่าวซองสาหร่ายยังอยู่ด้านบน งงสิจ้ะ อีกทั้งพวกเราทั้งเพื่อน พวกเราก็เอ้อ ปล่อยๆไป
แล้วคืนที่พีคสุดก็มา เวลากลางดึกพวกเราฝันว่าพวกเรานอนอยู่บนเตียง จู่ๆก็ได้ยินเสียง ปังๆๆๆดังไม่หยุดเตียงพวกเราเป็นโครงเหล็กครึ้มๆเสียงแบบโน่นทำพวกเราใจสั่น ในใจรู้สึกว่าพวกเราเจอดีเข้าแล้ว แล้วต่อจากนั้นปลายเตียงก็มีร่างหญิงใส่เสื้อขาวโผล่ออกมาจากปลายเตียง หยุดด้วยการยืนนิ่งๆอยู่ปลายเตียงด้านบนปลายเท้าพวกเรา เสียง ปังๆๆก็หยุดลง แล้วผีก็บอกว่า “ขออภัยที่ให้รอคอย” พวกเรานึกในใจ ข้ามิได้คอยเมิงสับสน แล้วผีก็ล้มตัวนอนลงระหว่างกึ่งกลางขอพวกเรากับเพื่อนฝูง ต่อจากนั้นพวกเราตื่นจากฝันจิตใจยังสั่นอยู่เลย หันไปมองดูจุดที่ผีสาวจะนอน ซึ่งมันว่างจริงๆพวกเราก็เอามือก่ายๆถูกจุดที่ผีนอน แบบว่า นอนมิได้ พวกเราไม่ให้ผีนอน แล้วพวกเราก็หลับไป พวกเราไม่เคยเล่าให้เพื่อนฝูงฟังหรอกกลัวมันกลัว ปล่อยไป อยู่ข้างในห้องนี้มาสี่ปี อยู่ตั้งแต่พบแบบแห้ง จนมีเนื้อมีหนังก็ดีใจที่การแผ่กุศลช่วยเขาได้
เรื่องก็เป็นเช่นนี้แล…

Read Post →