Posts By Charline

การล้างแค้นของผีพัดชา

การล้างแค้นของผีพัดชา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

การล้างแค้นของผีพัดชา

การล้างแค้นของผีพัดชา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน การล้างแค้นของผีพัดชา 

“ภูมิถ้าคุณไม่กลับมารักฉัน ฉันจะฆ่าตัวตาย!” ผมหน้าซีดมือสั่นเมื่อได้ยินคำขู่จากพัดชาแฟนเก่า เธอเป็นคนพูดจริงทำจริง “แต่ผมทิ้งโบว์ไม่ได้ คุณก็รู้ว่าผมจะแต่งงานกับโบว์เดือนหน้า โรงแรมจัดงานก็จองแล้ว การ์ดก็แจกไปหมดแล้ว” ปลายสายเงียบไป ผมละอายเพราะผมเป็นคนผิดแต่เพียงผู้เดียว ผมกับพัดชารักกันมา 7 ปีจนเราเกือบจะได้แต่งงานกัน ถ้าผมไม่นอกใจไปหลงรักโบว์เด็กฝึกงานในบริษัท แน่นอนว่าของใหม่กลิ่นมันก็ต้องหอมกว่าของเก่าอยู่แล้ว “นั่นมันเรื่องของคุณ เงินที่คุณใช้แต่งงานมันก็เป็นเงินที่เคยเก็บไว้จะแต่งกับฉัน ไม่ใช่อีนั่น!” “ก็นี่ไง คุณกลายเป็นคนอารมณ์ร้าย ผมจะรักคุณลงได้ยังไง” “ฉัน อารมณ์ร้าย ก็เพราะคุณมีชู้ต่างหาก!”

หลังพัดชาตัดสายผมก็ตกใจรีบเปิดเฟซบุ๊ก พัดชากำลังไลฟ์สดต่อหน้าเพื่อนเป็นร้อย เบื้องหลังเธอคือเชือกที่ผูกลงมาเป็นบ่วงเหนือเก้าอี้ เธอถลึงตาราวกับมองเห็นผมผ่านหน้าจอได้ “ไอ้ภูมิคนหลายใจ หลังฉันตายกลายเป็นผีฉันจะแก้แค้นคุณกับนังโบว์ให้เจ็บปวดที่สุด!” เพื่อนๆ พยายามพิมพ์ข้อความห้ามแต่ไม่เป็นผล ผมนั่งนิ่งตัวแข็งมองดูเธอเหยียบขึ้นไปบนเก้าอี้ราวกับนักกีฬาขึ้นไปรับรางวัล หากแต่มันเป็นรางวัลที่เรียกว่าความตาย เธอคล้องคอเข้าไปในเชือก ยิ้มอย่างพอใจหรือไม่ก็พอกันทีกับชีวิต แล้วเธอก็ถีบเก้าอี้ล้ม ตึง! ผมเห็นเธอตะเกียกตะกายทรมานอยู่กลางอากาศ ผมปิดหน้าจอเพราะทนดูไม่ได้ แล้วผมก็ร้องไห้

“ไม่ได้นะคะ พี่ภูมิจะยกเลิกงานแต่งงานของเราไม่ได้ ไม่งั้นโบว์ขายหน้าตายเลย” ผมนั่งตาแดงก่ำต่อหน้าโบว์ว่าที่ภรรยาที่บัดนี้กลายเป็นนางร้าย “พัดชาเขาฆ่าตัวตายเรียกร้องความสนใจ เราไม่ได้บังคับให้เขาทำเสียหน่อย พี่ภูมิแค่จะไปงานศพคืนนี้ก็ให้เกียรติเขามากพออยู่แล้ว” “โบว์จะไปงานศพกับพี่ไหม?” “ไปให้พ่อแม่เขาลากไปตบหน้าโลงเหรอคะ พูดโง่ๆ พี่ภูมิไปคนเดียวเถอะค่ะ”

ในงานศพผมพยายามเดินตัวลีบเล็กที่สุด รู้สึกได้ถึงสายตาอาฆาตจากเพื่อนและญาติของพัดชา ทุกคนต่างรู้ดีว่าพัดชาตายเพราะผู้ชายหลายใจอย่างผม โดยเฉพาะพ่อเธอที่เหมือนอยากฉีกเนื้อผมเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแต่ต้องเก็บอาการไว้ หลังผมปักธูปไหว้ศพเสร็จกรอบรูปขาวดำหน้าโลงก็หล่น เพล้ง! เศษแก้วกระเด็นมาบาดมือผม ผมกดแผลแต่เลือดกลับไหลไม่หยุดจนผมกลัวว่าเลือดจะออกจนหมดตัวตาย แต่เมื่อแม่ของพัดชาหาผ้าขาวมาปิดแผลให้เลือดก็ค่อยๆหยุดไหลเอง พลันที่ผมเงยหน้าขึ้นก็เห็นพัดชายืนจ้องผมด้วยสายตาเคียดแค้น ใบหน้าเธอเต็มไปด้วยเลือดนอง เธอค่อยๆก้าวเข้ามาหาผม ผมอ้าปากค้างแต่ดูจะไม่มีใครเห็นเหมือนผม แต่พอผมกะพริบตาผีพัดชาก็หายไป ผมรีบลาทุกคนแล้วเผ่นออกจากงานศพทันที

ในที่สุดงานแต่งงานของผมกับโบว์ก็มาถึงในโรงแรมที่ผมกับพัดชาเคยวาดหวังไว้ด้วยกัน ที่นี่หรูหราสวยงามราวกับสวรรค์ เหนือเวทีมีโคมไฟคริสตัลระยิบระยับอันใหญ่แขวนอยู่ ระหว่างที่เรายกมือไหว้แขกเหรื่อที่ทยอยเข้ามาผมก็กังวลว่าวิญญาณพัดชาจะไม่รามือง่ายๆ ในที่สุดพิธีกรซึ่งเป็นเพื่อนสนิทผมก็เชิญผมกับโบว์ขึ้นไปบนเวที นักการเมืองท้องถิ่นที่เราเคารพกล่าวอวยพรให้เราทั้งคู่มีชีวิตสมรสที่เต็มไปด้วยความสุข ผมเงยหน้ามองโคมไฟคริสตัลที่โยกไปมาเล็กน้อยกลัวว่ามันจะหล่นลงมา แต่พอกะพริบตาก็เห็นศพของพัดชาห้อยโตงเตงลงมาจากโคมไฟนั้นเหมือนตอนที่เธอผูกคอตาย! ผิวหนังสีขาวซีด ดวงตาสีดำสนิทพร้อมมีเลือดไหลออกมาแทนน้ำตา ผียิ้มให้ผม เลือดหยดแหมะจากคางผีลงมาบนหน้าผากผมอย่างจัง ด้วยความตกใจผมรีบพุ่งกระโดดคว้าตัวโบว์แล้วไถลไปพร้อมกัน ทันใดนั้นโคมไฟคริสตัลก็หล่นลงมาแตกในจุดที่เราสองคนเคยยืนอยู่ ถ้าผมช้าไปไม่กี่วินาทีผมกับโบว์อาจตายไปแล้วก็ได้

“พี่ภูมิเมื่อไหร่จะหาหมอผีมาจัดการผีอีพัดชาซะ! จะรอให้มันมาหักคอเราสองคนก่อนเหรอ” หลังแต่งงานโบว์ก็กลายเป็นนางยักษีอย่างสมบูรณ์ ทั้งจู้จี้ ขี้บ่น เอาแต่ใจ ใช้เงินเก่ง “พี่แปลกใจว่าเหมือนวันนั้นพัดชาพยายามช่วยให้เราสองคนรอดจากโคมไฟหล่นใส่หัวนะ” “พี่เป็นบ้าอะไร มันเป็นผีไปแล้วพี่ยังเข้าข้างมันอีกเหรอ? พี่รีบๆจัดการมันเลยนะ เพื่อครอบครัวเราทั้ง 3 คน” ผมทำหน้างง “3 คน โบว์หมายความว่ายังไง?” “หนูท้องได้ 2 เดือนแล้ว ลูกของเราไงล่ะคะ” ผมดีใจกอดภรรยาแล้วยกจนตัวลอย ผมอยากมีลูกมานานแล้ว ผมวาดฝันว่าลูกตัวน้อยๆของเราหัดเดิน เข้าโรงเรียนอนุบาล พ่อแม่ลูกจูงมือเดินไปด้วยกันอย่างอบอุ่น

เดือนต่อมา เมื่อผมลาพักร้อนกับบริษัทได้ก็รีบพาโบว์ไปเที่ยวทะเลตามที่เธอต้องการ ผมเชื่อว่าถ้าแม่มีความสุขลูกในท้องก็จะสุขภาพจิตดีตามไปด้วย พวกเรานั่งเรือเพื่อไปยังเกาะแห่งหนึ่งซึ่งขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายงามขาวสะอาดและเล่นน้ำกันทั้งวัน ขากลับตอนค่ำระหว่างที่โบว์กำลังนั่งกางแขนรับลมที่หัวเรือ ผมก็เห็นผีพัดชาอยู่ในเงามืดใต้หลังคาเรือในส่วนลึกสุด! สายตาเธอราวกับอสูรที่พบเหยื่อ ผมยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก ถ้าผีพัดชาฆ่าพวกเราจะทำยังไง ผมพูดในใจ “พัดชา ผมขอโทษ อย่าทำอะไรเราพ่อแม่ลูกเลย” แม้ผีไม่ตอบแต่ผมก็รู้ว่าจิตผมสื่อไปถึงได้ ผีชี้นิ้วลงที่พื้นแล้วค่อยๆเลือนหาย ผมตั้งสติสักพักแล้วกล้าๆกลัวๆเดินเข้าไป แล้วผมก็เจอมือถือของโบว์ตกอยู่ แต่แทนที่ผมจะเอาไปคืนภรรยาลางสังหรณ์กลับบอกให้ผมเช็คไลน์ของเธอ แล้วผมก็พบกับข้อความที่แทงหัวใจอย่างไม่ปรานี

“ที่รักจ๋า ที่เราแอบมีอะไรกันไอ้ภูมิมันยังไม่รู้ใช่ไหม” “ยังจ้ะ มันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่อยู่ในท้องหนูไม่ใช่ลูกมัน” “เราจะปิดเป็นความลับไว้อีกนานแค่ไหน” “ก็ให้มันช่วยออกเงินเลี้ยงลูกก่อน พอลูกโตค่อยหย่า” “แล้วเมื่อไหร่เราจะได้อยู่ด้วยกันล่ะ” “รอจนหนูสูบเงินจากมันมาได้เยอะๆก่อน ตอนหย่าจะได้แบ่งสินสมรสมาด้วย รอก่อนนะตัวเองอดเปรี้ยวไว้กินหวานไง” ผมโกรธจนแทบอยากกระทืบมือถือให้พังคาตีน ที่แท้ผมก็โดนอีโบว์สวมเขามาโดยตลอด หน่อยนังวันทองสองใจ แต่ไม่ทันที่ผมจะได้อาละวาดก็เกิดพายุฝนตกหนัก เรือโคลงเคลงไปซ้ายทีขวาทีอย่างน่ากลัว ฝนสาดซัดเข้าเต็มเรือ ไม่ไกลได้ยินเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังลั่น

มีใครคนหนึ่งพูดว่าเรือกำลังจะจม ว่าแล้วก็เกิดความชุลมุนขึ้น ต่างคนต่างแย่งเสื้อชูชีพที่มีอยู่จำกัดเพราะเจ้าของเรือเห็นแก่ได้รับผู้โดยสารเกินกว่าจำนวนเสื้อชูชีพ ผมมองหาโบว์ที่ถูกคนชนไปมาท่ามกลางความสับสน “อย่าชนเมียผมครับ เธอกำลังท้อง“ ผมรีบฝ่าฝูงชนเข้าไปหาโบว์เธอดูตกใจและหวาดกลัว ไม่ทันที่ผมจะได้ปลอบใจเธอเรือก็ล่ม ผมกับเธอตกลงไปอยู่ในน้ำทะเลบ้าคลั่ง หลายๆคนที่มีเสื้อชูชีพต่างเอาตัวรอดไม่สนใจใคร ตัวผมว่ายน้ำแข็งแต่โบว์ว่ายน้ำไม่เป็นเลย มรสุมขนาดนี้เราสองคนจะกอดกันจมน้ำตายแน่ๆ อย่างน้อยถ้ามีเสื้อชูชีพสักตัวเราอาจจะมีโอกาสรอดชีวิตก็ได้

“ฉันเก็บเสื้อชูชีพไว้ให้แล้ว เอาไปใช้สิ” ผีพัดชายืนเป็นเงามืดอยู่เหนือคลื่นน้ำที่กระเพื่อมราวปีศาจร้าย เสื้อชูชีพ 2 ตัวลอยออกมาจากใต้ท้องเรือมาหาพวกเราด้วยอำนาจแห่งผี ผมกับโบว์ไม่มีเวลาคิดนอกจากต้องเอาชีวิตรอดไว้ก่อน ในที่สุดเมื่อพายุฝนสงบลงก็มีเรือจากฝั่งแล่นมาช่วย เป็นอันว่าผม โบว์ และลูกชู้ในท้องก็รอดชีวิตมาได้ด้วยความช่วยเหลือของผี

หลังรอดชีวิตมาได้ผมก็ขับรถพาโบว์กลับบ้านทันที แน่นอนว่าผมไม่พูดอะไรกับนังผู้หญิงสำส่อนแม้แต่คำเดียว ในหัวผมเต็มไปด้วยความสับสน เศร้า โกรธ ทุกอย่างปนเปกันไปหมด ในใจอยากจะเลิกกับมันให้รู้แล้วรู้รอดในวินาทีนี้เลยด้วยซ้ำ เมื่อโบว์นอนแล้วผมก็เดินไปยังห้องเก็บของที่มืดและเงียบ

“พัดชา ผมรู้ว่าคุณอยู่แถวนี้ ช่วยปรากฏตัวให้ผมเห็นทีเถอะ” เมื่อผมพูดจบอากาศก็เย็นลงทันทีอย่างน่าตกใจ ขนทั่วร่างลุกด้วยความกลัวที่แล่นไปอย่างฉับพลัน ผีพัดชาค่อยๆเดินออกมาจากเงามืด เธอยังคงเหมือนตอนที่ยังมีชีวิต เว้นแต่ดวงตาที่ดำสนิทไร้ความรู้สึกใดใด สีผิวที่ขาวซีดแต่เต็มไปด้วยเส้นเลือดแตกระแหงสีดำ ริมฝีปากม่วงคล้ำ เธอใส่ชุดเจ้าสาวสีขาวซึ่งเป็นชุดที่เธออยากใส่ที่สุดแต่ไม่มีโอกาสราวกับต้องการประชดผมที่ทิ้งเธอไป “ผมอยากขอบคุณคุณมากนะที่ช่วยผมกับโบว์ไว้ถึง 2 ครั้ง ทั้งๆที่ผมเป็นฝ่ายนอกใจคุณก่อน” ผีพัดชาเดินเข้ามาใกล้ผม ผมอยากถอยหนีแต่กลัวจนก้าวขาไม่ออก กลิ่นเหม็นเน่าเหมือนหมาตายโชยเตะจมูกจนอยากอ้วก แล้วผีก็กระซิบที่ข้างหูผม

“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกภูมิ ฉันไม่ได้ช่วยคุณ ฉันกำลังแก้แค้นอย่างเจ็บปวดที่สุดอย่างที่ฉันเคยพูดไว้ก่อนตายต่างหาก” ผมยืนงง หรือผมฟังอะไรผิดไป “คุณหมายความว่ายังไง?” ผีจับมือผมมากุมไว้เหมือนตอนที่เราเคยรักกัน หากแต่มือคู่นี้ไร้แล้วซึ่งความอบอุ่น “การแก้แค้นอย่างที่หนึ่ง การที่เราทรยศต่อคนที่รักเรา แต่คนคนนั้นยังเลือกจะช่วยเหลือเรา มันไม่รู้สึกผิดจนแทบบ้าหรอกเหรอ และฉันได้สร้างตราบาปนี้ไว้ในหัวใจคุณตลอดชีวิตแล้ว” ผมน้ำตาไหลพรากนึกย้อนอดีต 7 ปีที่เราเคยรักกัน พัดชารักและทำดีต่อผมไม่เคยเสื่อมคลาย แต่ผมก็ยังหักหลังเธอได้ลงคอ ผมมันต่ำยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก

“การแก้แค้นอย่างที่สอง ฉันช่วยชีวิตคุณกับนังโบว์ก็เพื่อให้ได้กลับมาใช้ชีวิตคู่อันแสนทรมานทรกรรมด้วยกันไปตลอดชีวิต” ผมรู้สึกเหมือนโดนสายฟ้าฟาด ผมพูดตะกุกตะกัก “ไม่ พรุ่งนี้ผมจะหย่ากับโบว์ ผมไม่ต้องการเด็กที่ไม่ใช่ลูกผม” ผีพัดชาหัวเราะราวกับสมเพชผมเสียเต็มประดา “คุณหย่าไม่ได้หรอก ถ้าคุณหย่า นังโบว์ก็จะโพนทะนาว่าคุณเป็นพ่อที่เลวไม่ยอมเลี้ยงดูลูกตัวเอง” “ผมจะตรวจดีเอ็นเอให้เห็นว่ามันไม่ใช่ลูกผม” “นังโบว์จะยอมตรวจให้คุณไหมล่ะ ถ้าคุณบังคับมันให้ตรวจ มันก็แค่หนีไปอยู่กับชายชู้ และเอาคุณไปนินทาได้ตลอดชีวิตว่าเป็นผัวที่ห่วยแตก ไหนจะชื่อเสียงของพ่อแม่วงศ์ตระกูลคุณจะต้องป่นปี้ ฮ่าๆๆๆ” ผมกำหมัดแน่น โกรธเคืองในความหลงผิดและความโง่ของตัวเอง ผีพัดชายังพูดไม่หยุด “แต่ถ้าคุณเลือกจะรักษาครอบครัวเพื่อรักษาหน้าตาในสังคม คุณก็ต้องทนกับสันดานธาตุแท้ของนังโบว์ที่คุณก็ได้เริ่มรู้แล้วว่ามันเลวยังไง อ้อ คุณต้องระวังด้วยนะว่าอีโบว์จะร่านหนีไปเอากับชายชู้เมื่อไหร่”

ผมทรุดลงคุกเข่า น้ำตาไหลจนไม่รู้จะไหลยังไง “พัดชา คุณฆ่าผมเถอะ อย่าให้ผมตายทั้งเป็นอย่างนี้เลย ฮือๆๆๆ” ผีพัดชากอดผมอย่างเยือกเย็นที่สุด “ไม่ ฉันจะปล่อยให้คุณมีชีวิตอยู่ ฉันอยากให้คุณมีอายุที่ยืนยาว ฉันจะเฝ้าคอยดูความฉิบหายในชีวิตคุณอย่างมีความสุข ฮ่าๆๆๆ” ผีพัดชาค่อยๆสลายไปกลายเป็นสายลม เหลือเพียงตัวผมที่แสนโดดเดี่ยว ว่างเปล่า และหัวใจที่ถูกย่ำยีจนแหลกสลาย……

Read Post →

ผีในคุก

ผีในคุก ประสบการณ์จริงเรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

ผีในคุก

ผีในคุก 

ผีในคุก / เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งที่อดีตเคยเป็นเรือนกักขัง นักโทษเก่า มาก่อน จึงไม่แปลกที่จะกลายเป็นดินแดนที่ใช้ประหารนักโทษมากมายหลายศพจนนับไม่ถ้วน !! นัก เรียนชมรมสังคมต้องอยู่ศึกษาประวัติที่โรงเรียนจนดึก กว่าอาจารย์จะปล่อยกลับก็ล่วงเลยเวลามาเกือบสี่ ทุ่ม ห้องสังคมนั้นตั้งอยู่ที่ตึก 5 ชั้น 3 บริเวณมุมด้านหลังสุด ดังนั้น เมื่อจะกลับก็ต้องเดินจากด้านหลังมาลงบันไดด้านหน้า ขณะที่ตามรายทางก็มีไฟเพียงไม่กี่ดวง

ระหว่างที่เหล่านักเรียนสังคมต่างรีบเดินออกมาเพื่อกลับบ้าน ปรากฏว่า “ลิง” ดันลืมโทรศัพท์มือถือไว้จึงต้องเดินกลับไปเอา พร้อมบอกให้ “นัด” เพื่อนสนิทรออยู่ตรงนี้อย่าไปไหน จะรีบไปรีบกลับ ขณะที่ครู และเพื่อนคนอื่นๆ ต่างรีบกลับจึงขอตัวไปก่อน ขณะที่ “นัด” รอเพื่อนอยู่เพียงลำพังนั้น ก็เกิดได้ยินเสียงเพลงคล้ายๆ รำสวด แล้วก็เสียงคนตะโกนโวยวาย “อย่าๆๆๆ ผมไม่ไป ปล่อยผม !!!! อย่าทำผมเลย” วินาทีนั้น “นัด” เริ่มแปลกๆ ที่ดึกแล้วจะมีใครมาตะโกนร้องแบบนี้ได้

เวลาผ่านไปสักพัก เสียงทุกอย่างเงียบไปจนน่าวังเวง “นัด” เริ่มรู้สึกกลัว พยายามมองซ้ายมองขวา แต่เพื่อนที่ไปเอาของก็ยังไม่กลับมา ตอนนี้เริ่มมีเสียงคล้ายๆ คนลากอะไรซักอย่างคล้ายโซ่แว่วมา มันเริ่มดังขึ้นๆ ๆ แล้วก็ใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ๆ จังหวะนั้น “นัด” ทนไม่ไหวจึงคิดที่จะวิ่งหนีออกไป แต่พรึ่บบบ มีมือหนึ่งมาจับที่แขนของเธอไว้ แต่พอหันไปก็พบว่าคนที่มาจับมือคือ “ลิง” เพื่อนสนิทของเธอเอง.. “นัด” รีบถาม “ลิง” ว่าได้ยินเสียงคนลากอะไรหรือเปล่า ? ซึ่ง “ลิง” ก็ตอบกลับมาทันทีเลยว่า “ได้ยิน เสียงคล้ายโซ่ใช่ไหม” เท่านั้นแหละทั้งสองคนต่างจับมือวิ่งลงตึกแบบไม่คิดชีวิต

ระหว่างที่วิ่งลงตึกอยู่ดีๆ “นัด” สะบัดมือ “ลิง” ออกอย่างกระทันหัน!! แล้วเดินกลับไปทางเดิมราวกับเหมือนโดนสะกด “ลิง” รู้แล้วว่าเพื่อนต้องโดนอะไรบางอย่างแน่ๆ จึงวิ่งไปหาพร้อมเขย่าตัว และตบหน้าเรียกสติเพื่อนอย่างนัด” กับ “ลิง” ไม่รีรออะไรแล้ว ทั้งคู่รู้แก่ใจแล้วว่าเป็นสิ่งลี้ลับแน่นอน จึงรีบวิ่งลงตึกแบบไม่คิดชีวิตจนกระทั่งไปชนกับใครคนหนึ่ง โครมมม !! พอตั้งสติได้ก็รู้ว่าคนที่ชนนั้นคือ “คงพ่อของลิง” คนเก่าแก่ของโรงเรียน ทั้งสองจึงเล่าเรื่องที่เจอให้ลุงคงฟังทันที

หลังจากที่ได้ฟังเรื่องจากนักเรียนทั้งสอง ลุงคงถึงกับตกใจ พร้อมเตือนว่า “ทำไมถึงไม่รีบลงมาพร้อมกันเยอะๆ ที่นี่เฮี้ยนมาก ลุงยังไม่กล้าขึ้นไปเลย หลายปีก่อนเคยมีเด็กหายไปไม่มีแม้กระทั่งศพ” สองสาวได้ฟังถึงกับสั่นผวา ด้าน “นัด” ก็เล่าให้ฟังอีกว่า ตอนที่สะบัดมือ “ลิง” เพราะระหว่างวิ่งได้หันกลับไป เห็น “ลิง” ยืนอยู่ จึงสะบัดมือออกเพราะคิดว่าเป็นมือผี แต่พอเดินไปหา “ลิง” ร่างของลิงก็กลับเปลี่ยนเป็นผู้ชายเหมือนนักโทษมีโซตรวนคล้องขาอยู่ จากนั้นก็ไม่รู้เรื่องอีกเลย มารู้สึกตัวอีกทีถูกตบหน้า

นับแต่เหตุการณ์ในวันนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีใครได้พบเห็นสองสาวนักเรียนสังคมนั้นอีกเลย เพราะอาจจะลาออกไปเรียนที่อื่น แต่เรื่องนี้ก็ยังคงถูกบอกเล่าจากปากต่อปากสู่รุ่นน้องที่เข้ามาเรียนโรงเรียนแห่งนี้อยู่เรื่อยๆ..…

Read Post →

วิญญาณที่เช็นทรัลเวิลด์

วิญญาณที่เช็นทรัลเวิลด์ เฮี้ยน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

วิญญาณที่เช็นทรัลเวิลด์

วิญญาณที่เช็นทรัลเวิลด์ เฮี้ยน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

วิญญาณที่เช็นทรัลเวิลด์ / วันนี้ได้เวลาดีเข้า สำนักงานใหญ่ที่ The Office CTW ชั้น 24 สักทีหลังจาก ที่โดนคนเสื้อแดงยึด แยกราชประสงค์ ไปนานร่วมสองเดือนและก็มีเหตุการน่าเศร้าสลดใจมีการเผาห้างมีคนเสียชีวิต

ไปหลายคน จริงแล้ว..น้อง ๆ ที่ สนง.ใหญ่ ได้ย้ายเข้าไปตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาก็ไม่มีใครโทรมาบอกหรือเล่าให้ฟังว่า เจอกับอะไรบ้าง ข้าพเจ้าเองต้องเข้าประชุมบอร์ด ทุกๆ วันจันทร์ช่วง 10-11 โมงอยู่แล้ววันนี้ได้เข้าไประชุมตามปกติ ในขณะที่กำลังจะเลี้ยวเข้าทางเข้าประจำคือทางเข้า 1 ด้านฝั่งถนนพระราม 1 หน้ากรม ตร. วันนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนทางเข้าให้มาเข้าทางเข้าถนนพระราม 1 แต่เป็นเส้นที่ติดกับ
วัดปทุมวนาราม ขับลงที่จอดรถ B1 ซึ่งปกติก็หาที่จอดรถชั้นนี้ยากอยู่แล้วในโซนออฟฟิศนี้ วนลงไปชั้น B2 มองไปขวามือ รถจอดกันเต็มเลยขับไปอีกนิดหนึ่งเป็นทางแยกและมี รปภ. ยืนอยู่หลายคน จึงได้กดกระจกรถลงไป ตั้งใจจะถามว่า…สามารถจอดตรงไหนได้อีก ไม่อยากลงไปจอด B3 บรรยากาศเงียบวังเวงมาก ในขณะที่กดกระจกลง มีกลิ่นเหม็นคล้ายกลิ่นคนตายโชยเข้าจมูก อันนี้หลายคนคงคิดว่า ข้าพเจ้าอุปทานไป ไม่ใช่ค่ะเป็นกลิ่นเดียวกับที่ข้าพเจ้าเคยได้กลิ่นตอนคุณพ่อเสียไปเมื่อปลายปีที่แล้ว….ง่ะ..ชัด ๆ เลย อาการออกทาง สีหน้าชัด ๆ จะอาเจียน หน้าเสียซีดรปภ. ถามว่า..มีอะไรให้ช่วยครับ ?ข้าพเจ้าบอกว่า ไม่เป็นไร แล้วรีบปิดกระจกขึ้น ขับรถวนซ้ายหาที่จอดรถได้ไม่ไกลนัก ลงรถแล้วยังได้กลิ่นเหม็นเน่าติดจมูกขึ้นไปจนถึงออฟฟิศ พี่เจี๊ยบเห็นหน้าตาไม่ค่อยดี แกเลยเอายาดมมาให้ความลับเลยแตก….ทุกคนในออฟฟิศรู้หมดว่า..ข้าพเจ้ากลัวผี…!!!เล่ให้ทุกคนฟัง มีน้องแป๋ม ก็เข้ามาผสมโรงด้วยว่า ที่ B3 มีคนลือว่าชั้นจอดรถ B3 มีคนนอนตายเพราะสำลักควันอยู่ไม่น้อย นั่นยิ่งทำให้ต่อมความกลัวของข้าพเจ้ายิ่งทำงานหนักมากขึ้นหลังจากที่ประชุมเสร็จประมาณ บ่ายสามกว่า ๆ น่าจะได้เดินลงมาที่ชั้น B2 ที่จอดรถไว้ เดินมาถึงที่รถเงียบม๊าก……. ไม่มีใครเลย……วังเวง วิเหวงโหวง มาก ๆ กำลังจะเปิดประตูรถ จมูกตัวดีได้กลิ่นเหม็นแบบ
เดิมโชยมาอีกแล้ว…!!!ไม่พอ หูเจ้ากรรมได้ยินเสียง…หวีดโหยหวลดังมาตอนแรกนึกว่าเสียงลม ที่ไหนได้ นี่มันชั้นใต้ดินนี่หว่า…!!!! จะมีลมจากไหนพัดมาล่ะ…..แป๋วววววววววว……ความตาขาวในตัวแสดงออกมาชัดเจนรีบปิดประตูรถ ล๊อคประตูทันที นั่งทำใจแปปหนึ่ง ก่อนออกจากที่จอดรถได้ถ่ายรูปบรรยากาศมาให้ดู…ว่า CTW ที่เคยมีคนพลุกพล่านหนาตา ตอนนี้
เหลือแต่ความเงียบเหงา และวังเวงน่ากลัวให้เห็น…..…

Read Post →

ผีสาวในกระจก

ผีสาวในกระจก Bloody Mary เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

ผีสาวในกระจก

ผีสาวในกระจก Bloody Mary

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน เป็นตำนานของ ผีสาวในกระจก ซึ่งจะเผยตัวให้มองเห็นก็เมื่อมีคนเรียกชื่อ บางทีคุณจะบอกให้เห็นปลอดภัย แต่ก็แทบทุกครั้งที่เธอจะออกมาในสภาพโชกเลือด

วิธีเรียก บลัดดี้ แมรี่ให้ออกมา

เข้าไปในห้องน้ำ ปิดไฟแล้วดูเข้า
ไปในกระจก ห้องจำเป็นต้องมืดพอเพียงจนถึงกระจกกลาย
เป็นสีดำ และกล่าวว่า บลัดดี้ แมรี่ 13 ครั้ง, จะมีหญิงโชกเลือดโผล่มาในกระจก
แล้วรังควานผู้ที่เรียกเธออกมา

พูดว่า Hell Mary 7ครั้ง หน้ากระจกในห้องมืด จะเห็นภาพซาตานปรากฎขึ้นบนกระจก บางคนก็กล่าวว่าหลังจากพูด เฮล แมรี่ 3 ครั้ง กระจกจะกลายเป็นสีแดงแล้วจะเห็นหน้าคนลางๆเลือนๆ
เข้าไปในห้องที่’มืด’ และปิดไฟ จะดีมากถ้าเป็นห้องน้ำและมีกระจก ให้พูดเบาๆว่า “บลัดดี้ แมรี่” ไปเรื่อยๆ หลังจากนั้น เสียงมันจะดังขึ้น ดังขึ้นเอง จนกลายเป็นเสียงกรีดร้อง ระหว่างที่พูด ตัวเราจะหมุน
ให้เหลือบมองไปที่กระจก ในระหว่างพูดคำที่ 3,13 ,100 เธอจะปรากฎขึ้นมา

ผลหลังจากการเรียกผีแมรี่ให้ออกมา

หลัง จากที่วิญญาณปรากฎแล้ว บางที่ก็กล่าวว่าจะฆ่าคนเรียกให้ตาย ทำให้เป็นบ้า
ล้วงดวงตา ข่วนหน้าแตก บางที่กล่าวว่าเพียงพอออกมารวมทั้งจะพาคนเรียกเข้ากระจกไปอยู่ร่วมกันด้วย
แต่ถ้าเกิดคนไหนกันที่เห็นคุณปรากฎขึ้นมาในกระจกแต่ผิดทำร้ายเวลานี้ แล้วมีความรู้สึกว่าตัวเองโชคดีก็ขอให้รู้เรื่องกำลังเป็นผู้เคราะห์ร้ายอย่างสุดๆแล้ว เพราะเหตุว่านับจากวันนั้นเธอจะตามหลอกผู้เคราะห์ร้ายรายนั้นครั้งใดก็ตามส่องกระจกไปจนกว่าเขาหรือคุณคนนั้นจะตาย…

Read Post →

ความหลอนในห้องพัก

ความหลอนในห้องพัก ณ.อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

, , No Comment

ความหลอนในห้องพัก

ความหลอนในห้องพัก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ 

ความหลอนในห้องพัก เคยไปอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิช่วงหน้าหนาวไหมค่ะ ?

ตอนนั้นพวกเราไปกับเพื่อนฝูงผู้หญิงอีกหนึ่งคนโดยเจตนาจะไปสัมผัสอากาศหนาวตรงนั้นและถ่ายรูปประกอบทิวทัศน์ด้วย เนื่องจากว่าบรรยากาศตอนนั้นจะงามเป็นพิเศษ

เวลานั้นกว่าจะไปถึง ก็บ่ายสามโมงเข้าไปแล้วจ้ะ ภายหลังที่พวกเราเข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่ ก็เลยได้หอพักซึ่งลักษณะเป็นบ้านบนต้นไม้ข้างหลังเล็กๆเป็นห้องเล็กนิดหนึ่งเอง
ข้างหน้าห้องมีระเบียงเล็กๆเอาไว้พอให้ได้ดูวิว เรียกว่าบรรยากาศที่พวกเราไปในวันนั้นมัน เงียบสงบ ดีจริงๆไม่มีแขกจากห้องอื่นๆมานอนเลย จนถึงบางครั้งบางคราวก็อดที่จะวังเวงไม่ได้เหมือนกัน

ภายหลังที่พวกเรากับสหายต่างนั่งพูดคุยกัน พร้อมดูวิวกันไปครู่หนึ่ง..ช่วงเวลานั้นก็เริ่มจะเย็น ก็เลยตกลงใจเดินลงไปล็อคทางขึ้นกระท่อมข้างล่าง แล้วพากันเข้าห้องนอน
อธิบายสภาพภายในน่ะค่ะ เป็นห้องมีขนาดเล็กนอนได้ไม่เกินสองคน โดยเตียงเป็นลักษณะแบบเบาะที่ปูกับพื้น เว้นระยะห่างจากประตูห้องไม่เกินเมตรเท่านั้นเอง กล่าวได้ว่าเพียงแค่ยืดแขนนี่ก็แทบถึงแล้วหล่ะ
เวลานั้นเจ้าเพื่อนฝูงพวกเรามันไม่ยอมอาบน้ำ มันบอกว่าหนาวแถมฝนตอนนั้นยังตกพรำๆมาอีกตังถ้าหาก แต่พวกเราถ้าหากไม่อาบน้ำจะนอนไม่หลับก็เลยรีบเข้าไปอาบ
เพียงพออาบเสร็จก็มานั่งคุยกันเบาๆบนเตียงอีกครู่หนึ่ง
แล้วจู่ๆระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงราวกับมีคนเหยียบพื้นบันไดทางขึ้นกระต๊อบ ราวกับจะเดินขึ้นมา มันฟังชัดมากโดยที่เสียงก้าวเดินดังแบบตลอด ก่อนที่จะมาหยุดเอาตรงที่ประตูทางขึ้นกระท่อม..!!

ตอนนั้นเราจ้องหน้าเพื่อน ส่วนเพื่อนก็มองกลับมาในทำนองว่า ก็ได้ยินเหมือนๆกันน่ะ แต่ก็ไม่มีเสียงอะไรหลังจากนั้น ซึ่งจะออกไปดูก็ไม่กล้าเพราะเกิดเป็นคนร้ายหรือคนที่คิดไม่ดีเดินขึ้นมาพวกเราคงจะอันตรายแน่ๆ..

เอ..หรือว่าจะเป็นพวกเจ้าหน้าที่ ที่มาเดินดูตรวจความเรียบร้อยรึเปล่า แต่ทำไมมีแต่เสียงเดินขึ้น แต่กลับไม่มีเสียงเดินลง หรือเสียงอะไรอีกเลยหล่ะ
ช่างเถอะ..เช็คประตูหน้าต่างว่าล็อคให้เรียบร้อยแล้วก็คงพอ จากนั้นเราก็ตัดสินใจปิดไฟนอน โดยกะว่าวันรุ่งขึ้นจะตื่นเช้าๆเพื่อไปสูดอากาศและจะได้หาวิวสวยๆถ่ายรูปกันด้วย

ซึ่งตอนนั้นเรานอนด้านติดห้องน้ำ ส่วนเพื่อนนอนด้านขวามือเรา
พอเราหลับไปได้สักพัก ไม่ทราบว่านานเท่าไหร่..แล้วอยู่ๆเราก็เกิดรู้สึกตัวและลืมตาขึ้นมาเอง พอมองฝ่าความมืดไปที่หน้าห้องน้ำก็เห็นคล้ายมีเงาลางๆนั่งอยู่..!!
เท่าที่สังเกตเขาน่าจะเป็นผู้หญิงผมยาว รูปร่างสูงโปร่ง ใส่ชุดผ้ายืดนุ่มๆแต่ไม่รัดรูปน่ะ สีขาวแขนยาวรัดข้อมือ และกางเกงยืดพอดีตัว

ตอนนั้นมันงัวเงียไม่ได้คิดว่าเป็นผีหรอก คิดว่าเป็นเพื่อนเราที่คงจะลุกไปเข้าห้องน้ำมั๊ง เพราะสักพักก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำเข้าไป แถมมีเสียงเปิดก๊อกน้ำด้วย จึงหลับตากะจะนอนต่อ
แต่พอเราตะแครงตัวมาอีกฝั่ง ตรงที่เพื่อนมันนอน ปรากฎว่า เฮ้ย..!! เพื่อนเราก็ยังนอนอยู่กับที่นี่หว่า ไม่ได้ลุกไปเข้าห้องน้ำ เอ้า..แล้วใครหล่ะ..!!

พูดแล้วขนลุก ตอนแรกคิดว่าจะปลุกเพื่อนแต่มาทบทวนอีกทีว่าอย่าดีกว่า
ซึ่งที่มันหลอนเพราะระหว่างนั้นหูเราก็ยังได้ยินเหมือนเสียงคนใช้ห้องน้ำอยู่ ดังมาเป็นระยะ
ยอมรับว่าทั้งกลัวและทั้งสับสน อดคิดแบบเล่นๆไม่ได้ว่า นี่หรือเค้าจะออกจากห้องน้ำมาร่วมนอนกับเราด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้
เลยตัดสินใจรีบๆนอนไปดีกว่า พอถึงตอนเช้าแล้วค่อยว่ากัน จากนั้นสักพักก็หลับไปเลย..

พอตื่นเช้ามาจึงนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เราก็รีบถามเพื่อนเลยว่าเมื่อคืนนี้มันได้เจออะไรแบบเรารึเปล่า ปรากฏว่าเพื่อนบอกว่ามันก็ได้ยินเสียงเหมือนๆกับเราเช่นกันแต่มันไม่ได้เห็นเป็นตัวแบบเรา..!!
แต่มันกลับฝันถึงผู้หญิง ซึ่งจากที่เล่าผู้หญิงในฝันกับที่เราเจอนั้นลักษณะเดียวกันเลย
คือเพื่อนบอกว่าฝันเห็นเขามายืนอยู่ที่ปลายเตียง ด้วยสีหน้าแบบไม่ค่อยประสงค์ดีเท่าไร ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูวังเวง ภายในห้องที่ใหญ่และดูดีกว่าห้องที่เราอยู่..
โดยในฝันเพื่อนบอกว่าในห้องมีรูปหลวงปู่ครูบาอาจารย์ที่พวกเรานับถือติดอยู่ที่ผนังด้วย พอเพื่อนเห็นวิญญาณผู้หญิงคนนั้นตรงเข้ามาเหมือนจะทำร้าย เพื่อนเลยกระโดดคว้ารูปครูบาอาจารย์มาถือไว้ ผู้หญิงคนนั้นก็หายไป..!!

จากนั้นเราก็คุยกับเพื่อน โดยสันนิษฐานว่าที่เห็นเมื่อคืนเขาน่าจะเป็นวิญญาณของคนที่เคยตายในห้องนี้รึเปล่าน่ะ ถึงยังคงวนเวียนอยู่ และมาปรากฎให้รับรู้ในลักษณะที่น่ากลัวแบบนั้น
พอคิดดังนั้นพวกเราก็เลยรีบออกจากที่พักโดยด่วน ขับรถไปในเมืองแล้วรีบทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เขาไปเลยค่ะ

พอขากลับเข้ามาที่บ้านพักเพื่อมาเก็บของออก ก่อนกลับเรากับเพื่อนตัดสินใจว่าจะลองแวะไปถามเจ้าหน้าที่ดู ว่าบ้านหลังที่เราพักเมื่อคืนนี้เคยมีประวัติอะไรมาก่อนรึเปล่า..ถ้าเขาเล่าก็ดีแต่ถ้าเขาไม่บอกเราก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร

พอไปถามเจ้าหน้าที่เขาก็บอกว่าไม่มีอะไรน่ะค่ะ แต่เราสองคนก็ไม่ได้เล่าสิ่งที่เจอกันเมื่อคืนให้เขาฟังหรอก เขาบอกไม่มีก็ไม่มี หรืออาจจะกลัวว่าถ้าขืนเล่าให้พวกเราฟังไปแล้วจะทำให้บ้านพักเขาเสียชื่อรึเปล่าไม่รู้ อันนั้นเราก็ไม่ทราบเหมือนกันน่ะ

และนี่เป็นประสบการณ์ตรงครั้งแรก กับการพบเจอวิญญาณที่ถือว่าน่าจะชัดเจนที่สุดและ เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเจออะไรที่น่ากลัวแบบนี้มาก่อนเลย แถมเจอแบบทั้งคู่กับเพื่อนสองคนด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเราคงไม่ได้หลอนไปเองคนเดียวแน่นอน.…

Read Post →

ลวดผี

ลวดผี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

ลวดผี

ลวดผี

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ลวดผี 

ขออนุญาติเล่าแทน ตามคำบอกของนายชั่งตอนยังไม่เจ็บป่วย…..ขอเริ่มเลยนะคะ ลวดผีมีที่มาเป็น ตอนสมัยนายช่าง วัยรุ่นนี้ ราว 10กว่าปีกลาย ในเวลานั้นยังวัยรุ่น มอไชขับบิดหูดับตับใหม้ เป็นเกือบทุกบ้านตอนนั้น

โนวาแดช กำลังมาแรงเลย ลูกผู้ชายบ้านใหนไม่มีถือว่าไม่เข้ากลุ่ม สาวไม่ชอบ นายช่างก็แบบเดียวกันบอกให้แม่ขายอ้อยที่ปลูก แล้วเอาเงินไปซื้อให้ นี่ละ กรรมเวร ที่มันจะตามทัน โดยข่มขู่แม่(ไม่ดีบาปมากอย่าทำตาม)ว่าจะไม่ไปเรียน….จนได้แม่ตามใจเพราะเหตุว่าคำว่าลูก…กระทั่งมาวันหนึ่ง รวมกลุ่มกัน มีนายช่าง 1 มีเพื่อนอีก2 เป็นรถ 3 คัน เตรียมตัวในการไปดูหมอลำ หมู่บ้านข้างๆ บ้านพวกเราห่าง จากที่มีหมอลำ ราว 15 กิโล ทางไปนี่ สมัยก่อน มีแต่ต้นไม้ มืดมาก คนรุ่นนั้นต่างจังหวัด อาจคิดภาพออก..สองริมถนนทึบน่าสยดสยอง..แต่ว่ากลุ่มพวกเราก็จะไป ด้วยเหตุว่าจะไป…เต้นหน้าฮ้าน…ในช่วงเวลานั้นกินมื้อเย็นเสร็จ นัดหมายกับสหาย แล้วก็แฟนเพื่อน มันขอไปด้วย นัดกัน ที่ศาลากลางบ้าน เวลา 2 ทุ่มตรง เพียงพอพวกเรามาเจอะกันเตรียม ออกรถเลย เป็น นายช่าง ขี่โนวาแดช ผู้เดียว เพื่อน นายช่างอีก เป็นไอ้ป้อง มีสาวนั่งซ้อนท้ายเป็น สาวเปรี้ยวบ้านเดียวกัน แต่รถไอ้ป้อง มันเป็นยี่ห้อ n.s.r โปรอาร์ม ช่วงนั้นคนมีตังจริงจริง จะได้เอามาชมเชย (มันรวย) สาวเปรี้ยวนั่งซ้อนท้าย เบาะหลัง หน้ารับลมเต็ม เต็ม เเละมีเพื่อนอีกคน และอีกคัน คือไอ้ต้อย เรา ออกรถไปก่อน ส่วนไอ้ป้อง และสาวเปรี้ยว ตามหลังสุด เรา4 คนมุ่งหน้าไปบ้านมีหมอลำ นี่คือจุดหมาย…พอขี่ได้ประมาณนึง เราเริ่มถ้าทายกันว่าใครจะถึงก่อน นั้นละจุดต้นเหตุ เราทำเเบบ เสือหมอบ นอนทาบลงรถ…แล้วขับแบบซุปเปอร์แมน วัยรุ่นคงนึกภาพออก แต่อีกคัน ไอ้ป้องหมอบมาเหมือนกัน แต่นั่งหมอบ สาวเปรี้ยว นั่งตัวตรง อย่างเดียวหน้าบานใส่ ลมเลย ใกล้ถึงนายช่างนี่ นำอยู่ หันไปมองไอ้ ต้อย ไอ้ ป้อง ปกติดี ขับ มาตามหลัง แต่สะดุดที่….สาวเปรี้ยวนั่งตัวตรงเหมือนเดิม…แต่ไม่มีหัว….ชิบหายแล้วนายช่างนี่ขยี้ตา แล้วหันไปดูอีกเผื่อตาลาย…แล้วตะโกนบอกให้ไอ้ป้อง หยุด แวะปั้ม ดูว่าตรงสว่าง จะเห็นสาวเปรี้ยวมีหัวเราะเปล่า ไอ้ป้อง ก็จอดแวะปั้ม ……. และด่าทอ นายช่างว่า กำลังบิดมันเลย มึงบอกให้กูหยุด ทำไม นายช่างและไอ้ต้อย ตะโกนพร้อมกัน และเด็กจะมาเติมน้ำมัน ต่างพูดเสียงเดียว ว่า ผีหัวขาด เด็กปั้ม วิ่งแตกกระเจิงไปคนละทาง นายช่างและไอ้ต้อย นี่กอดกันกรม แล้วชี้ให้ไอ้ป้อง หันไปดู สาวเปรี้ยวแฟนมัน มันนี้ร้อง กรี้ด ออกมายังกับตุ๊ดเลย แล้วมันรีบจะลงรถมาหาพวกนายช่างแต่แกะมือไม่ออก ยังกอดไอ้ป้องแน่น มาก มันกลัวจนสลบไปคารถมัน….เรางง ทำไมสาวเปรี้ยวไม่มีหัว แล้วทำไม ไอ้ป้องไม่รู้เรื่องว่าสาวเปรี้ยวหัวขาด …กระทั่งพวกนายช่างกับเพื่อน…ได้เรียกคนใกล้เคียง มาช่วยเหลือกันแกะไอ้ป้อง และก็สาวเปรี้ยว ออกจากกัน ส่งไอ้ป้องไปโรงบาล ส่วนสาวเปรี้ยว คอยให้ตำรวจมาชันสูจน์ศพมอง…ไม่ถึง30 นาทีตำรวจ บอกเราว่า โดนของมีคมตัด หัว ออกไป แล้วก็ตำรวจก็มาย้อนถามคำถามว่า ตอนขับมาเก็น ลวดขึงหรือ สังเกตุ มองเห็นอะไรกีดขวางใหม..พวกเราพูดว่าไม่…แต่ว่าผมเฉลียวใจว่า..ตอนพวกเราหมอบขับรถแน่เลยอาจมีคนเอาลวดมาขึงไว้ แต่มีคนเดียวที่ไม่หมอบ เป็นสาวเปรี้ยว ที่โดนคนเดียว เพราะเหตุว่านั่งเบาะหลังสูง…ชัว1000000% แน่ผมว่านะ..เนื่องจากว่าตำรวจว่าทางนี่เจอบ่อยมาก..วัยรุ่นมันถูกใจเอาขึงไว้เผื่อขโมยรถ คนที่ล้มตรงที่มันขึงลวด…..เรื่องนี้คิดว่าแค่เสียใจ และก็เป็นอุธาหรย์ สอนคนรุ่นใหม่ แต่ว่าหลัง จากประกอบพิธี ทางศาสนาเสร็จ ไม่เกิน 3 วัน ความสยองขวัญมันเกิดขึ้นนี่สิ…

Read Post →

แท็กซี่สยอง

แท็กซี่สยอง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

แท็กซี่สยอง

แท็กซี่สยอง

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน แท็กซี่สยอง

เรื่องมีอยู่ว่า…..

วัน นั้นฉันไปจ่ายตลาดที่ห้างแถวลาดพร้าวกับบุตรสาวอายุ 15 ชื่อน้องกุ้ง เอ็งเป็นเด็กหน้าตาน่ารัก พูดเก่งช่างพูด รวมทั้งใกล้ชิดกับฉันราวกับเป็นเพื่อนกันมากยิ่งกว่าเป็นแม่ลูกกันเสียอีก แต่ละวันหยุดพวกเราจะมีเวลาให้กันเต็มกำลัง เมื่อจ่ายตลาดเสร็จพวกเราก็เดินไปพบ รถแท็กซี่ กลับไปอยู่บ้าน!ฉัน นึกออกว่าแท็กซี่คันนั้นเป็นสีชมพูสด สภาพใหม่มาก นั่งสบายแล้วก็เครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบ ทั้งๆที่อากาศภายนอกออกจะอบอ้าวเสมือนลมพายุจะมา ผู้ขับเป็นชายวัยกลางคน ท่าทางสุภาพอ่อนโยน รูปร่างผอมโซ ขับขี่รถนุ่มนวลกระทั่งฉันคิดชั่วโมง..ที่จริงแล้วกำลังมีความรู้สึกว่าเย็นนี้จะทำอะไรกินกันดี ด้วยเหตุว่าซื้อไส้กรอกมามากมาย บางครั้งอาจจะยำหรือไม่ก็ผัดใบกะเพรา รับประทานกับไข่ทอดโปะข้าวสุกร้อนๆ…ถ้างั้นจะต้องมีแกงจืดอีกสักนิดสักหน่อย จะเอาไก่ต้มกะหล่ำหรือแกงจืดวุ้นเส้นดีหนอ… ฉัน หันมาถามลูกผู้นั่งขอบหน้าต่างเบาะหลัง ทางด้านซ้ายของผู้ขับ ตนเองนั่งกึ่งกลางเบาะหลังเป๊ะ เพื่อรับไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศหน้ารถยนต์ได้สุดกำลัง ไม่มีอะไรขวางทางเมื่อหันมาก็ สังเกตว่าลูกมีสีหน้าท่าทางพิลึก แบบบูดบึ้ง! คุณหน้าบึ้ง ปิดปากแน่น ฉันเลยถามคำถามว่าเป็นอะไร มึงส่ายศีรษะ อุบอิบๆว่าเมารถ ซึ่งไม่น่าเป็นได้เลย…น้องกุ้งไม่เคยเมารถนี่ท้องนา ! อีก อย่างหนึ่ง พอลูกบอกว่าเมารถ ฉันก็คิดในใจว่ายังดีนะที่รถยนต์คันนี้ไม่มีกลิ่นอะไรเลย หน้าคอนโซลของรถยนต์มีท่านเล็กองค์น้อยวางเรียงเป็นแนวราวกับโต๊ะบูชาก็จริง แม้กระนั้นมองสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีพวงดอกไม้หรือการบูร…ไม่มีแม้กระทั้งช่อใบเตย ที่แท็กซี่ถูกใจสุมไว้ข้างหลังให้ส่งกลิ่นหอม พอเพียงรถยนต์แล่นผ่านโรงหมอใกล้บ้าน ฉันก็ถามลูกว่าจะแวะหาแพทย์ไหม เอ็งยกมือโบกเป็นเชิงไม่ยอมรับ…อีก เพียงแต่ห้านาทีหลังจากนั้น รถยนต์ก็มาหยุดหน้าบ้าน ลูกพรวดพราดลงจากรถยนต์ มือก็ฉกเอาข้าวของเครื่องใช้ต่างๆที่ซื้อมาออกไปด้วยเป็นพวงใหญ่ ฉันจ่ายค่าเดินทางและลงตาม นึกว่าลูกป่วยแล้วยังอุตส่าห์ไม่ลืมเลือนช่วยแม่หิ้วของอีก… พอกลับเข้าบ้าน น้องกุ้งรีบไปที่ส้วม ล้างหน้าล้างตา บ้วนปากเป็น การใหญ่ เสร็จแล้วคุณก็กลับกลายคนเดิมอย่างน่าประหลาดใจ! แม่มิได้กลิ่นอะไรที่อยู่ในรถแท็กซี่โน่นหรอ คุณถามอย่างงงเต็ก ฉันมึนงงกว่าลูกอีก…กลิ่นอะไรกัน กุ้ง พูดว่า เมื่อคุณตามฉันเข้าไปนั่งในรถยนต์ ก็ได้กลิ่นยาสูบฉุนจัด…ฉุนขนาดว่า มันคลุ้งไปทั้งยังรถยนต์จนกระทั่งหายใจเกือบจะไม่ออก! วินาทีนั้น คุณมั่นใจว่าผู้ขับกำลังอัดบุหรี่อย่างบ้าคลั่ง คุณโมโหอย่างมาก…แต่ว่าเพียงพอมองดูไปเขาก็มิได้ดูด ที่ร้ายกว่านั้นเป็นมองเห็นฉันนั่งเฉยสบายดี…ดูเสียอีกว่ารถยนต์เครื่องปรับอากาศเย็น ดีล้นเกิน แม่ไม่เคยทนกลิ่นอะไรได้ โดยเฉพาะกลิ่นยาสูบ! ถ้าเกิดหนูได้กลิ่นขนาดนี้ แม่ควรได้กลิ่นมันเป็นคนแรก กุ้งวิจารณ์เป็นการใหญ่คุณเล่าต่ออีกว่า จากนั้นกลิ่นยาสูบก็เปลี่ยนเป็นกลิ่นเหม็นอย่างร้ายกาจ…เหม็นราวกับตัวอะไรตายอยู่ในรถยนต์! เหม็นจนกระทั่งคุณหายใจไม่ออก รวมทั้งเมื่อฉันหันไปถามคำถามว่าเย็นนี้จะรับประทานแกงอะไรดี คุณก็แทบอ้วก! ที่แปลกที่สุดเป็น ตลอดระยะเวลาที่นั่งในรถแท็กซี่นั้น ฉันกลับคิดว่าด้านในรถยนต์ช่างสะอาดชื่นบานแล้วก็เย็นเฉียบเอ้อ…จริงสินะ มันเย็นแปลกๆเสมือนเข้าถ้ำ ไม่ใช่เย็นแบบเครื่องปรับอากาศในรถยนต์ธรรมดา! รถยนต์คันนั้นจะต้องมีอะไรแล้วละแม่ กุ้งสรุป ผีแน่นอนเลย! ไม่อย่างนั้นหนูคงมิได้กลิ่นเน่า กลิ่นยาสูบอยู่ตามลำพังหรอก ในทันที ที่กุ้งบอกจบ หูดิฉันก็ได้ยินเสียงเพศชายแก่ๆหัวเราะดังฮ่าๆๆจนกระทั่งจำเป็นต้องหันวับเพราะเหตุว่าเสียงมันชัดมากมาย เสมือนเขาคนนั้นยืนอยู่ด้านในห้องเดียวกับฉันนี่เอง! ได้ยินเสียงโน่นมั้ย ตอนนี้ฉันโดนผู้เดียว…มันเห็นภาพแจ่มแจ้งเสมือนพวกเราพึ่งผ่านสถานะการณ์นั้นมาหยกๆฉัน เห็นภาพผีชายแก่ไอโขลกๆตัวงอเพราะเหตุว่าเป็นถุงลมโป่งพองตาย! ปอดดำจริงๆ ไอแต่ละคราวก็พ่นเอาควันที่เกิดจากบุหรี่เหม็นฟุ้งออกมาจากปากเน่าๆมึงตายในรถยนต์คันนี้ ตรงที่กุ้งนั่งมานั่นล่ะ…นอกเหนือจากคนติดยาแล้วยังขี้หลีด้วยสิ! มึงชอบใจในความแจ่มใสของบุตรสาวฉัน พึงใจจนกระทั่งตามลงมาจากรถยนต์แน่ะ คิดได้แบบงั้นฉันก็โกรธจนถึงหายกลัว ตะคอกลั่นว่าออกไปนะ! กุ้งยังสะดุ้งนึกว่าไล่คุณ แม้กระนั้นพอเพียงชี้แจงกันแล้วคุณก็หัวเราะกิ๊กใช่ จ้ะ! ฉันเป็นเจ้าของบ้านนี่ค่ะ ตะคอกแว้ดเดียวผีเผ่นไปเลย รู้สึกได้จริงๆจ้ะว่า ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเตียนใสอย่างเดิม…แต่ว่าก็สารภาพล่ะจ้ะว่าประเด็นนี้น่าสยองจนกระทั่งขนหัว ลุก!…

Read Post →

เรื่องเล่าเรื่องหลอน

เรื่องเล่าเรื่องหลอน

, , No Comment

เรื่องเล่าเรื่องหลอน

เรื่องเล่าเรื่องหลอน

เรื่องเล่าเรื่องหลอน สวัสดีนะครับท่านคนอ่านทุกคน นานๆจะพบกันซักครั้ง วันนี้สถานี เรื่องนี้มีผีให้รีวิว มีเรื่องสั้นจาก ลูกเพจของพวกเรานี่เอง เจ้าของเรื่องใช้ชื่อว่า เคซี คุณเคซีเล่าให้ฟังว่ามันเป็นประสบการณ์หนแรกในชีวิตของคุณเลย ที่ได้ได้โอกาสเผชิญพบเห็นกับ เหตุที่หาคำชี้แจงมิได้แบบงี้ แม้กระนั้นฝังอยู่ในความจำของธอมาตลอด กับประสบการณ์หลอนเรื่อง
ฉัน..นอนกับคนไหน…

ย้อนไปเมื่อ 20 ปี ที่แล้ว พวกเราชอบท่องเที่ยวบ้านป้าสะใภ้ที่จังหวัด เพชรบูรณ์ ในตอนโรงเรียนปิดวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะเหตุว่าชอบไปเที่ยวหาลูกพี่ลูกน้องพวกเรา มึงชื่อพี่อ๋อ วัยไล่เลี่ยกัน รวมทั้งพวกเรามีหลานชายคนหนึ่งอายุอ่อนกว่าพวกเราไม่มากมาย ในขณะนั้นหลานเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น หลานคนนี้ชื่อเฟียส สนิทกันพอควร หลานชายคนนี้อยู่อีกหมู่บ้านนึงซึ่งออกจะไกลจากบ้านป้าพวกเรา พอเพียงเจ้าเฟียสรู้ข่าวว่าพวกเรามาหาป้า มันปั่นจักรยานแวะมาหาด้วยความต้องการพบปะสนทนากันประสาลูกพี่ลูกน้องที่ไม่ค่อยได้เจอะกันบ่อยครั้งนัก และก็วันนั้นมันเป็นเย็นของวันอาทิตย์ เฟียสคุยติดลมอยู่จนกระทั่งมืดค่ำ เลยกล่าวว่าขอนอนที่บ้านป้าละกัน เช้าตรู่มืดค่อยกลับ เนื่องจากว่าจะต้องรีบไปบ้านเปลี่ยนแปลงชุดเพื่อไปเรียน รวมทั้งตัวเราก็จำเป็นต้องกลับไปเรียนที่เมืองนครสวรรค์ด้วยเหมือนกัน
…พวกเราคุยกันไปดูโทรทัศน์ไปด้วยที่โถงนอกห้องนอน กระทั่งพวกเราเริ่มง่วงนอนเลยบอกเฟียสว่า “พี่ไปนอนก่อนนะ มึงจะนอนก็เข้าไปนอนที่มุ้งเดียวกับพี่นะ พี่นอนกับพี่อ๋อ เตียงกว้างพอสำหรับ 3 คน ประเดี๋ยวเตรียมหมอนไว้ให้” เฟียสก็กล่าวว่า “ยังหรอกครับสักพักผมค่อยนอน ดูหนังเรื่องนี้จบก่อน” หน้าโทรทัศน์ยังมีป้าพวกเราอีกผู้ที่นอนดูหนังอยู่กับเฟียส พวกเราก็เลยไม่ห่วงอะไร ขอตัวนอนก่อน
…ช่วงดึก พวกเราสะลึมสะลือ..คิดว่ามีคนนอนทับหัวไหล่ทางขวามือ (พวกเรานอนหงาย) เลยหรี่ตาดูไปด้านขวานิดหน่อย มองเห็นเงาดำๆลักษณะแบบนอนตะแคงหันหลังให้พวกเรา แต่นอนทับไหล่พวกเราแล้วก็แทรกพวกเราอยู่ พวกเราก็รู้สึกว่าเออ ..อาจเป็นเฟียส เลยเอามือลูบคลำๆขึ้นไปทางศีรษะจะเช็คว่าเขาหนุนหมอนไหม แต่ว่าลูบคลำไปพบเส้นผม แข็งๆมันๆแบบวัยรุ่นสมัยก่อนชอบเอาเจลมาใส่ผม กลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆหอมแบบโบราณลอยมาเตะจมูกเมื่อมือพวกเราสัมผัส พวกเราก็คิดในใจว่าไอ้หลานพวกเรานี่มันสำอางนะ นอนยังเซ็ทผม
ทันทีปลายตีนก็เขี่ยเอาผ้าที่มีไว้เพื่อห่มมาคลุมให้หลานกลัวเขาจะหนาว ตาพวกเราก็จะปิดด้วยเหตุว่าความง่วงซึม..
…แต่ว่าเจ้ากรรม..มันหลับไม่สุข เนื่องจากไอ้หลานคนนี้มันเบียดเรามากขึ้น จนถึงพวกเราอึดอัด พวกเราเลยขยับไปด้านซ้ายกระทั่งตัวเราชิดกับพี่อ๋อ แทรกพี่อ๋อกระทั่งพี่อ๋อมึงเบื่อหน่าย มึงขยับเขยื้อนตัวหนีพวกเรา พวกเราก็ขยับตามเพื่อไม่ต้องแทรกกับเฟียส ดวงใจก็อารมณ์เสีย ตาปรือๆมองดูไปทางเฟียสมองเห็นเป็นเงาดำนอนแทรกพวกเราอยู่ ตลอดคืนหลับไม่เต็มที่เลย ครึ่งหลับครึ่งตื่นตลอด..
..เมื่อเช้ามืดมาถึง ฟ้าสลัวประมาณ เกือบ 6 โมงเช้า พวกเราตื่นมาไม่พบคนไหนกันแน่ ออกไปหน้าห้องนอนพบว่า..ป้าพวกเรากำลังเก็บเสื่อที่พักผ่อน และก็หมอน 2 ใบ อยู่เลยถามป้าว่า “เฟียสกลับไปแต่ว่าเมื่อใดป้า หนูนอนป่วยตัวเลยเมื่อยมาก”
ป้าพวกเราตอบว่า “กลับไปครู่หนึ่งแล้ว เมื่อคืนนี้มันก็นอนหน้าโทรทัศน์กับป้าข้างนอกนี่แหละ พึ่งลุกออกไป บอกป้าว่าผมกลับก่อนประเดี๋ยวแม่ตี”
พวกเราอ้าปากหวอถามป้าว่า “จริงอ้ะ!!!” แบบสั่นๆป้าถามเป็นอะไร ก็เล่าให้ป้าฟังอย่างนั้น ป้าพูดว่า อาจจะเป็นคุณลุงเธอที่ตายไปมานอนด้วย สมัยแกมีชีวิตอยู่ อาชีพเสริมแกเป็น หมอทำขวัญนาค เวลาจะออกไปทำขวัญ แกชอบเอาพวกเจลแล้วก็น้ำมันแต่งผมมาใส่ผมมึง..
..พวกเรายังแคลงใจ รู้สึกว่าป้าบางทีอาจหลงลืมไหม หลังจากนั้น 1 อาทิตย์ถัดมาพวกเราโทรไปถามหลานว่า คืนนั้นนอนที่แห่งไหน โดยไม่เล่าอะไรให้เขาฟังทั้งหมด หลานบอก
“ผมก็นอนกับป้าด้านนอกนะฮะ มิได้ไปนอนภายใน เพราะเหตุใดหรอฮะ?”
..โน่นเป็นครั้งแรกของคนเล่าเรื่องเองที่ถูกผีหลอกแบบจำพวกที่ว่าเปิดซิงถูกหลอกเลย #ส่วนตัวมั่นใจว่า ผี มีจริง 100% หลังจากครั้งนั้น ก็มีครั้งอื่นๆตามมาเนืองๆเลยจ้ะ

 …

Read Post →

ตำนานผีนางรำ

ตำนานผีนางรำ ม.พะยา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

ตำนานผีนางรำ

ตำนานผีนางรำ ม.พะยา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ตำนานผีนางรำ ม.พะยา

คือเรื่องของ นักศึกษา ในหอพักชาย ที่ประสบกับเหตุสยองขวัญ สั่นประสาท เรื่องผี ประเด็นนี้ ผ่านข้อจำกัดของการเจอเพียงผู้เดียว พูดได้ว่า หลอนกันเป็นหมู่คณะ

สยองขวัญ สั่นประสาท ไปกับตำนาน เรื่องเล่า เรื่องสยองขวัญ ที่ส่งตรงมาจาก นักศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล แต่เดิม เคยเป็นวิทยาเขตในสังกัด มหาวิทยาลัยนเรศวร มาก่อน มีพื้นที่ราวๆ 5,700 ไร่ (กว้างมากกก) ไม่น่าเชื่อว่า มหาวิทยาลัยที่นี้ จะมีเรื่องมีราว ที่เล่าต่อๆกันมา หลายตอน หลายรุ่น มากมายไปหมด อย่างไรก็ดี สำหรับคนที่เชื่อก็ดี ไม่เชื่อก็ดี ฟังไว้เฉยๆอย่าไปดูหมิ่นเป็นพอเนาะ…

Read Post →

ผีพราย

ผีพราย เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

ผีพราย

ผีพราย

ผีพราย ถูกเชื่อกันว่าเป็นจิตวิญญาณชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กมากสุด ส่วนใหญ่มัก อาศัยอยู่ในน้ำ มากกว่าบนบก พรายโดยส่วนใหญ่มักมีที่มาแหล่งกำเนิดมาจากซากพืชหรือซากสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆที่หมักหมมรวมกัน ดวงจิตวิญญาณนี้มักจะแสดงตนในลักษณะของดวงไฟเรืองแสง เพื่อหาที่อยู่โดยการสิงเข้าสู่บางส่วนของร่างกายมนุษย์หรือสัตว์ ซึ่งถือว่าดีกว่าการสิงสู่ด้วยการหลอกล่อให้ลุ่มหลงเหมือนที่เคยเป็นมา

มักจะเห็นได้ว่า ผีพรายโดยส่วนใหญ่จะปรากฏกายเป็นผู้หญิง หรือในบางทีนางไม้ก็จัดเข้าพวกผีพรายได้เช่นกัน เช่น พรายตะเคียน พรายตานี เป็นต้น นอกจากนี้ ผีทะเลหรือผีน้ำก็จัดเป็นพรายด้วยเช่นกัน เช่น พรายทะเล พรายน้ำ เพียงแต่ว่าพรายน้ำที่มีลักษณะเป็นฟองผุดๆขึ้นมาจากน้ำนั้นถือเป็นพรายคนละอย่างกัน

ในวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ได้ปรากฏผีพรายที่เป็นโหงพรายเป็นหนึ่งในตัวละครในเรื่องขุนช้างขุนแผนด้วย ซึ่งคาดว่าผีพรายตนนี้น่าจะเป็นผีผู้ชายมากกว่า

 …

Read Post →