Posts By Charline

ร.ด.เขาชนไก่

ร.ด.เขาชนไก่ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

ร.ด.เขาชนไก่

ร.ด.เขาชนไก่

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ร.ด.เขาชนไก่ 

นัท และ วิน เรียนอยู่ชั้น มัธยม6 ทั้งสองลงเรียน รด. รวมทั้งมะรืนก็จำเป็นต้องไป เขาชนไก่ เพื่อฝึกหัดภาคสนามตรงเวลา 5 วัน 5 คืน

วินซึ่งติดธุระด่วนกับทางบ้าน ก็เลยได้ทำเรื่องแจ้งขอไม่เดินทางไปกับทุกคนในช่วงเวลาเช้า แต่จะเดินทางตามไปด้วยตนเองในช่วงเวลาเย็นแทน..

เมื่อถึงวันเดินทาง รถออกเดินทางจากกองพันทหารราบที่ 11 เวลา 8 โมงเช้า และไปถึงเขาชนไก่ จังหวัดกาญจนบุรี เวลาเที่ยงกว่าๆ ซึ่งนัทและเพื่อนๆ ร่วมชั้นทั้งหมดก็ต้องจัดข้าวของ และทำการฝึกในทันที ใครที่เคยมาฝึกจะรู้ดีว่าทั้งร้อน และทั้งฝุ่นเยอะมาก เมื่อการฝึกต่างๆ ผ่านไปจนถึงช่วงทานอาหารเย็น นัทซึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่อยู่ก่อนหน้านี้ เริ่มรู้สึกเหมือนจะเป็นลม หน้าซีด เพื่อนที่เห็นเลยไปแจ้งครูฝึก ทำให้นัทต้องถูกแยกไปพักที่ห้องพยาบาลจนกว่าอาการจะดีขึ้น

คืนนั้น.. ทุกคนกางเต๊นท์นอนในสนาม ส่วนนัทนอนที่ห้องพยาบาล โดยที่ข้างเตียงนัทคือเพื่อนจากอีกโรงเรียนหนึ่งที่ป่วยจากการฝึกเช่นกัน

เวลาประมาณ 5 ทุ่ม นัทตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำข้างห้องพยาบาล ซึ่งห้องน้ำตรงนี้มีอยู่ห้องเดียว และมีคนกำลังเข้าอยู่ นัทรอสักพักประตูก็เปิดออก เป็นวินเดินออกมา นัททักทายวินที่เพิ่งเดินทางตามมาถึง และบอกว่า กูสบายเลยได้นอนเตียง วินก็หัวเราะตอบ และบอกว่า กูมาถึงซักพักแล้ว ข้างนอกนี่มืด และเงียบมากเลยว่ะ ..จากนั้นทั้งคู่ก็แยกกันไป

นัทเดินกลับมาที่เตียง เพื่อนข้างเตียงเข้ามากระซิบถามนัทว่า เมื่อกี้นายคุยอยู่กับใคร นัทบอกว่าเพื่อนสนิทเราเอง มันติดธุระเพิ่งตามมาถึง.. เพื่อนข้างเตียงนัทสีหน้าเปลี่ยนทันที ก่อนจะพูดขึ้นว่า ทำไมเพื่อนเลือดเต็มตัวยังงั้นล่ะ..…

Read Post →

ติ่งเกาหลีเจอผีหลอก

ติ่งเกาหลีเจอผีหลอก เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

ติ่งเกาหลีเจอผีหลอก

ติ่งเกาหลีเจอผีหลอก

ติ่งเกาหลีเจอผีหลอก เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

สวัสดีค่ะ เราเป็นติ่งเกาหลีค่ะ เราติ่ง วง BTS ค่ะ เราชอบวงนี้มากๆ เราเรียนอยู่ ม.กรุงเทพ ปี 2 ค่ะ แล้วเพื่อนเราชวนไปเกาหลี 3 คืน 4 วัน ค่ะ เราก็ตกลงไป เพราะจะไปตามรอยติ่งเกาหลีกับคนอื่นเขาบ้าง ทีนี้ พอถึงวันที่จะบินไปเกา เราก็ไปสนามบิน สุวรรณภูมิ ค่ะ เราขึ้นเครื่อง 20:30 น. ค่ะ เราถึงเกาหลี ประมาณ เที่ยงคืน-ตีหนึ่งค่ะ(จำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ แต่ประมาณนี้ค่ะ) จากนั้นเราก็ผ่าน ตม. เกาหลี แล้วก็มุ่งหน้าหาบ้านพักค่ะ เพื่อนเราแนะนำให้พักแถวๆ เมียงดง เราก็เชื่อเพื่อนอ่ะค่ะ เพราะว่ามันเคยมาแล้ว เราเพิ่งไปเกาหลีครั้งแรกอ่ะค่ะ ก็รู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย

ทีนี้ พวกเรากับเพื่อนก็ไปเช็คอินโรงแรมแถบเมียงดง กันเป็นระเบียบ ต่อไปนี้พวกเราเช็คอินห้องเดียวกับเพื่อนอ่ะจ้ะ เป็นนอนห้องเดียวกัน ในเวลานั้นคงจะราว ตี 3 กว่าๆแล้วจ้ะ พวกเราก็ไปอาบน้ำ รวมทั้งมานอนตามเดิม เพื่อนเราก็ไปอาบ และจากนั้นก็

มานอน เป็นบรรยากาศตอนนั้นเป็น ธรรมดามาก ไม่มีอะไรเลย แล้วเพียงพอพวกเรานอนๆอยู่รู้สึกเสมือนมีคนเอามือมากมายดจมูกพวกเราอ่ะค่ะ พวกเราหายใจไม่ออก พยายามจะเรียกเพื่อน แต่ว่าดังว่าเพื่อนพ้องจะมิได้ยิน คราวนี่ตกลงใจเรียกเพื่อนพ้อง ดังๆเลยคะ ปรากฏว่า สหายก็มิได้ยินดังเดิม แล้วจู่ๆมันก็เริ่มหายจ้ะ เริ่มหายใจสบายขึ้น พวกเราก็ยังตกใจอยู่ว่ามันกำเนิดอะไรขึ้น พวกเราไม่คิดว่ามันจะเป็นผีหรืออะไรเลยคะ ในขณะนั้นเป็นคิดว่า ตัวเองเป็นอะไรกันแน่!!

แล้วพอเช้า ก็ตื่นนอนตามปกติ เราก็ถามเพื่อนว่า เมื่อคืนอ่ะ ตอนนอนอยู่ รู้สึกเหมือนมีคนกดจมูก แล้วก็บอกเพื่อนว่า เนี่ย เรียกต้องหลายรอบ แต่ก็ไม่ได้ยิน เพื่อนเราก็ งง ค่ะ เพื่อนเราบอกว่า ไม่ได้ยินเสียงเราเรียกเลย คราวนี้เราถึงกับตกใจเลยค่ะ เพราะเมื่อคืนเราเรียกเสียงดังมากๆ แต่คือเพื่อนบอกไม่ได้ยินเสียงเรียกเลย ตอนนี้เรารู้สึกกลัวค่ะ ทำอะไรไม่ถูก เพื่อนบอกว่าตอนที่มันมาพักที่นี่ก็ไม่เจออะไรเลย ไม่มีอะไร แต่เราว่าอาจจะคนละห้องกันค่ะ ห้องนี้อาจจะมีอะไรที่เราไม่รู้อยู่ก็ได้ จากนั้นเราก็มาเที่ยวกันต่อ ลืมเรื่องเมื่อคืนไป

วันนี้ เรามาเที่ยวกับเพื่อน ย่านฮงแด ค่ะ ผู้ชายงานดีเพียบ!!! 😋 เราก็เดินเที่ยวจากเช้าจนเย็นค่ะ ไปโน่น ไปนี้ กินโน่น กินนี่ ตามประสาติ่ง จนตอนนี้น่าจะประมาณ 3 ทุ่ม แล้วค่ะ เราก็กลับโรงแรม ความคิดแรกที่ แว๊บ! เข้ามาในสมอง คือ คืนนี้ อย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นอีกเลยยย… เราก็เข้าห้องตามปกติ แล้วเราก็ไปอาบน้ำ เพื่อนเราก็นั่งรอเราอาบน้ำเสร็จ แล้วมันจะมาอาบน้ำต่อ พอเราอาบเสร็จ เราก็เดินออกจากห้องน้ำค่ะ จู่ๆ เพื่อนเรามันก็วิ่งมาหาเรา แล้วบอกกับเราว่า เจอผี!!!! เราก็เลยบอกว่าไหนๆ??!! มันก็ชี้ให้ดูเลย แต่เราไม่เห็นค่ะ เราไม่เห็นจริงๆ แล้วมันก็บอกว่าหายไปแล้ว เราก็กลัว เพื่อนก็กลัว มีกันแค่ 2 คนเองค่ะ ตอนนั้น คือ เพื่อนถามเราว่าจะกลับไทยเลยมั้ย จะได้เช็คเอ้าท์โรงแรม เราก็บอกว่า อย่าเพิ่งเลย บางทีอาจจะตาฝาดไปเองก็ได้ หรือเมาอาหารเกาหลีจนเกิดภาพหลอนก็ได้(กินเยอะไป -..-)

เราก็ปลอบเพื่อนค่ะ คือเราก็กลัว เพื่อนก็กลัว ต่างคนต่างกลัว แล้วหลังจากนั้น เราก็นอนค่ะ คือเพื่อนเรามันนั่งอยู่บนเตียงข้างๆเรา เรานอนอยู่ จนจะหลับแล้วอ่ะค่ะ เราได้ยินเสียงร้องไห้ เราก็เลยลุกขึ้นมา แล้วปรากฏว่า เพื่อนเรายังไม่นอนค่ะ แล้วก็นั่งร้องไห้ด้วย เราถามว่าเป็นไร มันก็บอกว่า มีผู้ชายตัวสูงๆ เดินออกมาจากห้องน้ำแล้วก็ลากศพผู้หญิงออกมาด้วย คือ ย้อนไปตอนที่เราอาบน้ำนะคะ เราเห็นมีรอยแดงๆ อยู่ตรงขอบอ่างอาบน้ำค่ะ คือเราก็คิดว่ามันเป็นสีที่แบบอาจจะเปื้อนอ่างก็ได้ เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอเพื่อนเราเล่ามาแบบนี้ ก็ไม่นอนกันเลยสิคะ นั่ง สวดมนต์ กันค่ะ คืออันนี้เรานั่งสวดมนต์อยู่รู้สึกว่าเหมือนมีใครมองจากบนเพดานค่ะ เราเลยค่อยๆ เงยหน้าขึ้นไปมอง ปรากฏว่า เราเห็นเต็มๆเลยค่ะ ผู้ชายคนนั้น ถือมีดที่เปื้อนเลือดข้างนึง แล้วมืออีกข้างก็ถือศพผู้หญิงอีก แล้วหน้าแบบ เละมาอ่ะค่ะ เรากรี้ดดด ลั่นโรงแรมเลย

แล้วเพื่อนเรามันก็กรี้ดเหมือนกัน ต่างคนต่างตกใจอ่ะค่ะ แปลกมากทำไม คราวนี้ เห็นพร้อมกัน ? แล้วเราเลยไม่รอค่ะ เก็บของเช็คเอ้าท์โรงแรมทันที พร้อมเล่าให้พนักงานโรงแรมฟังด้วยค่ะ เล่าเป็นภาษาอังกฤษนะคะ คร่าวๆ อ่ะค่ะ แล้วเราเลยออกจากโรงแรม แล้วตัดสินใจกลับไทยทันทีเลยค่ะ แนะนำนะคะ ถ้าใครอยากไปเกาหลีต้องศึกษาเรื่องที่พักให้ดีก่อนจะไปนะคะ เชื่อว่าทุกคนก็กลัว ขนาดพิมพ์ไปขนลุกไปเลยค่ะ เรื่องนี้เคยเจอกับตัวเองจริงๆ ค่ะ…

Read Post →

รอยนิ้วมือปริศนา

รอยนิ้วมือปริศนา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

รอยนิ้วมือปริศนา

รอยนิ้วมือปริศนา

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน รอยนิ้วมือปริศนา

เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นๆเกิดขึ้นเมื่อยุคที่พวกเราทำงานในสวน อุตสาหกรรม แห่งหนึ่งแถวจังหวัดปทุมธานี พวกเราทำงานอยู่แผนก QC มีบทบาทเช็คชิ้นส่วนงานก่อนนำไปประกอบเครื่องถ่ายเอกสาร อาคารที่ทำงานเป็นอาคารสร้างใหม่ จะมีเพียงแค่ 2 กะเป็นรุ่งเช้ากับบ่าย แต่ว่าวันเสาร์​จะมีโอทีแบบควงกะยาว จากบ่ายวันเสาร์​จนกระทั่งเช้าวันอาทิตย์​เลย​

วันเสาร์​นั้นพวกเราก็ทำล่วงเวลาตามปกติ พอเพียงถึงตอนราวตี 2 พวกเรากำลังนั่งเช็คงานอยู่ ก็มีความรู้สึกดุจว่ามีคนไหนกันมายืนเอามือจับพนักเก้าอี้ข้างหลัง​ แต่ว่าเราก็มิได้คิดอะไร เพราะรู้เรื่องว่าเป็นพี่ผู้ชายในแผนก ที่แกจะชอบมาแกล้งจับเก้าอี้เขย่าเพื่อเป็นการปลุกไม่ให้เราหลับ แต่ว่าครั้งนี้แปลก จับเฉยๆไม่เขย่า ครู่หนึ่งก็เหมือนแกนั่งลง แต่ว่ามือยังจับพนักอยู่อย่างเดิม พวกเราก็ประหลาดใจว่าวันนี้ทำไมไม่เขย่าหรือบอกอะไร? พวกเราเลยหันไปมองดู แต่สิ่งที่มองเห็นกลับไม่ใช่พี่ผู้ชายผู้ที่เราคิด แต่เป็นสตรี ลักษณะ​เสื้อผ้าเปื้อน​โคลน​ขาดๆแหว่งๆตัวมอมแมมกำลังนั่งยองๆ เอามือจับพนักพิงเก้าอี้เรา และเอี้ยวตัวมาด้านข้างพร้อมกับแหงนหน้าขึ้นมามองหน้าเรา​ หน้าตาเต็มไปด้วยเลือดแห้งๆ นัยน์ตาเหลือก​โปน ที่ผมรุงรังมีสะเก็ดเลือดติดประปราย ด้วยความตกใจกลัวสุดขีด เรารีบหลับตาหันหน้าหนี ทำให้ชิ้นงานที่อยู่ในมือหล่นตกกระทบดัง ‘แกร๊ง’ สักพัก พี่ที่นั่งเช็คงานอยู่ข้างๆ ก็หัวเราะ และพูดขึ้นว่า ‘หลับละสิ’ แล้วก็บอกให้เราไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าจะได้ตื่น.. ​เราจึงตั้งสติแล้วค่อยๆ หันกลับไปดูอีกรอบ แต่ก็ไม่เห็นแล้ว..

พอเรากลับมาจากห้องน้ำ จากที่เราเข้าใจว่าเราหลับในฝันไป เราก็ต้องเปลี่ยนความคิด เพราะเราเห็นคราบเลือดแห้งๆ เป็นรอยนิ้วมือตรงพนักพิงเก้าอี้เรา ตำแหน่งที่ผู้หญิงคนนั้นจับเมื่อกี้นี้! เรานี่หลอนไปเลย รีบหาผ้ามาเช็ดออกแล้วทำงานต่อเงียบๆ เรื่องนี้เราไม่กล้าเล่า หรือถามใครในที่ทำงานเลย เพราะกลัวว่าเขาจะกลัวกัน หรือไม่ก็จะหาว่าเราคิดไปเอง..…

Read Post →

โจรหรือว่าผี

โจรหรือว่าผี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

โจรหรือว่าผี

โจรหรือว่าผี 

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน โจรหรือว่าผี 

เรื่องมีอยู่ว่า.. เรื่องนี้รุ่นพี่ที่ทำงานเล่าให้ฟังอีกครั้งครับ เป็นสถานที่สำหรับทำงานผมจะเป็นอาคารสำนักงาน มีฝ้าเพดานอยู่ รุ่นพี่ผู้ที่ว่านี้มึงถูกใจนั่งดำเนินงานค่ำๆๆผู้เดียวประจำ หลังจากที่ทุกคนกลับไปแล้ว แกเล่าว่า ระยะหลังๆชอบได้ยินเสียงมาจากฝ้าเพดานดัง ‘กึก..กึก..’ ตามด้วยเสียงคล้ายๆเหล็กลั่น เหมือนกับมีใครกำลังคลานมาตาม ใต้ฝ้าเพดาน เสียงมันจะราวกับคลานมาช้าๆแล้วมาหยุดอยู่เหนือหัว ครู่หนึ่งก็จะเป็นเสียง ‘กึกกึกกึกกึก’ เร็วๆเหมือนมันคลานหนีไป ได้ยินบ่อยๆเข้าแกก็ชักหลอน

จนมีวันหนึ่งแกเริ่มทนไม่ไหว พอได้ยินเสียงอีกครั้ง แกก็ถามว่า ‘ใครน่ะ!?’ พอสิ้นเสียงทักเสียงนั้นก็เงียบไปทันที แล้วสักพักก็ดังขึ้นมาอีก.. คราวนี้แกเลยเอาไม้บรรทัดเหล็กกระทุ้งฝ้าเพดาน ‘ตึงๆ’ ปรากฏว่าเสียงนั้นดังเหมือนมันคลานมาอยู่เหนือหัวเลย แกตกใจเลยถอยออกมา แล้วฝ้าเพดานแผ่นนั้นก็หลุดลงมา ถ้าแกยังนั่งอยู่ตรงนั้นล่ะก็ มีตกใส่หัวแน่ๆ

ตอนนั้นแกกลัวมาก แต่ก็ทำใจกล้า อยากรู้ให้ชัดไปเลยว่ามันคืออะไร? แกเอาไอโฟนของแกมาผูกติดกับไม้บรรทัดเหล็กยาวๆ ไว้ แล้วเปิดโหมดถ่ายวิดีโอส่องขึ้นไปดู แกค่อยๆ ถ่ายหมุนไปรอบๆ เพื่อที่จะได้เอาลงมาดูว่ามีอะไรอยู่ไหม? แล้วตอนนั้นเอง ก็มีมือบวมๆ ฉุๆ สกปรกเหมือนศพขึ้นอืดยื่นมาจับไม้บรรทัดไว้ แล้วคว้าเอาไอโฟนแกไปเลย.. แกตกใจมากร้อง ‘จ๊ากกกกกกก’ วิ่งออกจากออฟฟิศกลับบ้านไปเลย

ผมฟังถึงตรงนี้ก็ขนลุก เลยถามรุ่นพี่ว่า ‘โห..น่ากลัวสัสๆ อะพี่ แล้วทำไงต่ออะ หาหมอผีหรือพระมาทำพิธีอะไรหรือเปล่า?’ รุ่นพี่ตอบว่า ‘กูก็ไปแจ้งตำรวจสิวะ มันเอาไอโฟนกูไปแล้ว…

Read Post →

แก้วใบที่4

แก้วใบที่4 เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

แก้วใบที่4
แก้วใบที่4

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน แก้วใบที่4

เรื่องมีอยู่ว่า.. ผมเป็นคนจังหวัดเชียงใหม่ครับผม คือมีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมกับเพื่อนฝูง 3 คน ขับขี่รถยนต์ท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ขาไปออกช่วงเวลากลางคืนไปถึงเช้า ก็ไม่มีอะไร เข้าที่พักที่ โรงแรมแห่งหนึ่ง พอเพียงสัก 2 ทุ่ม พวกเราก็ออกไปเที่ยวผับแถวทองหล่อ ไปกัน 3 คน แต่พนักงานกลับเอาแก้วมาให้ 4 ใบ แล้วหลังจากนั้นก็ยืนชงสุราให้ครบทั้ง 4 ใบเลย ตอนต้นพวกเราก็งงๆบอกว่ามา 3 กัน 3 คนครับผม.. แต่ว่าก็ยังไม่ได้อะไร คืนแรกก็ผ่านไป

พอมาถึงวันที่ 2 พวกผมขับรถไปเที่ยวพัทยาครับ ก็ไปทานอาหารทะเลตามชายหาด พนักงานก็เอาอีกแล้วครับ เอาแก้วมาให้ 4 ใบ แล้วก็กำลังจะรินน้ำให้แก้วที่ 4 ผมก็บอกว่า ‘พี่ พวกผมมากัน 3 คน!’ พนักงานก็มองหน้าผม แต่ก็ยังรินให้ครบทั้ง 4 ใบอยู่ดี..

เย็นๆ พวกผมไปเล่นน้ำทะเล พอถึงตอนจะเปลี่ยนชุด ผมก็เปิดกระเป๋าผม ไปผมเจอเหรียญปากผีของตาผมที่เพิ่งเสียไปครับ! คือผมไม่ได้คิดเลยว่าเหรียญจะติดกระเป๋ามาด้วย ผมจำได้ว่ามันถูกเก็บไว้ในตู้อย่างดีที่บ้าน ผมก็งงๆ หรือว่าจะเป็นใครที่บ้านผมใส่มาให้ก็ไม่แน่ใจ.. แต่ตอนนั้นผมยังไม่ได้บอกเพื่อนๆ นะครับ มาบอกเพื่อนอีกทีตอนที่ถึงโรงแรมแล้ว พากันหลอนนอนไม่หลับเลยครับ แต่ผมก็เฉยๆ นะ เพราะรู้ว่าถ้าเป็นตาผมมา ตาก็มาดีครับ

ตอนขากลับเชียงใหม่ พวกผมคอยดูเด็กเสิร์ฟเลยครับว่า เค้าจะเอาแก้วมาให้กี่ใบ แต่ตลอดขากลับ ไม่ว่าจะแวะที่ไหน เด็กก็เอาแก้วมาให้ 3 ใบตลอดละ.. เหมือนกับว่า พอผมรู้แล้วว่าเอาเหรียญปากผีของตาติดมาด้วย เด็กเสิร์ฟก็จะไม่เห็นตาผมแล้วอะไรแบบนั้น ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจครับ…

Read Post →

เสาอาถรรพ์

เสาในสนามบินมีศพ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

เสาอาถรรพ์
เสาอาถรรพ์ ในสนามบินมีศพ 

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน เสาอาถรรพ์ ในสนามบินมีศพ 

สืบเนื่องมาจากข่าวลือหนาหู และ Fwd. Mail หลายฉบับเรื่องเสาอาถรรพ์ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ.. วันนี้หลังจากที่ได้ผ่าน Crew Sign ขาเข้ามาเรียบร้อย.. มีน้องสจ๊วต และพี่ Purser ชวนผมให้ไปลองถามเจ้าหน้าที่ศุลกากรขาเข้า เรื่องที่มาที่ไปของข่าวนี้ ว่าจริงเท็จประการใด ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ทีมงานทั้งคณะ (รวมทั้งท่าน Capt. หญิงของเราด้วย) หลังจากผ่านเข้ามาใน Arrival Hall แล้วจึงชวนกันไปพิสูจน์ ณ สถานที่จริง.. ผลการพิสูจน์ก็ได้ปรากฏออกมาตามภาพด้านล่างนี้.. เชญชมกันครับ..

ตำนานมีอยู่ว่า หลังจากเปิดสนามบิน สุวรรณภูมิ ได้ไม่นาน มีพนักงานของศุลกากร ที่ทำงานกะกลางคืน มองเห็น หญิงสาวผ่านเข้าออก เสา ต้นนี้ อย่างผิดสังเกตุ พนักงานจึงแจ้งให้หัวหน้างานทราบ หัวหน้างานเห็นความผิดปรกติ จึงแจ้งช่างก่อสร้างให้ทำการเคาะ ปูนที่เสานี้ออกมา หลังจากเคาะออกมาแล้ว ทุกคนถึงกับตะลึง เนื่องจากว่า สิ่งที่อยู่ในเสานั้น คือ ศพหญิงสาวที่ถูกโบกปูนทับติดกับเสาต้นนั้น หลังจากเอาศพออกมาแล้ว ทางช่างก่อสร้างได้ทำการโบกปูนทับไปให้กลับเหมือนเดิมอีกครั้งหนึ่ง ตำนานนี้ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่โบราณเค้าว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เสาต้นนี้ตั้งอยู่บริเวณห้องทำงานของศุลกากรบริเวณ จุดรับกระเป๋า ขาเข้าต่างประเทศ

บ้างก็ว่าเป็น แรงงานชาวพม่า ที่พลัดตกลงไป ในตอนหล่อเสาต้นนี้อยู่แถวสายพาน 9 ตามที่ได้ข้อมูลมา แล้วเค้าก็บอกกันว่า ไม่ได้เอาศพออกมา แค่ตัดส่วนที่ ยื่นออกมา แล้วโบกปูนทับเข้าไปอีก

สุดท้ายนี้ ขอให้ดวงวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วจงไปสู่สุขติครับ.. และขอขอบคุณอาเจ้าหน้าที่ศุลกากร (ดันลืมถามชื่อแกมาซะหนิ) ที่ให้ความกระจ่างแก่พวกเราครับ.. ใครอยากจะไปทำบุญก็ลองไปที่บริเวณสายพาน 9 นะครับ.. จะมีห้อง Bond ของศุลกากรอยู่ แต่บุคคลธรรมดาจะเข้าไม่ได้ ต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ศุลกากรก่อน จึงจะสามารถเข้าไปได้ครับผม..…

Read Post →

คืนหลอนก่อนสอบ

คืนหลอนก่อนสอบ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

คืนหลอนก่อนสอบ

คืนหลอนก่อนสอบ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน คืนหลอนก่อนสอบ

เรื่องมีอยู่ว่า

ยามบ่ายที่แสนสดใส พลอยหญิงสาวที่มีน่าตาดีอยู่ในระดับหนึ่ง เธอเป็นนิสิตแพทย์ปีสองจัดว่าเป็นหัวกะทิต้นๆของระดับชั้น เธอเดินมากับพิม เพื่อนสนิทของเธอ พิมเป็นคนที่รูปร่างหน้าตาดี มีเสน่ห์ แต่ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร พวกเธอทั้งสองเดินมานั่งโต๊ะม้าหินอ่อนที่ประจำข้างๆตึกเรียนคณะแพทย์ศาสตร์ “ตายแล้ว!!!

นี้มันครั้งที่ 3 แล้วนะ” เสียงอุทานจากโต๊ะข้างๆดังขึ้นมา เธอรู้อยู่แก่ใจว่ามันคงไม่พ้นเรื่องสุดสยองนั้นแน่นอน เรื่องที่ว่า…ศพที่ถูกแช่ใน ห้องเก็บศพ ของทางคณะถูกควักอวัยวะภายในหายไปอย่างไร้ร่องรอย เธอเองก็ไม่ทราบรายละเอียดอะไรมากนัก เพราะว่าอีกสองวันก็จะสอบเก็บคะแนน เธอจึงไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้มากนัก “เฮ้อ..วันมะรืนก็ผ่ากรอสเก็บคะแนนอีก(ผ่ากรอสหรือผ่าอาจาร์ยใหญ่)ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยว่ามั้ยพิม” “อืม..คงต้องอ่านหนังสือหนักหน่อย” พลอยพยักหน้าหงึกๆเห็นด้วยกับสิ่งที่พิมพูดไป

พอตกเย็นหลังจากที่พลอยกับพิมกินข้าวเย็นเสร็จแล้ว พวกเธอก็รีบไปอ่านหนังสือที่หอพัก หอที่เธอพักเป็นหอหญิงของมหาลัย ทั้งสองแข่งกันอ่านหนังสืออย่างเอาเป็นเอาตาย จนกระทั่งเที่ยงคืนพลอยกับพิมรูสึกว่าเริ่มไม่ไหวแล้ว จึงตกลงกันว่าจะมาอ่านพรุ่งนี้ตอนเช้า จนกระทั่งตีสาม พลอยได้ยินเสียงกุกกักข้างๆเตียงของเธอ เธอจึงลืมตาขึ้นมาดู เธอเห็นพิมเดินออกไปนอกห้อง เธอไม่รู้ว่าพิมไปไหนในยามวิกาลเช่นนี้ ด้วยความง่วงเธอจึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก พิมน่าจะไปธุระมั้งเธอคิดเช่นนี้แล้วจึงผล็อยหลับไป “

พลอย..พลอย ตื่นได้แล้ว ได้เวลาอ่านหนังสือแล้วนะ” พลอยค่อยๆลืมตาขึ้นมาก็พบว่าพิมนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่เตียงของหล่อน เธอจึงรีบลุกขึ้นมาตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือจนถึงรุ่งเช้า โดยที่ลืมถ้าพิมถึงเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้น

อะไรนะ มีศพที่สี่อีกแล้วหรอ” แน่หละไม่พ้นเรื่องอวัยะภายในศพหายไปอีกแน่นอน เฮ้อทำไมพักนี้มีแต่เรื่องแปลกๆเกิดขึ้นบ่อยนะ พลอยคิดในใจ พอตกเย็นหลังจากอนข้าวเสร็จ พลอยกับพิมก็กลับมาอ่านหนังสือที่หอเหมือนเดิม จนกระทั่งทั้งสองไม่ไหวแล้ว “พิมพรุ่งนี้ถ้าเธอตื่นแล้วช่วยปลุกเราหน่อยนะ” “อืม..โอเคถ้าเราตื่นแล้วเราจะปลุกนะ” หลังจากจบบทสนธนาแล้วทั้งคู่ก็เข้าสู่ห้วงนิทราที่แสนยาวนาน……จนกระทั่งตีสาม กุกกัก กุกกัก พลอยได้ยินเสียงข้างๆเตียงของเธอ จะเหลือบไปดูเห็นพิมลุกออกจากเตียงไป แล้วพิมก็เปิดประตูออกไปข้างนอกห้อง ด้วยความสงสัยที่บวกกับเมื่อวานพลอยจึงตัดสินใจลุกออกจากเตียงแล้วเดินตามพิมออกไปอย่างเงียบๆ เธอเห็นพิมมุ่งหน้าไปสู่อาคารเรียน เธอนึกสงสัยว่าทำไมพิมต้องไปอาคารเรียนในตอนนี้ เธอได้แต่นึกสงสัยอยุ่ในใจ สักพักเธอเห็นพิมเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องเรียน พิมหันซ้ายแลขวาแน่ใจว่าไม่มีคนตามมา เธอจึงเดินเข้าห้องเรียนไป พลอยเห็นดังนั้นจึงคิดว่า “สงสัยยัยพิมคงไปหาความรู้เพิ่มเติมในร่างอาจาร์ยใหญ่แน่นอนน ชิไม่เห็นชวนกันบ้างเลย” พลอยโกรธพิมในใจ จึงเดินตามพิมเข้าไปในห้องอย่างเงียบๆ แต่ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่ดั่งที่คิดไว้ เธอเห็นพิมกำลังหยิบอวัยวะภายในของอาจาร์ยใหญ่ออกมา แล้วกัดกินอย่างหิวโหย โอ้พระเจ้า

พลอยไม่อยากจะเชื่อในสิ่องที่ตนเห็นอยู่ ไม่น่าเชื่อว่าเพื่อนสนิทของเธอจะกลายมาเป็นคนกินศพแบบนี้ ภาพที่เห็นมันน่ากลัวมาก พลอยทำอะไรไม่ถูก เธอจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายวิดีโอเพื่อเป็นหลักฐาน หลังจากที่เธอถ่ายได้นานพอสมควร เธอทนอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว เธอจึงหันหลังหลับ โครม

แต่โชคกลับไม่เข้าข้างเธอเลย เธอเผลอเตะโดนถึงขยะที่วางอยู่ข้างๆประตู “นั่นใคร” พิมหันขวับมาดูที่ต้นเสียง เฮือก พลอยรีบวิ่งออกมาจากในห้องเรียน จนเผลอทำโทรศัพท์มือถือหล่นในห้องเรียน หลังออกมาจากห้องเรียนแล้วเธอจึงรีบวิ่งขึ้นหอพักให้เร็วที่สุด หลังจากที่พิมได้ยินเสียงเธอจึงเดินออกมาดูก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ “สงสัยคงเป็นเสียงแมวมั้ง” ระหว่างที่เธอหันกลับพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นเข้ากับโทรศัพท์ของพลอยพอดี “หึหึ..แกเองหรอ อยู่ดีไม่ว่าดีรนหาที่ตาย” พิมจัดการลบคลิปที่พลอยแอบถ่ายไว้แล้วโยนโทรศัพท์ของพลอยลงถังขยะ แล้วพิมก็กลับไปกินอาหารอันโอชะของตนต่อ พลางคิดแผนจัดการยัยสอดรู้สอดเห็น

หลังจากที่พลอยวิ่งมาถึงหอพักเธอก็รีบวิ่งขึ้นเตียง พยายามข่มตานอนไม่คิดมากแต่ห้ามยังไงก็ห้ามไม่ได้ เม็ดเหงื่อเริ่มผุดออกมาจากใบหน้าทีละน้อย เธออยากให้ผ่านราตรีที่แสนน่ากลัวนี้ไปเร็วๆ ทันใดนั้น “แอ๊ดดดดดด” เสียงประตูเปิดเข้ามาและไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากพิม!!

พลอยได้แต่ข่มตานอนเธอกลัวการที่จะเผชิญกับพิมในตอนนี้ “พลอย..พลอยตื่นได้แล้ว มาอ่านหนังสือเร็ว” “อื้อ” พลอยแกล้งบิดขี้เกียจไปมา ระหว่างที่อ่านหนังสืออยู่นั้นเธอรู้สึกว่าไม่มีสมาธิเอาเสียเลย จู่ๆพิมก็พูดขึ้นแทรกความเงียบขึ้นมา “พลอยเมื่อกี้เราไปทำธุระมา มีคนแอบตามเราไปด้วย” “แล้วเธอรู้มั้ยว่าเป็นใคร” พลอยพยายามบังคับเสียงของตนไม่ให้สั่น มีหรอที่จะรอดสายตาของพิมไปได้ “ฉันพึ่งรู้เมื่อกี้นี่เอง” “ใครหรอ” พลอยรู้ชะตากรรมของตนเองว่าคงไม่รอดแล้วแหละ “มึงนั่นแหละ” “กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”…

Read Post →

บาปจากการทำแท้ง

บาปจากการทำแท้ง เรื่องเล่า-สยองขวัญ

, , No Comment

บาปจากการทำแท้ง

บาปจากการทำแท้ง

 เรื่องเล่า-สยองขวัญ บาปจากการทำแท้ง 

วิธีแก้เคล็ดหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำแท้งมา

สำหรับคนที่มีอุปสรรคและปัญหาต่างๆในด้านการตั้งครรภ์ คือท้องแล้วไม่สามารถจะเลี้ยงบุตรได้จึงต้องไปทำแท้งตามที่ต่างๆนั้น ทางศาสนาถือว่าเป็นบาปอย่างมาก เพราะการฆ่าคนไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะยังไม่เกิดออกมาจากท้องก็ถือว่าเป็นบาปทั้งสิ้น มีความเชื่อกันว่าผู้ที่ทำแท้งนั้นชีวิตจะมีแต่ความย่ำแย่ มีแต่เรื่องทุกข์ร้อนและลำบากไม่มีที่สิ้นสุด ชีวิตไม่อาจก้าวหน้าได้ เหมือนมีอะไรมาถ่วงอยู่และจะเป็นเช่นนั้นไปอีกหลายปี
ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายที่ให้ไปทำแท้งหรือผู้หญิงการที่คุณทำร้ายชีวิตเล็กๆที่กำลังจะเกิดออกมาดูโลก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็เป็นบาปทั้งสิ้น ขอให้ทำบุญสะเดาะเคาะห์ อุทิศส่วนกุศลเชื่อกันว่าชีวิตจะดีขึ้นได้
วิธีแก้เคล็ดหากคุณได้ทำแท้งมาแล้ว

ปล่อยปลาลงสระขนาดใหญ่ โดยอาจจะหาปลาจากตลาดนัด ปลาที่กำลังจะถูกฆ่าตาย และเน้นว่าต้องปล่อยลงสระขนาดใหญ่เท่านั้นไม่ใช่ปล่อยลงคลองเล็กๆ หรือสระแคบๆ
การปล่อยโดยปล่อยตามอายุ ดูจากอายุตัวเองหากอายุ 28 ก็ให้ปล่อย 28 ตัวเป็นต้น
ต้องนับจำนวนปลาแยกกับอีกฝ่ายหนี่ง เช่น ถ้าภรรยาอายุ 25 ปี สามีอายุ 30 ปี ก็แสดงว่าทั้งคู่จะต้องปล่อยปลาทั้งสิ้น 55 ตัว คือฝ่ายตัวหญิงปล่อยปลา 25 ตัว และฝ่ายชายปล่อยให้ครบ 30 ตัว
การทำบุญในลักษณะนี้ไม่มีวันกำหนดของวัน
คนเฒ่าคนแก่ได้แนะแนวการทำบุญเช่นนี้ไว้ และได้เสริมว่า นอกจากการทำบุญปล่อยปลาให้ครบตามอายุแล้ว ยังจะต้องทำสังฆทานทุก 1 เดือน หรือทุก 3 เดือนให้ครบ 7 ครั้ง จึงจะหมดเคราะห์และรุ่งเรืองสืบไป

และยังมีหนังสืออีกเล่มที่สอนการแก้กรรมจากการทำแท้งไว้ดังนี้

ไม่ว่าจะเป็นการทำแท้งโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม

ก่อนอื่นต้องทำการขอขมากรรม โดยให้เราจุดธูป 3 ดอก โดยให้ตั้งกลางแจ้ง ตั้งนะโม 3 จบ พร้อมเอ่ยตามนี้ ข้าพเจ้าชื่อ…….ขอขมากรรมวิญญาณลูก พ่อและแม่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ขอ
อโหสิกรรมให้ขาดจากกัน จะทำบุญใส่บาตรด้วยพระสะดุ้งมาร 3 นิ้ว พร้อมอาหาร ทำใส่บาตรตอนเช้า แล้วกรวดน้ำขณะที่พระให้พร ตั้งนะโม 3 จบ กุศลผลบุญที่ทำบุญใส่บาตรพร้อมกับพระสะดุ้งมาร ขอให้เจ้ากรรมนายเวร คือวิญญาณลูกรับแล้ว ขอให้ไปเกิดบนศาลา ขอให้อโหสิกรรมให้ขาดจากกันเดี๋ยวนี้ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสำเร็จ โชคลาภ ทำสิ่งใดก็ขอให้สำเร็จ ผู้ที่ทำแท้งลูกจะโดยธรรมชาติหรือไม่ แม้กระทั่งหมอพยาบาล ผู้ร่วมมือให้เงิน พาไปเป็นธุระเห็นดีด้วย จะเป็นตราบาปมาก วิญญาณเด็กจะอาฆาต เพราะดวงวิญญาณไม่สามารถกลับโลกเดิมได้ ต้องเวียนว่ายอยู่ในสภาพมีแต่นาม (วิญญาณ) ไม่มีรูป ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ จนกว่าจะสิ้นอายุขัย จึงกลับศูนย์ดุลยกรรม เพราะการเกิดเป็นมนุษย์แสนยาก ต้องการมาสร้างบารมีใช้กรรม ผู้กระทำจะทำมาหากินไม่ขึ้น เจ็บปวด แตกร้าว ทุกข์ ผิดหวัง ลาภก็ถูกปิดกั้น แก้กรรมเสร็จแล้วต้องหมั่นทำความดี กตัญญูต่อบิดามารดาและผู้มีพระคุณ จากกรรมหนักจะกลายเป็นเบา ถ้ากรรมเบาก็จะหายไป

จากการเผยแพร่บทความธรรมะนี้ข้าพเจ้าขออุทิศให้แก่เจ้ากรรมนายเวร คือวิญญาณลูกๆ ของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอุทิศผล บุญกุศลนี้ไปให้ไพศาล
ถึงบิดามารดาครูอาจารย์ ทั้งลูกหลานญาติมิตรสนิทกัน
คนเคยร่วมทำงานการทั้งหลาย มีส่วนได้ในกุศลผลบุญของฉัน
ทั้งเจ้ากรรมนายเวรและเทวัญ ขอให้ท่านได้กุศลผลบุญนี้เทอญ

Read Post →

อากะ

อากะ แมนโตะ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

อากะ
อากะ แมนโตะ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน อากะ แมนโตะ

ปีศาจที่อยู่ใน เสื้อคลุมสีแดง และก็ใส่หน้ากากมิดชิด จะโผล่มาแต่เสียงในเวลาที่คุณนั่งชักโครก โดยเสียงลึกลับจะถามคุณว่า “จะเลือกกระดาษทิชชู่สีแดงหรือสีน้ำเงิน?” ถ้าเกิดคุณตอบสีแดง คุณจะถูกหั่นหัวจนกระทั่งเลือดย้อมเสื้อผ้าคุณเป็นสีแดง แต่ถ้าหากตอบสีน้ำเงิน คุณจะถูกรัดคอกระทั่งผิวหนังคุณช้ำเลือดเป็นสีน้ำเงิน แต่ถ้าหากอยากรอดแล้วล่ะก็ ให้ตอบว่าไม่เอาทั้ง 2 สี…

Read Post →

ตำนาน

เรื่องเล่าเรื่องหลอน ตำนาน เปรตวัดสุทัศน์

, , No Comment

ตำนาน

ตำนาน เปรตวัดสุทัศน์

เป็น ตำนาน ที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่เพียงแต่เรื่องเล่าแต่ว่ามันเป็นตำนานที่เกิดขึ้นจริง ที่เขาว่ากันว่ามันเป็นแดนนรกจำลองดีๆนี่เอง เรื่องราวของ วัดสระเกศ (ภูเขาทอง) นั้น ในสมัยก่อนเคยศูนย์รวมของนกแร้งนับพันสาเหตุจากโรคห่าระบาดเมืองในช่วงรัชกาลที่ 2 มีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคนภายในช่วงเวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน กลายเป็นเมืองที่คนตาย ทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยศพ ในสมัยก่อนวัดสระเกศ เป็นจุดที่ทางการนำศพที่ตายจากโรคห่าระบาด ซึ่งมีคนเสียชีวิตหลายหมื่นคน ทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยศพ ทำให้เป็นจุดศูนย์รวมของแร้งนับพัน เขาจะขุดหลุมแล้วเอาศพมากองรวมกัน

เพราะจำนวนศพมากมายไม่สามารถเผาได้ไหว เลยใช้วิธีให้แร้งกำจัดศพให้ และสาเหตุที่ต้องเป็นวัดสระเกศก็เพราะ เมื่อสมัยก่อนนั้นมีกฎห้ามเผาศพกันในเมือง และประตูเมืองที่สามารถนำศพผ่านได้ก็มีอยู่ประตูเดียวที่เรียกกันว่าประตูผี ซึ่งอยู่ใกล้กับวัดสระเกศมากที่สุดนั่นเอง เมื่อพูดถึงแร้งวัดสระเกศแล้ว จะไม่พูดถึง เปรตวัดสุทัศน์ ก็ไม่ได้เพราะว่ามักได้ยินพูดคู่กันเสมอ เปรตเป็นมนุษย์ที่ทำบาปกรรมแบบขั้นสุด เมื่อตายไปแล้วจะเกิดเป็นเปรตเพื่อชดใช้กรรมที่ทำไว้เมื่อยังเป็นมนุษย์ ปากเท่ารูเข็ม มือใหญ่เท่าใบลาน มักปรากฎตัวตอนกลางคืน

สมัยก่อนบรรยากาศแถววัดสุทัศน์จะน่ากลัวมากๆ มักมีคนเล่าว่าพบเห็นผีเปรตอยู่เสมอ แต่บ้างก็บอกว่า นั่นคือเงาจากเสาชิงช้า ความเชื่อแต่ครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์เกี่ยวกับเรื่องราวของเปรตแห่ง วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ที่เล่ากันว่าที่วัดแห่งนี้มักมีเปรตปรากฏกายในเวลากลางคืนเป็นที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ประกอบกับอหิวาตกโรคที่ระบาดจนมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากในรัชสมัยรัชกาลที่ 2 จนเผาศพแทบไม่ทัน ณ วัดสระเกศ จนมีคำกล่าวคล้องจองกันว่า “แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์”

ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว เรื่องเล่าเปรตวัดสุทัศน์ฯนั้น มาจากภาพวาดบนฝาผนังในอุโบสถ ที่เป็นรูปเปรตตนหนึ่งนอนพาดกายอยู่ และมีพระสงฆ์ยืนพิจารณาอยู่ ซึ่งภาพนี้มีชื่อเสียงมากในสมัยอดีต เป็นที่เลื่องลือกันของผู้ที่ไปที่วัดแห่งนี้ว่าต้องไปดู และสิ่งที่ผู้คนเห็นว่าเป็นเปรตนั้น ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณวัดแห่งนี้มายาวนานบอกว่า แท้ที่จริงแล้วเป็นเงาของเสาชิงช้าที่อยู่หน้าวัด ในสายหมอกยามเช้าต่างหาก อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อและวิจารณญาณส่วนบุคคล…

Read Post →