Monthly Archives For มีนาคม 2020

คืนหลอนก่อนสอบ

คืนหลอนก่อนสอบ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

คืนหลอนก่อนสอบ

คืนหลอนก่อนสอบ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน คืนหลอนก่อนสอบ

เรื่องมีอยู่ว่า

ยามบ่ายที่แสนสดใส พลอยหญิงสาวที่มีน่าตาดีอยู่ในระดับหนึ่ง เธอเป็นนิสิตแพทย์ปีสองจัดว่าเป็นหัวกะทิต้นๆของระดับชั้น เธอเดินมากับพิม เพื่อนสนิทของเธอ พิมเป็นคนที่รูปร่างหน้าตาดี มีเสน่ห์ แต่ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร พวกเธอทั้งสองเดินมานั่งโต๊ะม้าหินอ่อนที่ประจำข้างๆตึกเรียนคณะแพทย์ศาสตร์ “ตายแล้ว!!!

นี้มันครั้งที่ 3 แล้วนะ” เสียงอุทานจากโต๊ะข้างๆดังขึ้นมา เธอรู้อยู่แก่ใจว่ามันคงไม่พ้นเรื่องสุดสยองนั้นแน่นอน เรื่องที่ว่า…ศพที่ถูกแช่ใน ห้องเก็บศพ ของทางคณะถูกควักอวัยวะภายในหายไปอย่างไร้ร่องรอย เธอเองก็ไม่ทราบรายละเอียดอะไรมากนัก เพราะว่าอีกสองวันก็จะสอบเก็บคะแนน เธอจึงไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้มากนัก “เฮ้อ..วันมะรืนก็ผ่ากรอสเก็บคะแนนอีก(ผ่ากรอสหรือผ่าอาจาร์ยใหญ่)ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยว่ามั้ยพิม” “อืม..คงต้องอ่านหนังสือหนักหน่อย” พลอยพยักหน้าหงึกๆเห็นด้วยกับสิ่งที่พิมพูดไป

พอตกเย็นหลังจากที่พลอยกับพิมกินข้าวเย็นเสร็จแล้ว พวกเธอก็รีบไปอ่านหนังสือที่หอพัก หอที่เธอพักเป็นหอหญิงของมหาลัย ทั้งสองแข่งกันอ่านหนังสืออย่างเอาเป็นเอาตาย จนกระทั่งเที่ยงคืนพลอยกับพิมรูสึกว่าเริ่มไม่ไหวแล้ว จึงตกลงกันว่าจะมาอ่านพรุ่งนี้ตอนเช้า จนกระทั่งตีสาม พลอยได้ยินเสียงกุกกักข้างๆเตียงของเธอ เธอจึงลืมตาขึ้นมาดู เธอเห็นพิมเดินออกไปนอกห้อง เธอไม่รู้ว่าพิมไปไหนในยามวิกาลเช่นนี้ ด้วยความง่วงเธอจึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก พิมน่าจะไปธุระมั้งเธอคิดเช่นนี้แล้วจึงผล็อยหลับไป “

พลอย..พลอย ตื่นได้แล้ว ได้เวลาอ่านหนังสือแล้วนะ” พลอยค่อยๆลืมตาขึ้นมาก็พบว่าพิมนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่เตียงของหล่อน เธอจึงรีบลุกขึ้นมาตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือจนถึงรุ่งเช้า โดยที่ลืมถ้าพิมถึงเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้น

อะไรนะ มีศพที่สี่อีกแล้วหรอ” แน่หละไม่พ้นเรื่องอวัยะภายในศพหายไปอีกแน่นอน เฮ้อทำไมพักนี้มีแต่เรื่องแปลกๆเกิดขึ้นบ่อยนะ พลอยคิดในใจ พอตกเย็นหลังจากอนข้าวเสร็จ พลอยกับพิมก็กลับมาอ่านหนังสือที่หอเหมือนเดิม จนกระทั่งทั้งสองไม่ไหวแล้ว “พิมพรุ่งนี้ถ้าเธอตื่นแล้วช่วยปลุกเราหน่อยนะ” “อืม..โอเคถ้าเราตื่นแล้วเราจะปลุกนะ” หลังจากจบบทสนธนาแล้วทั้งคู่ก็เข้าสู่ห้วงนิทราที่แสนยาวนาน……จนกระทั่งตีสาม กุกกัก กุกกัก พลอยได้ยินเสียงข้างๆเตียงของเธอ จะเหลือบไปดูเห็นพิมลุกออกจากเตียงไป แล้วพิมก็เปิดประตูออกไปข้างนอกห้อง ด้วยความสงสัยที่บวกกับเมื่อวานพลอยจึงตัดสินใจลุกออกจากเตียงแล้วเดินตามพิมออกไปอย่างเงียบๆ เธอเห็นพิมมุ่งหน้าไปสู่อาคารเรียน เธอนึกสงสัยว่าทำไมพิมต้องไปอาคารเรียนในตอนนี้ เธอได้แต่นึกสงสัยอยุ่ในใจ สักพักเธอเห็นพิมเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องเรียน พิมหันซ้ายแลขวาแน่ใจว่าไม่มีคนตามมา เธอจึงเดินเข้าห้องเรียนไป พลอยเห็นดังนั้นจึงคิดว่า “สงสัยยัยพิมคงไปหาความรู้เพิ่มเติมในร่างอาจาร์ยใหญ่แน่นอนน ชิไม่เห็นชวนกันบ้างเลย” พลอยโกรธพิมในใจ จึงเดินตามพิมเข้าไปในห้องอย่างเงียบๆ แต่ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่ดั่งที่คิดไว้ เธอเห็นพิมกำลังหยิบอวัยวะภายในของอาจาร์ยใหญ่ออกมา แล้วกัดกินอย่างหิวโหย โอ้พระเจ้า

พลอยไม่อยากจะเชื่อในสิ่องที่ตนเห็นอยู่ ไม่น่าเชื่อว่าเพื่อนสนิทของเธอจะกลายมาเป็นคนกินศพแบบนี้ ภาพที่เห็นมันน่ากลัวมาก พลอยทำอะไรไม่ถูก เธอจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายวิดีโอเพื่อเป็นหลักฐาน หลังจากที่เธอถ่ายได้นานพอสมควร เธอทนอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว เธอจึงหันหลังหลับ โครม

แต่โชคกลับไม่เข้าข้างเธอเลย เธอเผลอเตะโดนถึงขยะที่วางอยู่ข้างๆประตู “นั่นใคร” พิมหันขวับมาดูที่ต้นเสียง เฮือก พลอยรีบวิ่งออกมาจากในห้องเรียน จนเผลอทำโทรศัพท์มือถือหล่นในห้องเรียน หลังออกมาจากห้องเรียนแล้วเธอจึงรีบวิ่งขึ้นหอพักให้เร็วที่สุด หลังจากที่พิมได้ยินเสียงเธอจึงเดินออกมาดูก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ “สงสัยคงเป็นเสียงแมวมั้ง” ระหว่างที่เธอหันกลับพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นเข้ากับโทรศัพท์ของพลอยพอดี “หึหึ..แกเองหรอ อยู่ดีไม่ว่าดีรนหาที่ตาย” พิมจัดการลบคลิปที่พลอยแอบถ่ายไว้แล้วโยนโทรศัพท์ของพลอยลงถังขยะ แล้วพิมก็กลับไปกินอาหารอันโอชะของตนต่อ พลางคิดแผนจัดการยัยสอดรู้สอดเห็น

หลังจากที่พลอยวิ่งมาถึงหอพักเธอก็รีบวิ่งขึ้นเตียง พยายามข่มตานอนไม่คิดมากแต่ห้ามยังไงก็ห้ามไม่ได้ เม็ดเหงื่อเริ่มผุดออกมาจากใบหน้าทีละน้อย เธออยากให้ผ่านราตรีที่แสนน่ากลัวนี้ไปเร็วๆ ทันใดนั้น “แอ๊ดดดดดด” เสียงประตูเปิดเข้ามาและไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากพิม!!

พลอยได้แต่ข่มตานอนเธอกลัวการที่จะเผชิญกับพิมในตอนนี้ “พลอย..พลอยตื่นได้แล้ว มาอ่านหนังสือเร็ว” “อื้อ” พลอยแกล้งบิดขี้เกียจไปมา ระหว่างที่อ่านหนังสืออยู่นั้นเธอรู้สึกว่าไม่มีสมาธิเอาเสียเลย จู่ๆพิมก็พูดขึ้นแทรกความเงียบขึ้นมา “พลอยเมื่อกี้เราไปทำธุระมา มีคนแอบตามเราไปด้วย” “แล้วเธอรู้มั้ยว่าเป็นใคร” พลอยพยายามบังคับเสียงของตนไม่ให้สั่น มีหรอที่จะรอดสายตาของพิมไปได้ “ฉันพึ่งรู้เมื่อกี้นี่เอง” “ใครหรอ” พลอยรู้ชะตากรรมของตนเองว่าคงไม่รอดแล้วแหละ “มึงนั่นแหละ” “กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”…

Read Post →

บาปจากการทำแท้ง

บาปจากการทำแท้ง เรื่องเล่า-สยองขวัญ

, , No Comment

บาปจากการทำแท้ง

บาปจากการทำแท้ง

 เรื่องเล่า-สยองขวัญ บาปจากการทำแท้ง 

วิธีแก้เคล็ดหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำแท้งมา

สำหรับคนที่มีอุปสรรคและปัญหาต่างๆในด้านการตั้งครรภ์ คือท้องแล้วไม่สามารถจะเลี้ยงบุตรได้จึงต้องไปทำแท้งตามที่ต่างๆนั้น ทางศาสนาถือว่าเป็นบาปอย่างมาก เพราะการฆ่าคนไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะยังไม่เกิดออกมาจากท้องก็ถือว่าเป็นบาปทั้งสิ้น มีความเชื่อกันว่าผู้ที่ทำแท้งนั้นชีวิตจะมีแต่ความย่ำแย่ มีแต่เรื่องทุกข์ร้อนและลำบากไม่มีที่สิ้นสุด ชีวิตไม่อาจก้าวหน้าได้ เหมือนมีอะไรมาถ่วงอยู่และจะเป็นเช่นนั้นไปอีกหลายปี
ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายที่ให้ไปทำแท้งหรือผู้หญิงการที่คุณทำร้ายชีวิตเล็กๆที่กำลังจะเกิดออกมาดูโลก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็เป็นบาปทั้งสิ้น ขอให้ทำบุญสะเดาะเคาะห์ อุทิศส่วนกุศลเชื่อกันว่าชีวิตจะดีขึ้นได้
วิธีแก้เคล็ดหากคุณได้ทำแท้งมาแล้ว

ปล่อยปลาลงสระขนาดใหญ่ โดยอาจจะหาปลาจากตลาดนัด ปลาที่กำลังจะถูกฆ่าตาย และเน้นว่าต้องปล่อยลงสระขนาดใหญ่เท่านั้นไม่ใช่ปล่อยลงคลองเล็กๆ หรือสระแคบๆ
การปล่อยโดยปล่อยตามอายุ ดูจากอายุตัวเองหากอายุ 28 ก็ให้ปล่อย 28 ตัวเป็นต้น
ต้องนับจำนวนปลาแยกกับอีกฝ่ายหนี่ง เช่น ถ้าภรรยาอายุ 25 ปี สามีอายุ 30 ปี ก็แสดงว่าทั้งคู่จะต้องปล่อยปลาทั้งสิ้น 55 ตัว คือฝ่ายตัวหญิงปล่อยปลา 25 ตัว และฝ่ายชายปล่อยให้ครบ 30 ตัว
การทำบุญในลักษณะนี้ไม่มีวันกำหนดของวัน
คนเฒ่าคนแก่ได้แนะแนวการทำบุญเช่นนี้ไว้ และได้เสริมว่า นอกจากการทำบุญปล่อยปลาให้ครบตามอายุแล้ว ยังจะต้องทำสังฆทานทุก 1 เดือน หรือทุก 3 เดือนให้ครบ 7 ครั้ง จึงจะหมดเคราะห์และรุ่งเรืองสืบไป

และยังมีหนังสืออีกเล่มที่สอนการแก้กรรมจากการทำแท้งไว้ดังนี้

ไม่ว่าจะเป็นการทำแท้งโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม

ก่อนอื่นต้องทำการขอขมากรรม โดยให้เราจุดธูป 3 ดอก โดยให้ตั้งกลางแจ้ง ตั้งนะโม 3 จบ พร้อมเอ่ยตามนี้ ข้าพเจ้าชื่อ…….ขอขมากรรมวิญญาณลูก พ่อและแม่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ขอ
อโหสิกรรมให้ขาดจากกัน จะทำบุญใส่บาตรด้วยพระสะดุ้งมาร 3 นิ้ว พร้อมอาหาร ทำใส่บาตรตอนเช้า แล้วกรวดน้ำขณะที่พระให้พร ตั้งนะโม 3 จบ กุศลผลบุญที่ทำบุญใส่บาตรพร้อมกับพระสะดุ้งมาร ขอให้เจ้ากรรมนายเวร คือวิญญาณลูกรับแล้ว ขอให้ไปเกิดบนศาลา ขอให้อโหสิกรรมให้ขาดจากกันเดี๋ยวนี้ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสำเร็จ โชคลาภ ทำสิ่งใดก็ขอให้สำเร็จ ผู้ที่ทำแท้งลูกจะโดยธรรมชาติหรือไม่ แม้กระทั่งหมอพยาบาล ผู้ร่วมมือให้เงิน พาไปเป็นธุระเห็นดีด้วย จะเป็นตราบาปมาก วิญญาณเด็กจะอาฆาต เพราะดวงวิญญาณไม่สามารถกลับโลกเดิมได้ ต้องเวียนว่ายอยู่ในสภาพมีแต่นาม (วิญญาณ) ไม่มีรูป ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ จนกว่าจะสิ้นอายุขัย จึงกลับศูนย์ดุลยกรรม เพราะการเกิดเป็นมนุษย์แสนยาก ต้องการมาสร้างบารมีใช้กรรม ผู้กระทำจะทำมาหากินไม่ขึ้น เจ็บปวด แตกร้าว ทุกข์ ผิดหวัง ลาภก็ถูกปิดกั้น แก้กรรมเสร็จแล้วต้องหมั่นทำความดี กตัญญูต่อบิดามารดาและผู้มีพระคุณ จากกรรมหนักจะกลายเป็นเบา ถ้ากรรมเบาก็จะหายไป

จากการเผยแพร่บทความธรรมะนี้ข้าพเจ้าขออุทิศให้แก่เจ้ากรรมนายเวร คือวิญญาณลูกๆ ของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอุทิศผล บุญกุศลนี้ไปให้ไพศาล
ถึงบิดามารดาครูอาจารย์ ทั้งลูกหลานญาติมิตรสนิทกัน
คนเคยร่วมทำงานการทั้งหลาย มีส่วนได้ในกุศลผลบุญของฉัน
ทั้งเจ้ากรรมนายเวรและเทวัญ ขอให้ท่านได้กุศลผลบุญนี้เทอญ

Read Post →

อากะ

อากะ แมนโตะ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

อากะ
อากะ แมนโตะ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน อากะ แมนโตะ

ปีศาจที่อยู่ใน เสื้อคลุมสีแดง และก็ใส่หน้ากากมิดชิด จะโผล่มาแต่เสียงในเวลาที่คุณนั่งชักโครก โดยเสียงลึกลับจะถามคุณว่า “จะเลือกกระดาษทิชชู่สีแดงหรือสีน้ำเงิน?” ถ้าเกิดคุณตอบสีแดง คุณจะถูกหั่นหัวจนกระทั่งเลือดย้อมเสื้อผ้าคุณเป็นสีแดง แต่ถ้าหากตอบสีน้ำเงิน คุณจะถูกรัดคอกระทั่งผิวหนังคุณช้ำเลือดเป็นสีน้ำเงิน แต่ถ้าหากอยากรอดแล้วล่ะก็ ให้ตอบว่าไม่เอาทั้ง 2 สี…

Read Post →

ตำนาน

เรื่องเล่าเรื่องหลอน ตำนาน เปรตวัดสุทัศน์

, , No Comment

ตำนาน

ตำนาน เปรตวัดสุทัศน์

เป็น ตำนาน ที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่เพียงแต่เรื่องเล่าแต่ว่ามันเป็นตำนานที่เกิดขึ้นจริง ที่เขาว่ากันว่ามันเป็นแดนนรกจำลองดีๆนี่เอง เรื่องราวของ วัดสระเกศ (ภูเขาทอง) นั้น ในสมัยก่อนเคยศูนย์รวมของนกแร้งนับพันสาเหตุจากโรคห่าระบาดเมืองในช่วงรัชกาลที่ 2 มีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคนภายในช่วงเวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน กลายเป็นเมืองที่คนตาย ทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยศพ ในสมัยก่อนวัดสระเกศ เป็นจุดที่ทางการนำศพที่ตายจากโรคห่าระบาด ซึ่งมีคนเสียชีวิตหลายหมื่นคน ทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยศพ ทำให้เป็นจุดศูนย์รวมของแร้งนับพัน เขาจะขุดหลุมแล้วเอาศพมากองรวมกัน

เพราะจำนวนศพมากมายไม่สามารถเผาได้ไหว เลยใช้วิธีให้แร้งกำจัดศพให้ และสาเหตุที่ต้องเป็นวัดสระเกศก็เพราะ เมื่อสมัยก่อนนั้นมีกฎห้ามเผาศพกันในเมือง และประตูเมืองที่สามารถนำศพผ่านได้ก็มีอยู่ประตูเดียวที่เรียกกันว่าประตูผี ซึ่งอยู่ใกล้กับวัดสระเกศมากที่สุดนั่นเอง เมื่อพูดถึงแร้งวัดสระเกศแล้ว จะไม่พูดถึง เปรตวัดสุทัศน์ ก็ไม่ได้เพราะว่ามักได้ยินพูดคู่กันเสมอ เปรตเป็นมนุษย์ที่ทำบาปกรรมแบบขั้นสุด เมื่อตายไปแล้วจะเกิดเป็นเปรตเพื่อชดใช้กรรมที่ทำไว้เมื่อยังเป็นมนุษย์ ปากเท่ารูเข็ม มือใหญ่เท่าใบลาน มักปรากฎตัวตอนกลางคืน

สมัยก่อนบรรยากาศแถววัดสุทัศน์จะน่ากลัวมากๆ มักมีคนเล่าว่าพบเห็นผีเปรตอยู่เสมอ แต่บ้างก็บอกว่า นั่นคือเงาจากเสาชิงช้า ความเชื่อแต่ครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์เกี่ยวกับเรื่องราวของเปรตแห่ง วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ที่เล่ากันว่าที่วัดแห่งนี้มักมีเปรตปรากฏกายในเวลากลางคืนเป็นที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ประกอบกับอหิวาตกโรคที่ระบาดจนมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากในรัชสมัยรัชกาลที่ 2 จนเผาศพแทบไม่ทัน ณ วัดสระเกศ จนมีคำกล่าวคล้องจองกันว่า “แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์”

ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว เรื่องเล่าเปรตวัดสุทัศน์ฯนั้น มาจากภาพวาดบนฝาผนังในอุโบสถ ที่เป็นรูปเปรตตนหนึ่งนอนพาดกายอยู่ และมีพระสงฆ์ยืนพิจารณาอยู่ ซึ่งภาพนี้มีชื่อเสียงมากในสมัยอดีต เป็นที่เลื่องลือกันของผู้ที่ไปที่วัดแห่งนี้ว่าต้องไปดู และสิ่งที่ผู้คนเห็นว่าเป็นเปรตนั้น ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณวัดแห่งนี้มายาวนานบอกว่า แท้ที่จริงแล้วเป็นเงาของเสาชิงช้าที่อยู่หน้าวัด ในสายหมอกยามเช้าต่างหาก อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อและวิจารณญาณส่วนบุคคล…

Read Post →

การล้างแค้นของผีพัดชา

การล้างแค้นของผีพัดชา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

การล้างแค้นของผีพัดชา

การล้างแค้นของผีพัดชา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน การล้างแค้นของผีพัดชา 

“ภูมิถ้าคุณไม่กลับมารักฉัน ฉันจะฆ่าตัวตาย!” ผมหน้าซีดมือสั่นเมื่อได้ยินคำขู่จากพัดชาแฟนเก่า เธอเป็นคนพูดจริงทำจริง “แต่ผมทิ้งโบว์ไม่ได้ คุณก็รู้ว่าผมจะแต่งงานกับโบว์เดือนหน้า โรงแรมจัดงานก็จองแล้ว การ์ดก็แจกไปหมดแล้ว” ปลายสายเงียบไป ผมละอายเพราะผมเป็นคนผิดแต่เพียงผู้เดียว ผมกับพัดชารักกันมา 7 ปีจนเราเกือบจะได้แต่งงานกัน ถ้าผมไม่นอกใจไปหลงรักโบว์เด็กฝึกงานในบริษัท แน่นอนว่าของใหม่กลิ่นมันก็ต้องหอมกว่าของเก่าอยู่แล้ว “นั่นมันเรื่องของคุณ เงินที่คุณใช้แต่งงานมันก็เป็นเงินที่เคยเก็บไว้จะแต่งกับฉัน ไม่ใช่อีนั่น!” “ก็นี่ไง คุณกลายเป็นคนอารมณ์ร้าย ผมจะรักคุณลงได้ยังไง” “ฉัน อารมณ์ร้าย ก็เพราะคุณมีชู้ต่างหาก!”

หลังพัดชาตัดสายผมก็ตกใจรีบเปิดเฟซบุ๊ก พัดชากำลังไลฟ์สดต่อหน้าเพื่อนเป็นร้อย เบื้องหลังเธอคือเชือกที่ผูกลงมาเป็นบ่วงเหนือเก้าอี้ เธอถลึงตาราวกับมองเห็นผมผ่านหน้าจอได้ “ไอ้ภูมิคนหลายใจ หลังฉันตายกลายเป็นผีฉันจะแก้แค้นคุณกับนังโบว์ให้เจ็บปวดที่สุด!” เพื่อนๆ พยายามพิมพ์ข้อความห้ามแต่ไม่เป็นผล ผมนั่งนิ่งตัวแข็งมองดูเธอเหยียบขึ้นไปบนเก้าอี้ราวกับนักกีฬาขึ้นไปรับรางวัล หากแต่มันเป็นรางวัลที่เรียกว่าความตาย เธอคล้องคอเข้าไปในเชือก ยิ้มอย่างพอใจหรือไม่ก็พอกันทีกับชีวิต แล้วเธอก็ถีบเก้าอี้ล้ม ตึง! ผมเห็นเธอตะเกียกตะกายทรมานอยู่กลางอากาศ ผมปิดหน้าจอเพราะทนดูไม่ได้ แล้วผมก็ร้องไห้

“ไม่ได้นะคะ พี่ภูมิจะยกเลิกงานแต่งงานของเราไม่ได้ ไม่งั้นโบว์ขายหน้าตายเลย” ผมนั่งตาแดงก่ำต่อหน้าโบว์ว่าที่ภรรยาที่บัดนี้กลายเป็นนางร้าย “พัดชาเขาฆ่าตัวตายเรียกร้องความสนใจ เราไม่ได้บังคับให้เขาทำเสียหน่อย พี่ภูมิแค่จะไปงานศพคืนนี้ก็ให้เกียรติเขามากพออยู่แล้ว” “โบว์จะไปงานศพกับพี่ไหม?” “ไปให้พ่อแม่เขาลากไปตบหน้าโลงเหรอคะ พูดโง่ๆ พี่ภูมิไปคนเดียวเถอะค่ะ”

ในงานศพผมพยายามเดินตัวลีบเล็กที่สุด รู้สึกได้ถึงสายตาอาฆาตจากเพื่อนและญาติของพัดชา ทุกคนต่างรู้ดีว่าพัดชาตายเพราะผู้ชายหลายใจอย่างผม โดยเฉพาะพ่อเธอที่เหมือนอยากฉีกเนื้อผมเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแต่ต้องเก็บอาการไว้ หลังผมปักธูปไหว้ศพเสร็จกรอบรูปขาวดำหน้าโลงก็หล่น เพล้ง! เศษแก้วกระเด็นมาบาดมือผม ผมกดแผลแต่เลือดกลับไหลไม่หยุดจนผมกลัวว่าเลือดจะออกจนหมดตัวตาย แต่เมื่อแม่ของพัดชาหาผ้าขาวมาปิดแผลให้เลือดก็ค่อยๆหยุดไหลเอง พลันที่ผมเงยหน้าขึ้นก็เห็นพัดชายืนจ้องผมด้วยสายตาเคียดแค้น ใบหน้าเธอเต็มไปด้วยเลือดนอง เธอค่อยๆก้าวเข้ามาหาผม ผมอ้าปากค้างแต่ดูจะไม่มีใครเห็นเหมือนผม แต่พอผมกะพริบตาผีพัดชาก็หายไป ผมรีบลาทุกคนแล้วเผ่นออกจากงานศพทันที

ในที่สุดงานแต่งงานของผมกับโบว์ก็มาถึงในโรงแรมที่ผมกับพัดชาเคยวาดหวังไว้ด้วยกัน ที่นี่หรูหราสวยงามราวกับสวรรค์ เหนือเวทีมีโคมไฟคริสตัลระยิบระยับอันใหญ่แขวนอยู่ ระหว่างที่เรายกมือไหว้แขกเหรื่อที่ทยอยเข้ามาผมก็กังวลว่าวิญญาณพัดชาจะไม่รามือง่ายๆ ในที่สุดพิธีกรซึ่งเป็นเพื่อนสนิทผมก็เชิญผมกับโบว์ขึ้นไปบนเวที นักการเมืองท้องถิ่นที่เราเคารพกล่าวอวยพรให้เราทั้งคู่มีชีวิตสมรสที่เต็มไปด้วยความสุข ผมเงยหน้ามองโคมไฟคริสตัลที่โยกไปมาเล็กน้อยกลัวว่ามันจะหล่นลงมา แต่พอกะพริบตาก็เห็นศพของพัดชาห้อยโตงเตงลงมาจากโคมไฟนั้นเหมือนตอนที่เธอผูกคอตาย! ผิวหนังสีขาวซีด ดวงตาสีดำสนิทพร้อมมีเลือดไหลออกมาแทนน้ำตา ผียิ้มให้ผม เลือดหยดแหมะจากคางผีลงมาบนหน้าผากผมอย่างจัง ด้วยความตกใจผมรีบพุ่งกระโดดคว้าตัวโบว์แล้วไถลไปพร้อมกัน ทันใดนั้นโคมไฟคริสตัลก็หล่นลงมาแตกในจุดที่เราสองคนเคยยืนอยู่ ถ้าผมช้าไปไม่กี่วินาทีผมกับโบว์อาจตายไปแล้วก็ได้

“พี่ภูมิเมื่อไหร่จะหาหมอผีมาจัดการผีอีพัดชาซะ! จะรอให้มันมาหักคอเราสองคนก่อนเหรอ” หลังแต่งงานโบว์ก็กลายเป็นนางยักษีอย่างสมบูรณ์ ทั้งจู้จี้ ขี้บ่น เอาแต่ใจ ใช้เงินเก่ง “พี่แปลกใจว่าเหมือนวันนั้นพัดชาพยายามช่วยให้เราสองคนรอดจากโคมไฟหล่นใส่หัวนะ” “พี่เป็นบ้าอะไร มันเป็นผีไปแล้วพี่ยังเข้าข้างมันอีกเหรอ? พี่รีบๆจัดการมันเลยนะ เพื่อครอบครัวเราทั้ง 3 คน” ผมทำหน้างง “3 คน โบว์หมายความว่ายังไง?” “หนูท้องได้ 2 เดือนแล้ว ลูกของเราไงล่ะคะ” ผมดีใจกอดภรรยาแล้วยกจนตัวลอย ผมอยากมีลูกมานานแล้ว ผมวาดฝันว่าลูกตัวน้อยๆของเราหัดเดิน เข้าโรงเรียนอนุบาล พ่อแม่ลูกจูงมือเดินไปด้วยกันอย่างอบอุ่น

เดือนต่อมา เมื่อผมลาพักร้อนกับบริษัทได้ก็รีบพาโบว์ไปเที่ยวทะเลตามที่เธอต้องการ ผมเชื่อว่าถ้าแม่มีความสุขลูกในท้องก็จะสุขภาพจิตดีตามไปด้วย พวกเรานั่งเรือเพื่อไปยังเกาะแห่งหนึ่งซึ่งขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายงามขาวสะอาดและเล่นน้ำกันทั้งวัน ขากลับตอนค่ำระหว่างที่โบว์กำลังนั่งกางแขนรับลมที่หัวเรือ ผมก็เห็นผีพัดชาอยู่ในเงามืดใต้หลังคาเรือในส่วนลึกสุด! สายตาเธอราวกับอสูรที่พบเหยื่อ ผมยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก ถ้าผีพัดชาฆ่าพวกเราจะทำยังไง ผมพูดในใจ “พัดชา ผมขอโทษ อย่าทำอะไรเราพ่อแม่ลูกเลย” แม้ผีไม่ตอบแต่ผมก็รู้ว่าจิตผมสื่อไปถึงได้ ผีชี้นิ้วลงที่พื้นแล้วค่อยๆเลือนหาย ผมตั้งสติสักพักแล้วกล้าๆกลัวๆเดินเข้าไป แล้วผมก็เจอมือถือของโบว์ตกอยู่ แต่แทนที่ผมจะเอาไปคืนภรรยาลางสังหรณ์กลับบอกให้ผมเช็คไลน์ของเธอ แล้วผมก็พบกับข้อความที่แทงหัวใจอย่างไม่ปรานี

“ที่รักจ๋า ที่เราแอบมีอะไรกันไอ้ภูมิมันยังไม่รู้ใช่ไหม” “ยังจ้ะ มันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่อยู่ในท้องหนูไม่ใช่ลูกมัน” “เราจะปิดเป็นความลับไว้อีกนานแค่ไหน” “ก็ให้มันช่วยออกเงินเลี้ยงลูกก่อน พอลูกโตค่อยหย่า” “แล้วเมื่อไหร่เราจะได้อยู่ด้วยกันล่ะ” “รอจนหนูสูบเงินจากมันมาได้เยอะๆก่อน ตอนหย่าจะได้แบ่งสินสมรสมาด้วย รอก่อนนะตัวเองอดเปรี้ยวไว้กินหวานไง” ผมโกรธจนแทบอยากกระทืบมือถือให้พังคาตีน ที่แท้ผมก็โดนอีโบว์สวมเขามาโดยตลอด หน่อยนังวันทองสองใจ แต่ไม่ทันที่ผมจะได้อาละวาดก็เกิดพายุฝนตกหนัก เรือโคลงเคลงไปซ้ายทีขวาทีอย่างน่ากลัว ฝนสาดซัดเข้าเต็มเรือ ไม่ไกลได้ยินเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังลั่น

มีใครคนหนึ่งพูดว่าเรือกำลังจะจม ว่าแล้วก็เกิดความชุลมุนขึ้น ต่างคนต่างแย่งเสื้อชูชีพที่มีอยู่จำกัดเพราะเจ้าของเรือเห็นแก่ได้รับผู้โดยสารเกินกว่าจำนวนเสื้อชูชีพ ผมมองหาโบว์ที่ถูกคนชนไปมาท่ามกลางความสับสน “อย่าชนเมียผมครับ เธอกำลังท้อง“ ผมรีบฝ่าฝูงชนเข้าไปหาโบว์เธอดูตกใจและหวาดกลัว ไม่ทันที่ผมจะได้ปลอบใจเธอเรือก็ล่ม ผมกับเธอตกลงไปอยู่ในน้ำทะเลบ้าคลั่ง หลายๆคนที่มีเสื้อชูชีพต่างเอาตัวรอดไม่สนใจใคร ตัวผมว่ายน้ำแข็งแต่โบว์ว่ายน้ำไม่เป็นเลย มรสุมขนาดนี้เราสองคนจะกอดกันจมน้ำตายแน่ๆ อย่างน้อยถ้ามีเสื้อชูชีพสักตัวเราอาจจะมีโอกาสรอดชีวิตก็ได้

“ฉันเก็บเสื้อชูชีพไว้ให้แล้ว เอาไปใช้สิ” ผีพัดชายืนเป็นเงามืดอยู่เหนือคลื่นน้ำที่กระเพื่อมราวปีศาจร้าย เสื้อชูชีพ 2 ตัวลอยออกมาจากใต้ท้องเรือมาหาพวกเราด้วยอำนาจแห่งผี ผมกับโบว์ไม่มีเวลาคิดนอกจากต้องเอาชีวิตรอดไว้ก่อน ในที่สุดเมื่อพายุฝนสงบลงก็มีเรือจากฝั่งแล่นมาช่วย เป็นอันว่าผม โบว์ และลูกชู้ในท้องก็รอดชีวิตมาได้ด้วยความช่วยเหลือของผี

หลังรอดชีวิตมาได้ผมก็ขับรถพาโบว์กลับบ้านทันที แน่นอนว่าผมไม่พูดอะไรกับนังผู้หญิงสำส่อนแม้แต่คำเดียว ในหัวผมเต็มไปด้วยความสับสน เศร้า โกรธ ทุกอย่างปนเปกันไปหมด ในใจอยากจะเลิกกับมันให้รู้แล้วรู้รอดในวินาทีนี้เลยด้วยซ้ำ เมื่อโบว์นอนแล้วผมก็เดินไปยังห้องเก็บของที่มืดและเงียบ

“พัดชา ผมรู้ว่าคุณอยู่แถวนี้ ช่วยปรากฏตัวให้ผมเห็นทีเถอะ” เมื่อผมพูดจบอากาศก็เย็นลงทันทีอย่างน่าตกใจ ขนทั่วร่างลุกด้วยความกลัวที่แล่นไปอย่างฉับพลัน ผีพัดชาค่อยๆเดินออกมาจากเงามืด เธอยังคงเหมือนตอนที่ยังมีชีวิต เว้นแต่ดวงตาที่ดำสนิทไร้ความรู้สึกใดใด สีผิวที่ขาวซีดแต่เต็มไปด้วยเส้นเลือดแตกระแหงสีดำ ริมฝีปากม่วงคล้ำ เธอใส่ชุดเจ้าสาวสีขาวซึ่งเป็นชุดที่เธออยากใส่ที่สุดแต่ไม่มีโอกาสราวกับต้องการประชดผมที่ทิ้งเธอไป “ผมอยากขอบคุณคุณมากนะที่ช่วยผมกับโบว์ไว้ถึง 2 ครั้ง ทั้งๆที่ผมเป็นฝ่ายนอกใจคุณก่อน” ผีพัดชาเดินเข้ามาใกล้ผม ผมอยากถอยหนีแต่กลัวจนก้าวขาไม่ออก กลิ่นเหม็นเน่าเหมือนหมาตายโชยเตะจมูกจนอยากอ้วก แล้วผีก็กระซิบที่ข้างหูผม

“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกภูมิ ฉันไม่ได้ช่วยคุณ ฉันกำลังแก้แค้นอย่างเจ็บปวดที่สุดอย่างที่ฉันเคยพูดไว้ก่อนตายต่างหาก” ผมยืนงง หรือผมฟังอะไรผิดไป “คุณหมายความว่ายังไง?” ผีจับมือผมมากุมไว้เหมือนตอนที่เราเคยรักกัน หากแต่มือคู่นี้ไร้แล้วซึ่งความอบอุ่น “การแก้แค้นอย่างที่หนึ่ง การที่เราทรยศต่อคนที่รักเรา แต่คนคนนั้นยังเลือกจะช่วยเหลือเรา มันไม่รู้สึกผิดจนแทบบ้าหรอกเหรอ และฉันได้สร้างตราบาปนี้ไว้ในหัวใจคุณตลอดชีวิตแล้ว” ผมน้ำตาไหลพรากนึกย้อนอดีต 7 ปีที่เราเคยรักกัน พัดชารักและทำดีต่อผมไม่เคยเสื่อมคลาย แต่ผมก็ยังหักหลังเธอได้ลงคอ ผมมันต่ำยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก

“การแก้แค้นอย่างที่สอง ฉันช่วยชีวิตคุณกับนังโบว์ก็เพื่อให้ได้กลับมาใช้ชีวิตคู่อันแสนทรมานทรกรรมด้วยกันไปตลอดชีวิต” ผมรู้สึกเหมือนโดนสายฟ้าฟาด ผมพูดตะกุกตะกัก “ไม่ พรุ่งนี้ผมจะหย่ากับโบว์ ผมไม่ต้องการเด็กที่ไม่ใช่ลูกผม” ผีพัดชาหัวเราะราวกับสมเพชผมเสียเต็มประดา “คุณหย่าไม่ได้หรอก ถ้าคุณหย่า นังโบว์ก็จะโพนทะนาว่าคุณเป็นพ่อที่เลวไม่ยอมเลี้ยงดูลูกตัวเอง” “ผมจะตรวจดีเอ็นเอให้เห็นว่ามันไม่ใช่ลูกผม” “นังโบว์จะยอมตรวจให้คุณไหมล่ะ ถ้าคุณบังคับมันให้ตรวจ มันก็แค่หนีไปอยู่กับชายชู้ และเอาคุณไปนินทาได้ตลอดชีวิตว่าเป็นผัวที่ห่วยแตก ไหนจะชื่อเสียงของพ่อแม่วงศ์ตระกูลคุณจะต้องป่นปี้ ฮ่าๆๆๆ” ผมกำหมัดแน่น โกรธเคืองในความหลงผิดและความโง่ของตัวเอง ผีพัดชายังพูดไม่หยุด “แต่ถ้าคุณเลือกจะรักษาครอบครัวเพื่อรักษาหน้าตาในสังคม คุณก็ต้องทนกับสันดานธาตุแท้ของนังโบว์ที่คุณก็ได้เริ่มรู้แล้วว่ามันเลวยังไง อ้อ คุณต้องระวังด้วยนะว่าอีโบว์จะร่านหนีไปเอากับชายชู้เมื่อไหร่”

ผมทรุดลงคุกเข่า น้ำตาไหลจนไม่รู้จะไหลยังไง “พัดชา คุณฆ่าผมเถอะ อย่าให้ผมตายทั้งเป็นอย่างนี้เลย ฮือๆๆๆ” ผีพัดชากอดผมอย่างเยือกเย็นที่สุด “ไม่ ฉันจะปล่อยให้คุณมีชีวิตอยู่ ฉันอยากให้คุณมีอายุที่ยืนยาว ฉันจะเฝ้าคอยดูความฉิบหายในชีวิตคุณอย่างมีความสุข ฮ่าๆๆๆ” ผีพัดชาค่อยๆสลายไปกลายเป็นสายลม เหลือเพียงตัวผมที่แสนโดดเดี่ยว ว่างเปล่า และหัวใจที่ถูกย่ำยีจนแหลกสลาย……

Read Post →

ผีในคุก

ผีในคุก ประสบการณ์จริงเรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

ผีในคุก

ผีในคุก 

ผีในคุก / เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งที่อดีตเคยเป็นเรือนกักขัง นักโทษเก่า มาก่อน จึงไม่แปลกที่จะกลายเป็นดินแดนที่ใช้ประหารนักโทษมากมายหลายศพจนนับไม่ถ้วน !! นัก เรียนชมรมสังคมต้องอยู่ศึกษาประวัติที่โรงเรียนจนดึก กว่าอาจารย์จะปล่อยกลับก็ล่วงเลยเวลามาเกือบสี่ ทุ่ม ห้องสังคมนั้นตั้งอยู่ที่ตึก 5 ชั้น 3 บริเวณมุมด้านหลังสุด ดังนั้น เมื่อจะกลับก็ต้องเดินจากด้านหลังมาลงบันไดด้านหน้า ขณะที่ตามรายทางก็มีไฟเพียงไม่กี่ดวง

ระหว่างที่เหล่านักเรียนสังคมต่างรีบเดินออกมาเพื่อกลับบ้าน ปรากฏว่า “ลิง” ดันลืมโทรศัพท์มือถือไว้จึงต้องเดินกลับไปเอา พร้อมบอกให้ “นัด” เพื่อนสนิทรออยู่ตรงนี้อย่าไปไหน จะรีบไปรีบกลับ ขณะที่ครู และเพื่อนคนอื่นๆ ต่างรีบกลับจึงขอตัวไปก่อน ขณะที่ “นัด” รอเพื่อนอยู่เพียงลำพังนั้น ก็เกิดได้ยินเสียงเพลงคล้ายๆ รำสวด แล้วก็เสียงคนตะโกนโวยวาย “อย่าๆๆๆ ผมไม่ไป ปล่อยผม !!!! อย่าทำผมเลย” วินาทีนั้น “นัด” เริ่มแปลกๆ ที่ดึกแล้วจะมีใครมาตะโกนร้องแบบนี้ได้

เวลาผ่านไปสักพัก เสียงทุกอย่างเงียบไปจนน่าวังเวง “นัด” เริ่มรู้สึกกลัว พยายามมองซ้ายมองขวา แต่เพื่อนที่ไปเอาของก็ยังไม่กลับมา ตอนนี้เริ่มมีเสียงคล้ายๆ คนลากอะไรซักอย่างคล้ายโซ่แว่วมา มันเริ่มดังขึ้นๆ ๆ แล้วก็ใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ๆ จังหวะนั้น “นัด” ทนไม่ไหวจึงคิดที่จะวิ่งหนีออกไป แต่พรึ่บบบ มีมือหนึ่งมาจับที่แขนของเธอไว้ แต่พอหันไปก็พบว่าคนที่มาจับมือคือ “ลิง” เพื่อนสนิทของเธอเอง.. “นัด” รีบถาม “ลิง” ว่าได้ยินเสียงคนลากอะไรหรือเปล่า ? ซึ่ง “ลิง” ก็ตอบกลับมาทันทีเลยว่า “ได้ยิน เสียงคล้ายโซ่ใช่ไหม” เท่านั้นแหละทั้งสองคนต่างจับมือวิ่งลงตึกแบบไม่คิดชีวิต

ระหว่างที่วิ่งลงตึกอยู่ดีๆ “นัด” สะบัดมือ “ลิง” ออกอย่างกระทันหัน!! แล้วเดินกลับไปทางเดิมราวกับเหมือนโดนสะกด “ลิง” รู้แล้วว่าเพื่อนต้องโดนอะไรบางอย่างแน่ๆ จึงวิ่งไปหาพร้อมเขย่าตัว และตบหน้าเรียกสติเพื่อนอย่างนัด” กับ “ลิง” ไม่รีรออะไรแล้ว ทั้งคู่รู้แก่ใจแล้วว่าเป็นสิ่งลี้ลับแน่นอน จึงรีบวิ่งลงตึกแบบไม่คิดชีวิตจนกระทั่งไปชนกับใครคนหนึ่ง โครมมม !! พอตั้งสติได้ก็รู้ว่าคนที่ชนนั้นคือ “คงพ่อของลิง” คนเก่าแก่ของโรงเรียน ทั้งสองจึงเล่าเรื่องที่เจอให้ลุงคงฟังทันที

หลังจากที่ได้ฟังเรื่องจากนักเรียนทั้งสอง ลุงคงถึงกับตกใจ พร้อมเตือนว่า “ทำไมถึงไม่รีบลงมาพร้อมกันเยอะๆ ที่นี่เฮี้ยนมาก ลุงยังไม่กล้าขึ้นไปเลย หลายปีก่อนเคยมีเด็กหายไปไม่มีแม้กระทั่งศพ” สองสาวได้ฟังถึงกับสั่นผวา ด้าน “นัด” ก็เล่าให้ฟังอีกว่า ตอนที่สะบัดมือ “ลิง” เพราะระหว่างวิ่งได้หันกลับไป เห็น “ลิง” ยืนอยู่ จึงสะบัดมือออกเพราะคิดว่าเป็นมือผี แต่พอเดินไปหา “ลิง” ร่างของลิงก็กลับเปลี่ยนเป็นผู้ชายเหมือนนักโทษมีโซตรวนคล้องขาอยู่ จากนั้นก็ไม่รู้เรื่องอีกเลย มารู้สึกตัวอีกทีถูกตบหน้า

นับแต่เหตุการณ์ในวันนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีใครได้พบเห็นสองสาวนักเรียนสังคมนั้นอีกเลย เพราะอาจจะลาออกไปเรียนที่อื่น แต่เรื่องนี้ก็ยังคงถูกบอกเล่าจากปากต่อปากสู่รุ่นน้องที่เข้ามาเรียนโรงเรียนแห่งนี้อยู่เรื่อยๆ..…

Read Post →

วิญญาณที่เช็นทรัลเวิลด์

วิญญาณที่เช็นทรัลเวิลด์ เฮี้ยน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

วิญญาณที่เช็นทรัลเวิลด์

วิญญาณที่เช็นทรัลเวิลด์ เฮี้ยน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

วิญญาณที่เช็นทรัลเวิลด์ / วันนี้ได้เวลาดีเข้า สำนักงานใหญ่ที่ The Office CTW ชั้น 24 สักทีหลังจาก ที่โดนคนเสื้อแดงยึด แยกราชประสงค์ ไปนานร่วมสองเดือนและก็มีเหตุการน่าเศร้าสลดใจมีการเผาห้างมีคนเสียชีวิต

ไปหลายคน จริงแล้ว..น้อง ๆ ที่ สนง.ใหญ่ ได้ย้ายเข้าไปตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาก็ไม่มีใครโทรมาบอกหรือเล่าให้ฟังว่า เจอกับอะไรบ้าง ข้าพเจ้าเองต้องเข้าประชุมบอร์ด ทุกๆ วันจันทร์ช่วง 10-11 โมงอยู่แล้ววันนี้ได้เข้าไประชุมตามปกติ ในขณะที่กำลังจะเลี้ยวเข้าทางเข้าประจำคือทางเข้า 1 ด้านฝั่งถนนพระราม 1 หน้ากรม ตร. วันนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนทางเข้าให้มาเข้าทางเข้าถนนพระราม 1 แต่เป็นเส้นที่ติดกับ
วัดปทุมวนาราม ขับลงที่จอดรถ B1 ซึ่งปกติก็หาที่จอดรถชั้นนี้ยากอยู่แล้วในโซนออฟฟิศนี้ วนลงไปชั้น B2 มองไปขวามือ รถจอดกันเต็มเลยขับไปอีกนิดหนึ่งเป็นทางแยกและมี รปภ. ยืนอยู่หลายคน จึงได้กดกระจกรถลงไป ตั้งใจจะถามว่า…สามารถจอดตรงไหนได้อีก ไม่อยากลงไปจอด B3 บรรยากาศเงียบวังเวงมาก ในขณะที่กดกระจกลง มีกลิ่นเหม็นคล้ายกลิ่นคนตายโชยเข้าจมูก อันนี้หลายคนคงคิดว่า ข้าพเจ้าอุปทานไป ไม่ใช่ค่ะเป็นกลิ่นเดียวกับที่ข้าพเจ้าเคยได้กลิ่นตอนคุณพ่อเสียไปเมื่อปลายปีที่แล้ว….ง่ะ..ชัด ๆ เลย อาการออกทาง สีหน้าชัด ๆ จะอาเจียน หน้าเสียซีดรปภ. ถามว่า..มีอะไรให้ช่วยครับ ?ข้าพเจ้าบอกว่า ไม่เป็นไร แล้วรีบปิดกระจกขึ้น ขับรถวนซ้ายหาที่จอดรถได้ไม่ไกลนัก ลงรถแล้วยังได้กลิ่นเหม็นเน่าติดจมูกขึ้นไปจนถึงออฟฟิศ พี่เจี๊ยบเห็นหน้าตาไม่ค่อยดี แกเลยเอายาดมมาให้ความลับเลยแตก….ทุกคนในออฟฟิศรู้หมดว่า..ข้าพเจ้ากลัวผี…!!!เล่ให้ทุกคนฟัง มีน้องแป๋ม ก็เข้ามาผสมโรงด้วยว่า ที่ B3 มีคนลือว่าชั้นจอดรถ B3 มีคนนอนตายเพราะสำลักควันอยู่ไม่น้อย นั่นยิ่งทำให้ต่อมความกลัวของข้าพเจ้ายิ่งทำงานหนักมากขึ้นหลังจากที่ประชุมเสร็จประมาณ บ่ายสามกว่า ๆ น่าจะได้เดินลงมาที่ชั้น B2 ที่จอดรถไว้ เดินมาถึงที่รถเงียบม๊าก……. ไม่มีใครเลย……วังเวง วิเหวงโหวง มาก ๆ กำลังจะเปิดประตูรถ จมูกตัวดีได้กลิ่นเหม็นแบบ
เดิมโชยมาอีกแล้ว…!!!ไม่พอ หูเจ้ากรรมได้ยินเสียง…หวีดโหยหวลดังมาตอนแรกนึกว่าเสียงลม ที่ไหนได้ นี่มันชั้นใต้ดินนี่หว่า…!!!! จะมีลมจากไหนพัดมาล่ะ…..แป๋วววววววววว……ความตาขาวในตัวแสดงออกมาชัดเจนรีบปิดประตูรถ ล๊อคประตูทันที นั่งทำใจแปปหนึ่ง ก่อนออกจากที่จอดรถได้ถ่ายรูปบรรยากาศมาให้ดู…ว่า CTW ที่เคยมีคนพลุกพล่านหนาตา ตอนนี้
เหลือแต่ความเงียบเหงา และวังเวงน่ากลัวให้เห็น…..…

Read Post →

ผีสาวในกระจก

ผีสาวในกระจก Bloody Mary เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

ผีสาวในกระจก

ผีสาวในกระจก Bloody Mary

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน เป็นตำนานของ ผีสาวในกระจก ซึ่งจะเผยตัวให้มองเห็นก็เมื่อมีคนเรียกชื่อ บางทีคุณจะบอกให้เห็นปลอดภัย แต่ก็แทบทุกครั้งที่เธอจะออกมาในสภาพโชกเลือด

วิธีเรียก บลัดดี้ แมรี่ให้ออกมา

เข้าไปในห้องน้ำ ปิดไฟแล้วดูเข้า
ไปในกระจก ห้องจำเป็นต้องมืดพอเพียงจนถึงกระจกกลาย
เป็นสีดำ และกล่าวว่า บลัดดี้ แมรี่ 13 ครั้ง, จะมีหญิงโชกเลือดโผล่มาในกระจก
แล้วรังควานผู้ที่เรียกเธออกมา

พูดว่า Hell Mary 7ครั้ง หน้ากระจกในห้องมืด จะเห็นภาพซาตานปรากฎขึ้นบนกระจก บางคนก็กล่าวว่าหลังจากพูด เฮล แมรี่ 3 ครั้ง กระจกจะกลายเป็นสีแดงแล้วจะเห็นหน้าคนลางๆเลือนๆ
เข้าไปในห้องที่’มืด’ และปิดไฟ จะดีมากถ้าเป็นห้องน้ำและมีกระจก ให้พูดเบาๆว่า “บลัดดี้ แมรี่” ไปเรื่อยๆ หลังจากนั้น เสียงมันจะดังขึ้น ดังขึ้นเอง จนกลายเป็นเสียงกรีดร้อง ระหว่างที่พูด ตัวเราจะหมุน
ให้เหลือบมองไปที่กระจก ในระหว่างพูดคำที่ 3,13 ,100 เธอจะปรากฎขึ้นมา

ผลหลังจากการเรียกผีแมรี่ให้ออกมา

หลัง จากที่วิญญาณปรากฎแล้ว บางที่ก็กล่าวว่าจะฆ่าคนเรียกให้ตาย ทำให้เป็นบ้า
ล้วงดวงตา ข่วนหน้าแตก บางที่กล่าวว่าเพียงพอออกมารวมทั้งจะพาคนเรียกเข้ากระจกไปอยู่ร่วมกันด้วย
แต่ถ้าเกิดคนไหนกันที่เห็นคุณปรากฎขึ้นมาในกระจกแต่ผิดทำร้ายเวลานี้ แล้วมีความรู้สึกว่าตัวเองโชคดีก็ขอให้รู้เรื่องกำลังเป็นผู้เคราะห์ร้ายอย่างสุดๆแล้ว เพราะเหตุว่านับจากวันนั้นเธอจะตามหลอกผู้เคราะห์ร้ายรายนั้นครั้งใดก็ตามส่องกระจกไปจนกว่าเขาหรือคุณคนนั้นจะตาย…

Read Post →

ความหลอนในห้องพัก

ความหลอนในห้องพัก ณ.อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

, , No Comment

ความหลอนในห้องพัก

ความหลอนในห้องพัก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ 

ความหลอนในห้องพัก เคยไปอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิช่วงหน้าหนาวไหมค่ะ ?

ตอนนั้นพวกเราไปกับเพื่อนฝูงผู้หญิงอีกหนึ่งคนโดยเจตนาจะไปสัมผัสอากาศหนาวตรงนั้นและถ่ายรูปประกอบทิวทัศน์ด้วย เนื่องจากว่าบรรยากาศตอนนั้นจะงามเป็นพิเศษ

เวลานั้นกว่าจะไปถึง ก็บ่ายสามโมงเข้าไปแล้วจ้ะ ภายหลังที่พวกเราเข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่ ก็เลยได้หอพักซึ่งลักษณะเป็นบ้านบนต้นไม้ข้างหลังเล็กๆเป็นห้องเล็กนิดหนึ่งเอง
ข้างหน้าห้องมีระเบียงเล็กๆเอาไว้พอให้ได้ดูวิว เรียกว่าบรรยากาศที่พวกเราไปในวันนั้นมัน เงียบสงบ ดีจริงๆไม่มีแขกจากห้องอื่นๆมานอนเลย จนถึงบางครั้งบางคราวก็อดที่จะวังเวงไม่ได้เหมือนกัน

ภายหลังที่พวกเรากับสหายต่างนั่งพูดคุยกัน พร้อมดูวิวกันไปครู่หนึ่ง..ช่วงเวลานั้นก็เริ่มจะเย็น ก็เลยตกลงใจเดินลงไปล็อคทางขึ้นกระท่อมข้างล่าง แล้วพากันเข้าห้องนอน
อธิบายสภาพภายในน่ะค่ะ เป็นห้องมีขนาดเล็กนอนได้ไม่เกินสองคน โดยเตียงเป็นลักษณะแบบเบาะที่ปูกับพื้น เว้นระยะห่างจากประตูห้องไม่เกินเมตรเท่านั้นเอง กล่าวได้ว่าเพียงแค่ยืดแขนนี่ก็แทบถึงแล้วหล่ะ
เวลานั้นเจ้าเพื่อนฝูงพวกเรามันไม่ยอมอาบน้ำ มันบอกว่าหนาวแถมฝนตอนนั้นยังตกพรำๆมาอีกตังถ้าหาก แต่พวกเราถ้าหากไม่อาบน้ำจะนอนไม่หลับก็เลยรีบเข้าไปอาบ
เพียงพออาบเสร็จก็มานั่งคุยกันเบาๆบนเตียงอีกครู่หนึ่ง
แล้วจู่ๆระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงราวกับมีคนเหยียบพื้นบันไดทางขึ้นกระต๊อบ ราวกับจะเดินขึ้นมา มันฟังชัดมากโดยที่เสียงก้าวเดินดังแบบตลอด ก่อนที่จะมาหยุดเอาตรงที่ประตูทางขึ้นกระท่อม..!!

ตอนนั้นเราจ้องหน้าเพื่อน ส่วนเพื่อนก็มองกลับมาในทำนองว่า ก็ได้ยินเหมือนๆกันน่ะ แต่ก็ไม่มีเสียงอะไรหลังจากนั้น ซึ่งจะออกไปดูก็ไม่กล้าเพราะเกิดเป็นคนร้ายหรือคนที่คิดไม่ดีเดินขึ้นมาพวกเราคงจะอันตรายแน่ๆ..

เอ..หรือว่าจะเป็นพวกเจ้าหน้าที่ ที่มาเดินดูตรวจความเรียบร้อยรึเปล่า แต่ทำไมมีแต่เสียงเดินขึ้น แต่กลับไม่มีเสียงเดินลง หรือเสียงอะไรอีกเลยหล่ะ
ช่างเถอะ..เช็คประตูหน้าต่างว่าล็อคให้เรียบร้อยแล้วก็คงพอ จากนั้นเราก็ตัดสินใจปิดไฟนอน โดยกะว่าวันรุ่งขึ้นจะตื่นเช้าๆเพื่อไปสูดอากาศและจะได้หาวิวสวยๆถ่ายรูปกันด้วย

ซึ่งตอนนั้นเรานอนด้านติดห้องน้ำ ส่วนเพื่อนนอนด้านขวามือเรา
พอเราหลับไปได้สักพัก ไม่ทราบว่านานเท่าไหร่..แล้วอยู่ๆเราก็เกิดรู้สึกตัวและลืมตาขึ้นมาเอง พอมองฝ่าความมืดไปที่หน้าห้องน้ำก็เห็นคล้ายมีเงาลางๆนั่งอยู่..!!
เท่าที่สังเกตเขาน่าจะเป็นผู้หญิงผมยาว รูปร่างสูงโปร่ง ใส่ชุดผ้ายืดนุ่มๆแต่ไม่รัดรูปน่ะ สีขาวแขนยาวรัดข้อมือ และกางเกงยืดพอดีตัว

ตอนนั้นมันงัวเงียไม่ได้คิดว่าเป็นผีหรอก คิดว่าเป็นเพื่อนเราที่คงจะลุกไปเข้าห้องน้ำมั๊ง เพราะสักพักก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำเข้าไป แถมมีเสียงเปิดก๊อกน้ำด้วย จึงหลับตากะจะนอนต่อ
แต่พอเราตะแครงตัวมาอีกฝั่ง ตรงที่เพื่อนมันนอน ปรากฎว่า เฮ้ย..!! เพื่อนเราก็ยังนอนอยู่กับที่นี่หว่า ไม่ได้ลุกไปเข้าห้องน้ำ เอ้า..แล้วใครหล่ะ..!!

พูดแล้วขนลุก ตอนแรกคิดว่าจะปลุกเพื่อนแต่มาทบทวนอีกทีว่าอย่าดีกว่า
ซึ่งที่มันหลอนเพราะระหว่างนั้นหูเราก็ยังได้ยินเหมือนเสียงคนใช้ห้องน้ำอยู่ ดังมาเป็นระยะ
ยอมรับว่าทั้งกลัวและทั้งสับสน อดคิดแบบเล่นๆไม่ได้ว่า นี่หรือเค้าจะออกจากห้องน้ำมาร่วมนอนกับเราด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้
เลยตัดสินใจรีบๆนอนไปดีกว่า พอถึงตอนเช้าแล้วค่อยว่ากัน จากนั้นสักพักก็หลับไปเลย..

พอตื่นเช้ามาจึงนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เราก็รีบถามเพื่อนเลยว่าเมื่อคืนนี้มันได้เจออะไรแบบเรารึเปล่า ปรากฏว่าเพื่อนบอกว่ามันก็ได้ยินเสียงเหมือนๆกับเราเช่นกันแต่มันไม่ได้เห็นเป็นตัวแบบเรา..!!
แต่มันกลับฝันถึงผู้หญิง ซึ่งจากที่เล่าผู้หญิงในฝันกับที่เราเจอนั้นลักษณะเดียวกันเลย
คือเพื่อนบอกว่าฝันเห็นเขามายืนอยู่ที่ปลายเตียง ด้วยสีหน้าแบบไม่ค่อยประสงค์ดีเท่าไร ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูวังเวง ภายในห้องที่ใหญ่และดูดีกว่าห้องที่เราอยู่..
โดยในฝันเพื่อนบอกว่าในห้องมีรูปหลวงปู่ครูบาอาจารย์ที่พวกเรานับถือติดอยู่ที่ผนังด้วย พอเพื่อนเห็นวิญญาณผู้หญิงคนนั้นตรงเข้ามาเหมือนจะทำร้าย เพื่อนเลยกระโดดคว้ารูปครูบาอาจารย์มาถือไว้ ผู้หญิงคนนั้นก็หายไป..!!

จากนั้นเราก็คุยกับเพื่อน โดยสันนิษฐานว่าที่เห็นเมื่อคืนเขาน่าจะเป็นวิญญาณของคนที่เคยตายในห้องนี้รึเปล่าน่ะ ถึงยังคงวนเวียนอยู่ และมาปรากฎให้รับรู้ในลักษณะที่น่ากลัวแบบนั้น
พอคิดดังนั้นพวกเราก็เลยรีบออกจากที่พักโดยด่วน ขับรถไปในเมืองแล้วรีบทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เขาไปเลยค่ะ

พอขากลับเข้ามาที่บ้านพักเพื่อมาเก็บของออก ก่อนกลับเรากับเพื่อนตัดสินใจว่าจะลองแวะไปถามเจ้าหน้าที่ดู ว่าบ้านหลังที่เราพักเมื่อคืนนี้เคยมีประวัติอะไรมาก่อนรึเปล่า..ถ้าเขาเล่าก็ดีแต่ถ้าเขาไม่บอกเราก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร

พอไปถามเจ้าหน้าที่เขาก็บอกว่าไม่มีอะไรน่ะค่ะ แต่เราสองคนก็ไม่ได้เล่าสิ่งที่เจอกันเมื่อคืนให้เขาฟังหรอก เขาบอกไม่มีก็ไม่มี หรืออาจจะกลัวว่าถ้าขืนเล่าให้พวกเราฟังไปแล้วจะทำให้บ้านพักเขาเสียชื่อรึเปล่าไม่รู้ อันนั้นเราก็ไม่ทราบเหมือนกันน่ะ

และนี่เป็นประสบการณ์ตรงครั้งแรก กับการพบเจอวิญญาณที่ถือว่าน่าจะชัดเจนที่สุดและ เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเจออะไรที่น่ากลัวแบบนี้มาก่อนเลย แถมเจอแบบทั้งคู่กับเพื่อนสองคนด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเราคงไม่ได้หลอนไปเองคนเดียวแน่นอน.…

Read Post →

ลวดผี

ลวดผี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , No Comment

ลวดผี

ลวดผี

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ลวดผี 

ขออนุญาติเล่าแทน ตามคำบอกของนายชั่งตอนยังไม่เจ็บป่วย…..ขอเริ่มเลยนะคะ ลวดผีมีที่มาเป็น ตอนสมัยนายช่าง วัยรุ่นนี้ ราว 10กว่าปีกลาย ในเวลานั้นยังวัยรุ่น มอไชขับบิดหูดับตับใหม้ เป็นเกือบทุกบ้านตอนนั้น

โนวาแดช กำลังมาแรงเลย ลูกผู้ชายบ้านใหนไม่มีถือว่าไม่เข้ากลุ่ม สาวไม่ชอบ นายช่างก็แบบเดียวกันบอกให้แม่ขายอ้อยที่ปลูก แล้วเอาเงินไปซื้อให้ นี่ละ กรรมเวร ที่มันจะตามทัน โดยข่มขู่แม่(ไม่ดีบาปมากอย่าทำตาม)ว่าจะไม่ไปเรียน….จนได้แม่ตามใจเพราะเหตุว่าคำว่าลูก…กระทั่งมาวันหนึ่ง รวมกลุ่มกัน มีนายช่าง 1 มีเพื่อนอีก2 เป็นรถ 3 คัน เตรียมตัวในการไปดูหมอลำ หมู่บ้านข้างๆ บ้านพวกเราห่าง จากที่มีหมอลำ ราว 15 กิโล ทางไปนี่ สมัยก่อน มีแต่ต้นไม้ มืดมาก คนรุ่นนั้นต่างจังหวัด อาจคิดภาพออก..สองริมถนนทึบน่าสยดสยอง..แต่ว่ากลุ่มพวกเราก็จะไป ด้วยเหตุว่าจะไป…เต้นหน้าฮ้าน…ในช่วงเวลานั้นกินมื้อเย็นเสร็จ นัดหมายกับสหาย แล้วก็แฟนเพื่อน มันขอไปด้วย นัดกัน ที่ศาลากลางบ้าน เวลา 2 ทุ่มตรง เพียงพอพวกเรามาเจอะกันเตรียม ออกรถเลย เป็น นายช่าง ขี่โนวาแดช ผู้เดียว เพื่อน นายช่างอีก เป็นไอ้ป้อง มีสาวนั่งซ้อนท้ายเป็น สาวเปรี้ยวบ้านเดียวกัน แต่รถไอ้ป้อง มันเป็นยี่ห้อ n.s.r โปรอาร์ม ช่วงนั้นคนมีตังจริงจริง จะได้เอามาชมเชย (มันรวย) สาวเปรี้ยวนั่งซ้อนท้าย เบาะหลัง หน้ารับลมเต็ม เต็ม เเละมีเพื่อนอีกคน และอีกคัน คือไอ้ต้อย เรา ออกรถไปก่อน ส่วนไอ้ป้อง และสาวเปรี้ยว ตามหลังสุด เรา4 คนมุ่งหน้าไปบ้านมีหมอลำ นี่คือจุดหมาย…พอขี่ได้ประมาณนึง เราเริ่มถ้าทายกันว่าใครจะถึงก่อน นั้นละจุดต้นเหตุ เราทำเเบบ เสือหมอบ นอนทาบลงรถ…แล้วขับแบบซุปเปอร์แมน วัยรุ่นคงนึกภาพออก แต่อีกคัน ไอ้ป้องหมอบมาเหมือนกัน แต่นั่งหมอบ สาวเปรี้ยว นั่งตัวตรง อย่างเดียวหน้าบานใส่ ลมเลย ใกล้ถึงนายช่างนี่ นำอยู่ หันไปมองไอ้ ต้อย ไอ้ ป้อง ปกติดี ขับ มาตามหลัง แต่สะดุดที่….สาวเปรี้ยวนั่งตัวตรงเหมือนเดิม…แต่ไม่มีหัว….ชิบหายแล้วนายช่างนี่ขยี้ตา แล้วหันไปดูอีกเผื่อตาลาย…แล้วตะโกนบอกให้ไอ้ป้อง หยุด แวะปั้ม ดูว่าตรงสว่าง จะเห็นสาวเปรี้ยวมีหัวเราะเปล่า ไอ้ป้อง ก็จอดแวะปั้ม ……. และด่าทอ นายช่างว่า กำลังบิดมันเลย มึงบอกให้กูหยุด ทำไม นายช่างและไอ้ต้อย ตะโกนพร้อมกัน และเด็กจะมาเติมน้ำมัน ต่างพูดเสียงเดียว ว่า ผีหัวขาด เด็กปั้ม วิ่งแตกกระเจิงไปคนละทาง นายช่างและไอ้ต้อย นี่กอดกันกรม แล้วชี้ให้ไอ้ป้อง หันไปดู สาวเปรี้ยวแฟนมัน มันนี้ร้อง กรี้ด ออกมายังกับตุ๊ดเลย แล้วมันรีบจะลงรถมาหาพวกนายช่างแต่แกะมือไม่ออก ยังกอดไอ้ป้องแน่น มาก มันกลัวจนสลบไปคารถมัน….เรางง ทำไมสาวเปรี้ยวไม่มีหัว แล้วทำไม ไอ้ป้องไม่รู้เรื่องว่าสาวเปรี้ยวหัวขาด …กระทั่งพวกนายช่างกับเพื่อน…ได้เรียกคนใกล้เคียง มาช่วยเหลือกันแกะไอ้ป้อง และก็สาวเปรี้ยว ออกจากกัน ส่งไอ้ป้องไปโรงบาล ส่วนสาวเปรี้ยว คอยให้ตำรวจมาชันสูจน์ศพมอง…ไม่ถึง30 นาทีตำรวจ บอกเราว่า โดนของมีคมตัด หัว ออกไป แล้วก็ตำรวจก็มาย้อนถามคำถามว่า ตอนขับมาเก็น ลวดขึงหรือ สังเกตุ มองเห็นอะไรกีดขวางใหม..พวกเราพูดว่าไม่…แต่ว่าผมเฉลียวใจว่า..ตอนพวกเราหมอบขับรถแน่เลยอาจมีคนเอาลวดมาขึงไว้ แต่มีคนเดียวที่ไม่หมอบ เป็นสาวเปรี้ยว ที่โดนคนเดียว เพราะเหตุว่านั่งเบาะหลังสูง…ชัว1000000% แน่ผมว่านะ..เนื่องจากว่าตำรวจว่าทางนี่เจอบ่อยมาก..วัยรุ่นมันถูกใจเอาขึงไว้เผื่อขโมยรถ คนที่ล้มตรงที่มันขึงลวด…..เรื่องนี้คิดว่าแค่เสียใจ และก็เป็นอุธาหรย์ สอนคนรุ่นใหม่ แต่ว่าหลัง จากประกอบพิธี ทางศาสนาเสร็จ ไม่เกิน 3 วัน ความสยองขวัญมันเกิดขึ้นนี่สิ…

Read Post →