คนเล่าเรื่องผี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

, , Leave a comment

คนเล่าเรื่องผี

คนเล่าเรื่องผี 

คนเล่าเรื่องผี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีเป็นความเชื่อส่วนตัวครับ หมายถึงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ และจะต้องอาศัยความสามารถที่แต่ละคนมีไม่เท่ากันเพื่อมองเห็น….. ซึ่งจริงๆ แล้วผีในความคิดของแต่ละคนทั้งที่เคยและไม่เคยเห็นก็จะมีลักษณะคล้ายๆ กันคือ มักจะน่ากลัว หรือหนักไปทางก่ออันตราย มากกว่าจะมาช่วยเหลือหรือให้ยืมเงิน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี….เพราะหลายต่อหลายคนก็คิดว่าการปรากฏตัวของผีจะให้โชคลาภ และหลายครั้งก็บังเอิญว่าใช่ซะด้วย เช่นการนำไปตีเป็นเลขเพื่อซื้อลอตเตอรี่

มาพูดถึงเรื่องการเล่าเรื่องผี …..เล่าเรื่องอะไรก็ไม่เร้าใจและดึงความสนใจคนได้เท่ากับเรื่องลึกลับ โดยเฉพาะเรื่องผี เชื่อว่าทุกคนคงเห็นด้วย…..คนไทยหากินกับเรื่องโชคลางและสิ่งเหนือธรรมชาติมานานแล้ว จัดเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างสังคมที่มีมาช้านาน …..ผมจะไม่พูดถึงว่าผีมีฟังค์ชั่นอะไรในระดับสังคม เพราะมันไม่เกี่ยวกับที่ผมจะพูดในบลอคนี้ ก็แค่จะเล่าเรื่องผีเท่านั้น

เวลาเราคุยกับเพื่อนๆ ตอนไปเที่ยว หรือเวลาที่อยู่กันเยอะๆ ก็ไม่มีเรื่องอะไรน่าสนใจเท่าเรื่องผี การมาแชร์ประสบการณ์กันก็ทำให้เพื่อนๆ ของเรานั่งกันได้นานขึ้น (เพราะไม่กล้าไปนอน) บางคนจะเล่าเพื่อให้สาวๆ กลัว จะได้จีบกันได้นานขึ้นอันนี้ก็ว่ากันไป…..เรื่องที่เล่านั้น บางคนก็เจอมาเอง บางคนก็ฟังเขามา….. จากประสบการณ์ส่วนตัวนั้นพบว่าเรื่องส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่มีคนตาย (ที่สื่อหรือรายการไทย ชอบมากในการไปสร้างความวุ่นวายในที่แบบนั้น) หรือไม่ก็ประมาณไปลบหลู่โดยไม่ตั้งใจแล้วก็เจอผี เป็นต้น….. วันนี้ผมก็มีเรื่องนึงที่ผมมีส่วนร่วมด้วย แต่ผมไม่ใช่เป็นคนเจอเอง…..ผมเล่าไม่ค่อยน่ากลัวหรอกนะครับ เรื่องผีเนี่ย เพราะเป็นคนที่เวลาพูดอะไรก็จะอดแสดงความคิดเห็นส่วนตัวแทรกไปไม่ได้ทุกที….. แต่ก็จะบอกไว้ก่อนว่าที่จะเล่าต่อไปนี้คือเรื่องผีนะครับ ถ้าไม่อยากอ่านก็ไปอ่านบลอคอื่นผมได้ 555 มีเยอะแยะให้อ่านครับ

ประมาณปี ค.ศ.1999 ผมยังเรียนปริญญาตรีอยู่เมืองไทย …..ก็เป็นคนที่มักจะไปค่ายพัฒนาชนบทอยู่เรื่อยๆ ปีนั้นก็เช่นกัน ผมกับเพื่อนๆ และพี่ๆ ก็ไปหมู่บ้านตำรวจตระเวนชายแดน ที่จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งนั้นถ้าจำไม่ผิดก็ไปสร้างบ่อปลาและซ่อมแซมอาคารเรียน รวมทั้งศึกษาชีวิตของชาวกะเหรี่ยงไทยในพื้นที่ด้วย

วันหนึ่งตอนหกโมงกว่า ผมกับเพื่อนหลังจากเสร็จงาน (เตะบอล 555) ก็มาอาบน้ำ …..ห้องอาบน้ำก็เป็นของโรงเรียน …เป็นเพิงห้องแถวเรียงยาวแล้วกั้นเป็นห้องๆ ตั้งอยู่ข้างอาคารเรียน ด้านหลังห้องน้ำก็เป็นทางน้ำไหลออกลงเนินไปซึ่งก็มีแต่หญ้าคา… ด้านหน้าก็มีม้าหินเล็กๆ ซึ่งผมก็เอาไว้วางเสื้อผ้า เพราะห้องน้ำมันไม่มีที่แขวน มีแต่อ่างกับขัน

ผมกับเพื่อนเข้าไปคนละห้อง (คงไม่มีใครเข้าห้องเดียวกัน) อาบน้ำไปก็ตะโกนคุยกัน ตอนนั้นก็โพล้เพล้จะมืด คนอื่นๆ ก็เตรียมอาหารกันอยู่ บางคนก็นั่งเล่นอยู่ในห้องนอน (นอนรวมในห้องเรียน) ห่างไป 50 เมตรได้…..ก็ตามประสาผู้ชาย ผมก็คุยกับเพื่อนเรื่องสาวๆ 555 ก็อาจจะพูดทะลึ่งทะเล้นบ้าง ซึ่งก็ปกติ จะให้คุยเรื่องภาวะเศรษฐกิจเอเซียก็คงไม่เหมาะ

อาบอยู่ 20 นาที น้ำมันเริ่มเย็นผมกับเพื่อนก็ออกมากลับไปที่ห้องเพื่อจะแต่งตัว ก็เอาเสื้อที่วางไว้กลับไปด้วย จะเปลี่ยนแถวนั้นมันก็มืดแล้วมองไม่ค่อยเห็น…..ระหว่างที่เดินกลับที่เดินสวนกับผมก็เป็นรุ่นพี่ผู้หญิง 2 คน มีบ่นด้วยว่าอาบน้ำอะไรกันเนิ่นนาน ผมก็หัวเราะแหะๆ แล้วเดินต่อ

กลับมาแต่งตัวได้ 5 นาที ผมก็ได้ยินเสียงคนกรี๊ดดังมากๆ จากห้องน้ำ ผมกับเพื่อนตกใจรีบวิ่งไปดูทันที รู้เลยว่าคนกร๊ดก็คือรุ่นพี่ผมแน่ๆ …..ไปถึงนี่พี่สองคนก็เข้าไปอยู่ในห้องน้ำห้องเดียวกัน ร้องไห้กันแล้วบอกแต่ว่าอย่าเปิดมานะๆ เพื่อนผมถามว่าเกิดอะไรขึ้นก็ไม่พูด ให้แต่งตัวเดินออกมาก็ไม่ยอมบอกว่า ไม่ออกๆ

แบบนี้ต้องเจองูแน่ๆ เพื่อนผมรวมทั้งผมก็รีบกลับไปเอาไฟฉายมาส่องรอบๆ ห้องรวมทั้งด้านหลังห้องน้ำ ถึงตอนนี้ก็มากันห้าหกคนแล้ว ดูอึกทึก พี่สองคนเลยเปิดประตูออกมาหน้าซีดเเลย ยังร้องไห้อยู่แล้วเดินก้มหน้ากลับห้องโดยมีรุ่นพี่ที่เป็นเพื่อนเขาพากลับไป

ส่องหาอยู่นาน งูมันคงไปแล้วก็เลยเดินกลับไปดูพี่เขา…..พอตั้งสติได้พี่ๆ เขาเล่าว่า………. เขาอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำโดยที่พี่อีกคนนั่งเฝ้าของอยู่หน้าห้องน้ำ…..พี่คนที่อยู่หน้าห้องน้ำบอกว่าเศษกิ่งไม้บนหลังคาห้องน้ำมันดังแกรกๆ เลยมองขึ้นไปดู พี่เขาบอกว่ามองเห็นผู้หญิงกลางคนใส่ชุดกระเหรี่ยงสีขาวๆ ยืนเขย่งเท้าอยู่บนหลังคาห้องน้ำ เขาไม่เห็นหน้าเพราะผมยาวมาก แต่ตัวเปียกทั้งตัวและผิวซีดสุดๆ ที่สำคัญเขามองมาทางรุ่นพี่ผมด้วย……….เท่านั้นแหละ พี่ที่อยู่หน้าห้องน้ำก็กรี๊ดเลย พี่ในห้องน้ำตกใจเปิดประตูออกมา พี่คนนั้นก็วิ่งเข้าไปห้องน้ำแล้วปิดประตูทันที…..ก็เป็นเวลาที่พวกผมวิ่งไปถึงพอดี

ตกลงไม่ใช่งู จากที่เล่าก็คงจะเป็นผี จะเรียกตามที่ลุงผู้ใหญ้บ้านเรียกก็คือ วิญญาณชาวกะเหรี่ยงที่มีอยู่มากมายในบริเวณหมู่บ้าน…..คำว่ามากมายนี่ไม่รู้ลุงเขาจะเน้นทำไม มันทำให้บรรยากาศมันน่ากลัวเข้าไปอีก…..คืนนั้นก็พากันไปไหว้ศาลของหมู่บ้าน และบอกกล่าวให้สิ่งใดๆ ที่อยู่ที่นั่นทราบว่าพวกผมมาพัฒนาหมู่บ้าน ไม่ได้มีเจตนาบุกรุกหรือทำอะไรให้เสื่อมเสีย

ย้อนไปถึงก่อนพี่เขาจะเจอผี…..หรือว่าที่ผมคุยกับเพื่อนตอนอาบน้ำมันดูแลไม่เคารพสถานที่เกินไปหรือเปล่า เขาจึงออกมาให้เห็น จริงๆ เรื่องพวกนี้มันก็ผูกกันได้อย่างพอมีเหตุผล….. ผี อาจจะไม่ได้เห็นกันได้ทุกคน แต่ที่เป็นกันทุกคนในคืนนั้นคือความกลัว จากเดิมที่ร้องเพลงเล่นกีตาร์กันอย่างสนุกสนาน ก็เข้านอนกันอย่างเร็ว (นอนเปิดไฟด้วย 555) พี่ผู้หญิงเขาให้พวกผมนั่งเฝ้าหน้าห้อง ในฐานะที่อาจจะเป้นสาเหตุให้เกิดเรื่อง…..พูดตรงๆว่า คืนวันนั้นมันก็ปกตินั่นแหละ แต่เป็นพวกเราเองที่มองว่าทำไมหมอกมันลงหนาจัง เสียงอะไรตรงนั้นฟระ เฮ้ยแกเห็นอะไรแว้บๆ มั๊ย คือระแวงไปหมด

หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นอะไรอีก พวกผมก็ระวังทั้งคำพดและการกระทำมากขึ้น…..คือบางทีไม่จำเป็นต้องเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่เรื่องภูติผีวิญญาณมันก็สร้างความรู้สึกในเชิงจิตวิทยาให้กับทุกคน หรือในระดับชุมชนมันก็ทำให้ชุมชนนั้นเป็นไปอย่างที่มันเคยเป็น ความเชื่อของชาวบ้านก็ทำให้พิธีกรรมบางอย่างและลักษณะการใช้ชีวิตของพวกเขาไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสเทคโนโลยี …..ผมถือว่าเป็นข้อดีเพราะเอกลักษณ์ของชุมชนมันจะเหนียวแน่น และทำให้เทคโนโลยีเข้ามารบกวนได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น (คล้ายๆ เรื่องศาสนาที่ครอบคลุมจิตใจคนไม่ว่าจะจบด็อกเตอร์หรือ ป.4 ก็ตาม)

ที่พูดมาทั้งหมดก็เป็นเรื่องผี ที่รุ่นพี่ผมเจอ และผมมีส่วนร่วม….. เรื่องอื่นๆ ก็พอมีแต่คิดว่าเป็นคนเล่าเรื่องพวกนี้ไม่เก่ง ก็ลองแปะไว้ให้อ่านเท่านี้ก่อนแล้วกันครับ

 

Leave a Reply