Recent Posts

โอคิคุ ตุ๊กตาผีผม

โอคิคุ ตุ๊กตาผีผม เปิดตำนานแห่งฮอกไกโด ที่เก่าแก่เรื่องเราที่ชวนขนลุกที่ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลก สล็อต888คาสิโนออนไลน์

, , No Comment

โอคิคุ ตุ๊กตาผีผม  เป็นเรื่องเล่าขานในตำนานที่จะมีผมยาวออกมาเรื่อยๆ

คนไหนถูกใจตุ๊กตาเด็กผู้หญิงสวย ผมยาวสลวยน่าจะถูกใจโอคิคุแน่นอนตุ๊กตาตัวนี้อยู่ที่วัดมันเนน หมู่บ้านคุริซาว่า สล็อต888คาสิโนออนไลน์ จังหวัดฮอกไกโด ก่อนหน้านี้เจ้าของตุ๊กตาชื่อว่า “โอคิคุ ตุ๊กตาผีผม” เธอรักตุ๊กตาตัวนี้มากมาย หลังจากเธอล้มป่วยและก็เสียชีวิตลงในปีไทโชที่ 8 ด้วยวัย 3 ขวบแค่นั้น สล็อต888คาสิโนออนไลน์ พ่อแม่ของเธอนำตุ๊กตาตัวนี้ไปไว้กับป้ายวิญญาณเพื่อเป็นเพื่อนเล่น แต่ว่าสิ่งที่ประหลาดเป็นตุ๊กตากลับมีผมยาวออกมาเรื่อยซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีการพิสูจน์อะไรต่อเพราะว่ายาวขึ้นมาได้เพราะอะไร

โอคิคุ ตุ๊กตาผีผม

Read Post →

ฮานาโกะซัง

ฮานาโกะซัง ในห้องน้ำ เรื่องราวของเด็กหญิงสาว ป.1 ที่ได้เสียชีวิตในห้องน้ำที่โรงเรียน เป็นตำนานที่เล่าต่อกันมา ฝาก100ได้200

, , No Comment

เรื่องราว ฮานาโกะซัง ซึ่งเป็นตำนานที่ได้มีการเล่าต่อๆกันมามากที่สุด แอบอยู่ในห้องน้ำโรงเรียนและโผล่มาหลอกให้คนตกใจ

เป็นเรื่องผีที่ติดอันดับ1 มาตลอด และเด็กไทยเองก็รู้ๆกันดีอยู่แล้ว สำหรับผี ฮานาโกะซัง ที่สิงอยู่ภายในห้องน้ำ ได้เล่าต่อๆกันว่า ถ้าหากว่าเคาะประตูห้องน้ำที่ชั้นสาม เคาะสามครั้งแล้วถามคำถามว่า บา ค่า ร่า 1688 เครดิตฟรี 

“ฮานาโกะซังอยู่ไหม” ถ้ามีเสียงตอบว่า “ไฮ่” ประตูก็จะเปิดออก แล้วก็มีเด็กหญิงใส่กระโปรงสีแดงลากตัวเราไป สถานที่จะสามารถพบเห็นได้ต้องเป็นห้องน้ำเด็กหญิงเวลาหลังเลิกเรียน

ฮานาโกะนั้นเป็นเรื่องผีที่อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีรายละเอียดที่มีความต่างกันในในแต่ละสถานที่การศึกษาด้วย คงจะเพื่ออัพเดทให้มีความน่าสยองกับที่ตรงนั้นนั่นเอง ส่วนที่มาที่ไปของฮานาโกะนั้น เชื่อกันว่าคุณเป็นเด็กที่เสียชีวิตในตอนสงครามโลก คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง ไม่ต้องฝาก ในขณะที่มีเรือบินมาทิ้งระเบิด คุณได้หนีเข้าไปหลบในห้องน้ำ ผลก็คือเปลวไฟจากระเบิดครอกตายทั้งเป็น นั่นก็เลยทำให้วิญญาณของเธอจะต้องคอยเร่ร่อนไปๆมาๆในห้องน้ำฮานาโกะซัง ในห้องน้ำ…

Read Post →

เรื่องสยอง กลางดึกคืนหนึ่ง ที่จอดรถโรงพยาบาลย่านพิษณุโลก

, , No Comment

สยอง ย่านพิษณุโลก

สยอง ย่านพิษณุโลก เรื่องที่เรานั้นได้เจอเองที่ ร.พ.แห่งหนึ่งในพิษณุโลกค่ะ ลานจอดรถของร.พ.ทางด้านหลังจะวนๆขึ้นไป

เหมือนที่จอดในห้าง วันนั้นไปเยี่ยมเพื่อนที่ร.พ. ที่จอดด้านหน้าร.พ.จอดได้ไม่กี่คัน เหมือนเค้าบังคับให้จอดด้านหลังหมดตอนไปเป็น

ช่วงเย็นยังสว่างอยู่ วนขึ้นไปจอดชั้นบนเพราะชั้นล่างๆเต็มหมด ได้ที่จอดตรงกลางๆของชั้นทางลงที่จอดรถมีบันไดเล็กๆตรงกลาง

แล้วก็มีลิฟท์อยู่ทางขวาสุดด้านล่างมียามนั่งอยู่ แล้วก็เป็นโซนมอเตอร์ไซค์ค่ะเรานั่งอยู่กับเพื่อนในห้องนาน เหมือนอยู่เป็นเพื่อนเค้า

เพราะเค้าไม่มีใครมาเฝ้าก็เลยกลับมืดหน่อย ตอนที่กลับไม่ดึกเท่าไหร่ ประมาณ 5 ทุ่มเกือบๆเที่ยงคืนเราเดินไปที่จอดรถด้านหลังแล้ว

แอบเหวอนิดหน่อย เพราะไฟที่จอดรถเปิดแค่ชั้น 1 กับ 2 ด้านบนมืดสนิท ไม่เปิดไฟเลย แล้วยามก็ไม่ได้นั่งอยู่ด้านล่างเหมือนเดิมที่

สำคัญคือเจือกจำไม่ได้ว่าจอดรถไว้ชั้นไหน แล้วรถเราไม่มีปุ่มไฟไซเรนเพื่อเรียกรถด้วย ใจคิดว่าขึ้นลิฟท์ดีกว่า เพราะบันไดตรงกลาง

ขึ้นไปก็ไม่มีไฟ มองอะไรไม่เห็นอยู่ดี เอาเป็นว่าขึ้นลิฟท์ไปแล้วพอเปิดประตูลิฟท์มา ก็อาศัยไฟจากลิฟท์นั่นแหล่ะ มองหารถตัวเองเอา

ลิฟท์อยู่ทางขวา รถอยู่กลางๆน่าจะพอมองเห็น รถเราสีเทาเข้มค่ะเราเริ่มจากชั้น 3 เพราะชั้นสองไม่จอดไว้แน่ๆ พอลิฟท์เปิดมา ค่อยๆ

ชะโงกหน้าออกไปด้วยใจระทึก มืดมากกกกกกกกกกกกกก มองไม่เห็นหอยโข่งอัลไลเลยยยยยยย ไฟที่ลิฟท์สาดถึงคือ 1 ช่วงบล็อค

จอดรถค่ะ เห็นรถสองคันแรก และที่เหลือมืดสนิทสรุปคือต้องใช้วิธีเปิดลิฟท์ค้างไว้เพื่อเดินหารถอีกทีค่ะ แต่ใจก็คิดว่าไม่น่าใช่ชั้น 3แห

ล่ะ เพราะตอนขับจำได้ว่าวนๆเยอะอยู่นะ สติไม่มีเลยตอนขับ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ทีนี้เข้าลิฟท์ไป ตั้งใจเริ่มใหม่ที่ชั้น 4 พอถึง กว่า

ลิฟท์จะเปิดนี่ช้ามากกกกกกก ทั้งๆที่เมื่อกี้ปกติค่ะ เราก้าวขาออกไป ยังไม่ทันกดปุ่มที่ทำให้ลิฟท์ค้างไว้หรืออะไร คือลองโผล่ไปก่อน

หยั่งเชิงแบบระแวงๆพอเราก้าวขาออกไป มือเรายังคาอยู่ที่ลิฟท์นะคะ คือกดค้างไว้ไม่ให้ปิด ภาพที่ลิฟท์ส่องให้เห็นในระยะที่บอกไปคือ

มีเงาคนกลุ่มหนึ่งวิ่งกรูกันเข้ามาหาเราค่ะ ช่วงเข้ามาใกล้ๆเห็นใบหน้าชัดค่ะ ตาเค้าเป็นสีแดงก่ำ หน้าตาถทึงเหมือนโกรธแค้นมากใน

สัญชาตญาณรู้เลยว่านี่ไม่ใช่คน กรูมาหาเร็วๆแล้วพอจะถึงตัวเราก็หายวับไป ขาเขอสั่นก้าวไม่ออกจะกลับเข้าลิฟท์ก็ไม่ได้ จะวิ่งไปข้าง

หน้าก็ไม่ไหว ร้องกรี๊ดอะไรก็ไม่มีค่ะ ได้แต่หลับตาปี๋ พอสติกลับมาอีกทีคือรีบเข้าลิฟท์แล้วกดลงรัวๆ เปิดมาอีกทีชั้นล่าง แต่กว่าจะถึง

เหมือนจะขาดใจ สรุปคืนนั้นนอนค้างที่ร.พ.กับเพื่อน เพื่อนถามอะไรก็ไม่ตอบค่ะ เช้ามาให้พ่อมาเอารถให้ ไม่กล้าแม้แต่จะไปอีกแล้วใน

ตอนกลางวัน ทุกวันนี้ชั้นบนของลานจอดรถร.พ.นั้นก็ยังไม่เปิดไฟนะคะ ไม่รู้จะประหยัดหาพระแสงของ้าวอะไรกัน…

Read Post →

เตียงผีวิญญานสยอง

เตียงคนตายอาถรรพ์ วิญญานสยอง

, , No Comment

เตียงผีวิญญานสยอง

เตียงผีวิญญานสยอง เป็นเรื่องเล่าของ เพื่อนชื่อนิกโดยเล่าว่าสมัยก่อนนั้นบ้านเขาค่อนข้างจะยากจนอยู่บ้านเก่าๆมุงด้วยจาก ในซอยนั้นเหมือนสลัม ส่วนตัวเขาอยากได้เตียงนอนสักอันเพราะเขานอนกับพื้นมาตลอดทำให้เขาปวดหลังในเวลานอนกลางคืน เขานั้นทำอาชีพก่อสร้างไม่ค่อยมีเงินมากนักต้องคอยเลี้ยงพ่อแม่ที่แก่แล้วเหตุการณได้เกิดขึ้นต่อจากนี้

รุ่งเช้าก็มีป้าข้างบ้านได้มาหานิกในวันหยุดแล้วพูดว่า นิกอยากได้เตียงนอนไหมพอดีมีคนให้มาแต่ป้ามีแล้วเอาไปใช้สิ จากนั้นเขาก็รีบตอบรับไปอย่างไว “ผมเอาครับกำลังอยากได้อยู่พอดี” แล้ววันนั้นเขาได้เตียงนอนอันเป็นปริศนาโดยไม่ทราบที่มาที่ไปว่ามาจากไหน เขารู้สึกปลาบปลื้มกับที่นอนอันแรกของเขาอย่างมาก

ในช่วงกลางคืนตอนที่เขานอนนั้นได้มีเสียงประหลาดอยู่รอบเตียงเหมือนมีใครเดินอยู่รอบทำให้เรานั้นนอนหลับๆตื่นๆอยู่เรื่อยมา และเหมือนมีคนคอยดึงขา ตอนนั้นเขายังไม่ได้คิดอะไรมากนัก แต่พอมาอยู่คืนหนึ่งตอนนอนเวลา ตี1-2 เขารู้สึกไม่สบายตัวอย่างมาก เหมือนมีอะไรมากดทับที่ตัว และมีกลิ่นเหมือนอะไรเน่าเหม็นมากนิกเลยค่อยๆลืมตาขึ้นมาทันใดเขาได้เห็นผู้ชายตัวผิวสีดำหน้าตาเลอะนั่งกดตัวเขาจะร้องให้คนช่วยไม่มีคนได้ยินซึ่งผู้ชายผิวดำได้เอาหน้าเขามาหาเขาอย่างช้าตัวเขาเกร็งไปหมดจึงได้หลับตา และสวดมนต์อยู่พักใหญ่จนผีตัวนั้นหายไปทำให้คืนนั้นเขานอนไม่หลับหวาดระแวงตอลดจนเช้า พอเช้าเขาได้ถามป้าที่เอาเตียงมาให้ว่าเตียงนั้นของใครป่าได้ตอบว่าของญาติที่เสียไปแล้วนิกไม่ได้เล่าเรื่องเมื่อคืนให้ป้าฟังแล้วคืนเตียงให้เขาไปจนบัดนี้ไม่รู้ว่าเตียงนั้นตกอยู่กับใคร…

Read Post →

ปอบรอบกองไฟ

เรื่องเล่าจาก คุณ เทวะดำ ปอบรอบกองไฟ

, , No Comment

ปอบรอบกองไฟ

ปอบรอบกองไฟ คุณ เทวะดำ เล่าว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ สาม ปีที่แล้วครับ ผมเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน มักจะมีการประท้วงโบนัสเกือบทุกปี แต่ในด้านดีๆ คือจะมีการออกค่ายอาสาอยู่เป็นประจำ ในส่วนของการประท้วง ผมไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับเขาสักเท่าไหร่ สู้เอาเวลาตรงนั้นมานั่งแช่งเมียที่ห้องดีกว่าอีก แต่ถ้าเป็นการออกค่ายอาสา ผมจะไปทุกปี เพราะผมก็เป็นคนหน้าตาดี นิสัยดี จิตใจดี ชอบทำความดี.. ตอนนั้นใกล้ถึงวันออกค่าย ผมก็จึงไปตัดผมใหม่เพื่อให้ตัวเองดูสะอาดเรียบร้อย พอกลับมาถึงห้องเมียผมก็ยังชมผมเลยว่า ‘ตัดผมแล้วหล่อเหมือนซีอุยเลย’ แล้วพอถึงวันเข้าค่าย ผมกับเมียก็จะต้องนั่งรถไปกับ พี่เก่ง ตอนแรกว่าจะเอารถผมไปเอง แต่ว่าไม่น่าจะเสี่ยง ก็เพราะแค่แมลงบินชนกระจกเครื่องแม่งก็ดับแล้ว เราก็ออกเดินทางกันตอนเที่ยงคืน กะว่าจะไปถึงนั่นเช้าพอดี แต่ผมก็กลัวว่าถ้าให้พี่เก่งขับ เราจะไปถึงเช้าของอีกวันหนึ่งแทน เพราะแกขับรถเร็วกว่ายายปั่นจักรยานนิดเดียว ผมจึงต้องขับเองครับ พอไปถึงก็เช้าพอดี พวกพี่ๆ ที่ไปถึงก่อนเห็นผมมาเดินเข้ามาทักผม ‘มาแล้วหรอ ณเดช?’ ผมตอบไปว่า ‘ทักผิดคนแล้วพี่ ผมมาริโอ้ต่างหาก..’ แล้วเราบำเพ็ญประโยชน์กันทั้งวัน จนถึงตอนเย็น จะมีการทำกิจกรรมรอบกองไฟกัน ผมจึงพาเมียผมเดินโชว์หนังหน้าสักหน่อย จนไปเจอพี่เก่งกับพี่ออมเมียแก ผมจึงเบรคตีนเพื่อคุยกับแก แล้วแกก็ชวนผมกับเมียไปเที่ยวทะเลด้วย แกบอกว่า ลองนึกภาพดูว่า ถ้าให้บรรดาเมียๆ ใส่ชุดว่ายน้ำเล่นบอลชายหาดมันจะซี๊ดขนาดไหน ผมเอานิ้วชี้จกปากตัวเอง ทำตามองบนแล้วนึกภาพตาม ภาพที่แล่นเข้ามาในหัวถึงกับทำให้ผมอุทานออกมา ‘เชี่ย! ฝูงปลาพะยูนเล่นบอลชายหาด’ ผมจึงปฏิเสธแกไปแล้วเดินออกมา

จนถึงเวลาหนึ่งทุ่มความสยองเริ่มก่อตัว กิจกรรมรอบกองไฟนั่นคือการจับกลุ่มเล่าเรื่องผี โดยตัดสินจากผลโหวต ใครเล่าได้น่ากลัวที่สุด จะได้รับรางวัลจากท่านประธานเป็นเงิน 300 บาท โดยกลุ่มผมส่ง พี่ก็อต ออกไปเล่า ก่อนจะเล่าแกขึ้นต้นว่า ‘กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..’ พร้อมกับเอามือขยับแว่นตานิดหนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มอย่างโรคจิตแล้วเล่าต่อว่า..

เมื่อสมัยผมเด็กๆ ช่วงที่ไปเข้าค่ายพักแรม รู้สึกว่าจะเป็นตอน ป.5 โดยครั้งนั้นก็ได้ไปพักแรมในป่าซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านเกือบ 5 กิโลเมตร.. ‘ตอนเข้าค่ายพักแรมคุณนึกถึงอะไรกัน?’ พี่ก็อตแกตั้งคำถามพร้อมเว้นระยะให้คนฟังคิดตาม ผมก็ลองนึกภาพตาม ถ้าไม่ขโมยกินต้มไก่ของกลุ่มอื่น ก็เเอบดูผู้หญิงอาบน้ำแค่นั้นล่ะครับ ผมก็นึกตามแล้วยิ้มอย่างมีความสุข.. พี่ก็อตเล่าต่อว่า ตอนนั้นอยู่ๆ เพื่อนของผมคนหนึ่งก็มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง จนลงไปนอนดิ้น นอนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดทรมาน หลังจากเข้าป่าไปหาฟืนมาก่อไฟ ซึ่งในตอนนั้นยังเป็นช่วงกลางวันอยู่ พวกครูจึงพาเพื่อนคนนั้นมาที่เต๊นท์พักของครูเพื่อปฐมพยาบาล แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงเตรียมตัวจะส่งไปโรงพยาบาล แต่จู่ๆ เพื่อนคนนั้นลุกขึ้นมานั่ง พร้อมบอกว่า ‘กูไม่ไป กูจะอยู่ที่นี่ กูหิว กูจะกินมัน แค่คนเดียวแล้วกูจะไป..’ เล่าถึงตรงนี้พี่ก็อตแกเล่นตะเบ็งเสียงซะแรง พร้อมกับทำตาเหลือกเหมือนกับคนไทยเจอไซส์ฝรั่ง เล่นเอาผมต้องขมิบรูตรูดตามด้วยความตกใจ แกก็เล่าต่อว่า เมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงให้คนไปตามหมอธรรมในหมู่บ้านออกมาดู ประมาณว่าเป็นหมอด้านไสยศาสตร์น่ะครับ ซึ่งระหว่างรอ พวกครูก็ได้พยายามเจรจา ถามว่าเป็นใครมาจากไหน? มาทำเด็กทำไม? แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับอะไรเลย พูดแค่ว่า ‘กูหิวๆ’

สักพักเพื่อนผมมีอาการชัก ตาเหลือก แล้วอ้วกออกมาปนเลือด หมอธรรมที่มาถึงพอดี แกรีบท่องคาถาแล้วเป่าน้ำมนต์ใส่ แต่ยังไม่หาย แกจึงหยิบเหมือนว่านอะไรสักอย่างออกมาจากย่าม แล้วแปะตรงหน้าผาก เพื่อนผมคนนั้นก็ร้องโหยหวนทันที พร้อมกับหมดแรงนั่งลง แต่ยังลืมตาอยู่ แล้วพี่ก็อตถามคนฟังต่อว่า ‘เชื่อเรื่องผีปอบไหม?’ สาบานกับหลอดไฟเลยครับ ผมเชื่อแน่นอน! เพราะผมเคยเห็นมาแล้ว ไม่ว่าจะยัดจะแดกอะไรลงไปในท้อง แม่งหายหมด แป๊บเดียวเท่านั้นเอง ไม่นานบ่นหิวอีก ถ้าไม่ใช่ปอบ ต้องเป็นปลิงควายแน่นอนที่อยู่ในท้องเมียผม.. พี่ก็อตเล่าต่อทันทีว่า เพื่อนของผมถึงแม้จะไม่อาละวาดโวยวายแล้ว แต่ยังนั่งตาขวาง นั่งพูดนั่งบ่นอยู่คนเดียว สุดท้ายจึงต้องพาไปวัดเพื่อหาหลวงพ่อ พอไปถึงหลวงพ่อก็พูดออกมาว่า ‘ไม่ทันแล้วล่ะ ถึงแม้จะไล่มันออกไปได้ แต่เด็กคงไม่รอดแล้ว เพราะข้างในถูกกินจนหมดแล้ว..’ ได้ฟังแบบนั้น พ่อแม่เด็กถึงกับร้องโฮ ขอร้องให้หลวงพ่อช่วยไล่ผีปอบออกไป ด้วยความหวังอันริบหรี่ สุดท้ายหลวงพ่อทำพิธีร่วมกับพระอีกรูปหนึ่ง ที่แกเรียนวิชาอาคมมาจากเขมร ทำพิธีกันอยู่นาน สุดท้ายผีปอบยอมออกไป แต่สายเกินแก้ครับ เพื่อนผมมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง สาม ชั่วโมงก็สิ้นใจ เพราะข้างในโดนกินจนเละหมดแล้ว..

เรื่องเหมือนจะจบแค่นั้นแต่ยังไม่จบ.. หลังจากนั้นไม่นาน หมู่บ้านผมก็เริ่มมีคนตายติดต่อกันบ่อยๆ จนคนเริ่มผวา เลยตกลงกันว่าจะทำพิธีไล่ปอบ แต่ต้องหาคนที่เป็น หรือจุดที่เป็น จึงได้เริ่มต้นจากจุดแรกที่เพื่อนผมไปเข้าค่ายพักแรมในป่า จนไปพบห่อผ้าเก่าๆ มีบางอย่างเหมือนคำหมาก หรือว่านอะไรสักอย่างที่อยู่ในกอไผ่ คาดว่าเพื่อนผมน่าจะมาหาฟืนไปก่อไฟ แล้วมาเจอห่อผ้านี้เลยแกะออกดู เพราะแถวนั้นเป็นชายแดนติดกับเขมร จึงไม่ต้องสืบเลยว่าจะเป็นอะไรไปได้ พอพี่ก็อตแกเล่าจบ แกเป่าปากเหมือนรอดตัวตอนโกหกเมียได้ พอถึงตอนจะแยกย้ายกันเข้านอน ผมและคนอื่นๆ ลุกขึ้นยืน แต่พี่ก็อตแกลุกขึ้นทีหลัง สักพักแกโวยวายขึ้น ผมเลยถามแกว่าเป็นอะไร? แกบอก ‘ใครไม่รู้แม่งเหยียบถุงน้ำจิ้มกระเด็นใส่พี่’ ผมเลยชี้บอกแกว่า ‘ตรงข้างหลังก็โดน’ จังหวะที่แกหันหลังไปเช็ด ผมเอาตีนเขี่ยถุงน้ำจิ้มออกไปไกลๆ ตีนผม พร้อมกับทำตัวเป็นคนดีด้วยการยื่นผ้าเช็ดหน้าให้แกเช็ด.. สรุปแล้วพี่ก็อตแกได้รางวัล สามร้อยบาท จากท่านประธาน เพราะท่านประธานบอกว่าหน้าแกโรคจิตดีครับ หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้นพวกเราแยกย้ายกันกลับในที่สุด…

Read Post →

สะพานแห่งความตาย

สะพานแห่งความตาย Pont des Suicides

, , No Comment

สะพานแห่งความตาย

สะพานแห่งความตาย สะพานแห่งนี้ในปัจจุบันอาจดูเหมือนสะพานทั่วไป แต่ทว่าในอดีตมีคนมาฆ่าตัวตายที่นี่เป็นจำนวนมาก ชาวปารีสจึงได้เรียกสะพานนี้ว่า “สะพานปลิดชีวิต” และมีคนจำนวนไม่น้อยที่ได้มากระโดดสะพานสูง 22 เมตรแห่งนี้เพื่อฆ่าตัวตาย หากคุณมาเดินเที่ยวตอนกลางวันก็คงจะเห็นคนมานั่งพักผ่อนหย่อนใจในสวนสวย แต่ถ้าหากคุณมาตอนกลางคืนก็อาจจะเห็นอะไรที่แปลกๆ หลอนก็เป็นไปได้

สะพานแห่งความตาย

Read Post →

เสียงกระซิบที่สุสานใต้ดินแห่งกรุงปารีส (LES CATACOMBES)

, , No Comment

Catacombes สุสานใต้ดินแห่งกรุงปารีส

เพื่อนๆ หลายคนก็คงอาจจะคุ้นชื่อของ Catacombes หรือเรียกอีกอย่างว่าสุสานใต้ดินของปารีสมาบ้าง เพื่อนๆลองนึกภาพทางเดินใต้ดินที่มีโครงกระดูกก่อกันจนกลายเป็นกำแพงตลอดแนว คงจะน่าขนลุกอยู่พอควร

แต่ความหลอน ไม่ได้อยู่แค่บรรยากาศของสถานที่เท่านั้น ในทุกๆ วันที่ 3 พฤศจิกายนของทุกปีก็จะมีผีตนนึงถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา ในปี 1793 ฟิลลิแฮร์ แอสแปร์ ได้ลงไปที่สุสานแห่งนี้ และ ไม่เคยได้กลับออกมาอีกเลย

ซึ่งเวลาผ่านไป 11 ปีถึงมีคนมาพบโครงกระดูกของเขา นับตั้งแต่นั้นมาเขาก็ก็หลอกหลอนผู้คนที่เข้ามาในสุสานแห่งนี้ ไม่ว่าจะแกล้งเป่าเทียนให้ดับ หรือ เสียงกระซิบข้างหู…

Read Post →

ตำนานสุดหลอน ลานประหารชีวิตเชลยพม่า วัดสุวรรณาราม บางกอกน้อย

, , No Comment

ลานประหารชีวิต เชลยพม่า

ลานประหารชีวิต เชลยพม่า วัดสุวรรณาราม เดิมเรียกว่าวัดทอง สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยกรุงธนบุรี คือสถานที่ที่พระเจ้าตากสิน ทรงมีพระราชดำรัส ให้นำเฉลยศึกพม่าจากค่ายบางแก้ว ไปประหารชีวิต ที่วัดสุวรรณาราม ริมคลองบางกอกน้อย ก็มีเรื่องผีๆอยู่มากเช่นกัน วัดสุวรรณเป็นวัดเก่าแก่ ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยอยุธยา และเมื่อมาถึงสมัยกรุงธนบุรี

ในบริเวณวัดแห่งนี้ก็ยังใช้เป็นลานประหารชีวิตเชลยพม่าในการตัดคอ ซึ่งมีเรื่องเล่ากันว่า มีคนเคยเห็นร่างของผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ นุ่งผ้าโจงกระเบน แต่ไม่มีหัวมายืนให้เห็น ส่วนสถานที่ที่นำศพเหล่านั้นมาฝัง คือบริเวณที่เป็นวงเวียนสนามวัดสุวรรณาราม และลานวัดสุวรรณารามในปัจจุบัน ที่เชื่อว่าบริเวณนี้ เป็นสถานที่ที่เคยฝังศพ เพราะว่าเมื่อครั้งมีการขุดปรับแต่งพื้นที่บริเวณนี้ ก็มีคนพบกระดูกคนอยู่มากมาย

มีเรื่องเล่าน่ากลัวอีกว่า มีคนเคยพบเห็นกระดูกท่อนขาหรือท่อนแขนไม่ทราบ แต่มีกำไลทองคล้องอยู่ แสดงว่าเจ้าของกำไลนั้น น่าจะเป็นทหารพม่า ระดับนายกองชั้นผู้ใหญ่ คนที่ขุดเจอกำไล ก็เอาไปขายนำเงินมาซื้ออาหารให้ภรรยาที่กำลังท้อง แต่คืนนั้นก็ฝันเห็นทหารพม่ามาบีบคอ ทวงกำไลคืน และภรรยาก็ได้เสียชีวิต แบบที่เรียกได้ว่าตายทั้งกลม ต่อมาจึงมีการตั้งศาลเพียงตาไว้ที่บริเวณโรงเรียนวัดสุวรรณแห่งนี้ แต่ที่น่าสนใจก็คือ หากใครที่มาไหว้ศาลแห่งนี้ แล้วมองเข้าไปในศาล จะเห็นภาพวาด เป็นรูปกองทหารพม่าไว้สามรูป แทนที่จะมีจเวกอยู่ด้านในแบบศาลพระภูมิทั่วไป คงเพื่อเป็นการระลึกถึงดวงวิญญาณทหารพม่าที่เสียชีวิตในอดีต ทั้งด้านหน้าศาลก็ยังมีพิระมิดเล็กๆตั้งไว้ด้วย โดยมีความเชื่อกันว่าสถานที่ตรงไหนที่มีความอาถรรพ์มาก ก็จะใช้พิระมิดสะท้อนสิ่งอาถรรพ์นั้นออกไป…

Read Post →

เรื่องจากรถขนศพ

ค่ายอาสา มูลนิธิแห่งหนึ่งเจอดี เรื่องเล่าจากรถขนศพ

, , No Comment

เรื่องจากรถขนศพ

เรื่องจากรถขนศพ เรื่องมีอยู่ว่าคือวันนั้น ผมได้ไปเข้าค่ายกับพวกเพื่อนที่ราชบุรีครับ ต่างคนต่างเล่าประสบการณ์ให้ฟัง มีหลายเรื่องที่น่ากลัว แต่มีอยู่เรื่องนึงที่โดนใจ คือเพื่อนผมเล่ามาแบบนี้ คือเพื่อนของเพื่อนเปนเด็ก ปอเตกตึ๊งได้เล่าประสบการณ์ให้ฟังว่า วันนั้น มีอุบัติเหตุ คือ เวลาเกิดอุบัติเหตุแบบนั้น จะไปกัน4คัน 2คันไว้ขนศพที่เสียชีวิต อีก 2 คันจะขนย้ายผู้ที่บาดเจ็บ แต่วันนั้นบังเอิญมีแต่ผู้ที่บาดเจ็บก็เลยขนย้ายผู้บาดเจ็บกันไป2คัน ส่วน รถขนศพก็ว่าง2คัน

แต่ในขณะที่อยู่กลางทางเนี่ย มี คนวอมาว่า เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีผู้บาดเจ็บอยู่แต่ว่า รถขนคนบาดเจ็บมันเต็ม อีก2คันที่จะขนศพเนี่ย ก็เลยว่างเลยไปแทน พอไปถึงก็ทำธุระให้เสร็จก็พยาบาลเบื้องต้นเสร็จแล้วก็พาไปที่โรงพยาบาล ก็ขับกันไป การขับของเขาก็จะเป็น แบบขับตามกันไปเลนเดียว คนขับด้านหลังเนี่ย จะเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งมาอยู่ในขณะที่ขับ

คนขับคันด้านหน้ารู้สึกว่า รถคันด้านหลังพยายามจี้ตูด พยายามจะแซงให้ได้ แต่ว่าคนขับด้านหน้า ก็นึกว่าเด็กใหม่ไฟแรงจะพยายามขับเร็วๆเพื่อไปส่งคนไข้ให้เร็วที่สุด เค้า ก็พยายามจี้แต่จี้ยังไงก็จี้ไมพ้น เพราะคนขับด้านหน้าก็ขับเร็วเหมือนกัน จนคันด้านหลังเค้าทนไม่ไหว จนวอไปคันด้านหน้าว่า พี่ขอผมแซงเถอะขอร้องละพี่ แต่คันด้านหน้าก็ไม่สน จนมาถึงปลายทาง คนขับทั้ง2 ก็เลยมาเคลียกัน

คน ขับด้านหน้าก็ถามว่ามึงเป็นอะไรถึงได้ขับจี้อยู่ได้คนขับด้านหลังเลยบอก ว่า ก็คนเจ็บที่พี่พึ่งขนมาน่ะสิ ขึ้นไปนั่งบนรถพี่อ่ะ เลือดไหลนองเลย คนขับด้านหน้าได้ชอ็คไป แล้วก็ไปตรวจดูพบว่า คนเจ็บคนนั้นได้เสียชีวิตกลางทางในขณะที่ ขับรถไปส่งยังโรงพยาบาล

Read Post →

บาเกะ-คุจิระ Bake-Kujira

, , No Comment

วาฬผี บาเกะคุจิระ

วาฬผี บาเกะคุจิระ หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า วาฬผี ซึ่งมีลักษณะเป็นวาฬยักษ์ที่มีรูปร่างเป็นโครงกระดูก ที่มาพร้อมกับนกและปลาที่มีลักษณะแปลกประหลาด พวกมันนั้นจะปรากฏตัวในคืนวันฝนตกใกล้กับชายฝั่งบริเวณหมู่บ้านที่มีการล่าวาฬเพื่อหลอกให้ชาวประมงหวาดกลัว หากใครก็ตามที่เห็นมันก็จะโดนคำสาปที่ทำให้เกิดภัยพิบัติซึ่ง ไม่ว่าจะเป็น ความอดอยาก หรือ โรคระบาด ไฟไหม้ และหายนะอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับคนทั้งหมู่บ้าน…

Read Post →